“กมธ.กฎหมายลูก” เคาะ สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ใช้ 100 หาร พร้อมดึง “บัวแก้ว” ร่วมนับคะแนนเลือกตั้งได้ แก้ปัญหาส่งบัตรล่าช้า เปิดช่อง ปชช. ถ่ายภาพ-คลิป-ไลฟ์สด นับคะแนนหลังปิดหีบได้ ดัน “กกต.จังหวัด” ประกาศผลขึ้นเว็บภายใน 72 ชม.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. รัฐสภา แถลงผลการประชุม กมธ.ว่า สัปดาห์หน้าจะเป็นการประชุมนัดสุดท้าย โดยวันพุธที่ 18 พฤษภาคม จะเชิญคนแปรญัตติเข้ามาชี้แจง และวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคมจะเป็นการสรุปก่อนส่งให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา บรรจุเข้าระเบียบวาระ 2-3 ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงต้นเดือนมิถุนายน
ทั้งนี้ กมธ.ได้หารือเกี่ยวกับการนับคะแนนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ได้ข้อสรุปว่า ให้เปิดช่องกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถนับคะแนนนอกราชอาณาจักรได้ในประเทศที่มีความพร้อม และส่งเพียงแค่ผลนับคะแนนกลับมาที่ไทย ส่วนหลักฐานอื่นๆ สามารถส่งตามหลังมาได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาบัตรเลือกตั้งที่นำกลับมานับคะแนนที่ไทยไม่ทัน เหมือนอย่างการเลือกตั้งปี 2562 ที่บัตรเลือกตั้งจากประเทศนิวซีแลนด์มาไม่ทันทำให้กลายเป็นบัตรเสีย
นายสมชัย กล่าวว่า ขณะที่ปัญหาการนับคะแนนที่มีวิธีปฏิบัติแตกต่างกันของกรรมการแต่ละหน่วย เช่น บางครั้งไม่อนุญาตให้ประชาชนที่มาสังเกตการณ์การนับคะแนนถ่ายภาพ ถ่ายคลิป หรือไลฟ์สด กมธ.จึงเห็นว่า เพื่อความโปร่งใส จึงให้ประชาชนสามารถถ่ายภาพ ถ่ายคลิป หรือไลฟ์สดขณะการนับคะแนนได้ แต่ต้องไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย โดยได้เขียนเพิ่มเติมไว้ในกฎหมายให้เกิดความชัดเจน อยู่ในสายตาประชาชน ลดการโต้เถียงกัน
นอกจากนี้ ยังแก้ไขในกรณีที่เมื่อแต่ละหน่วยได้ผลคะแนนแล้ว กำหนดให้กกต.ประจำเขตนำผลคะแนนของรายหน่วยประกาศขึ้นเว็บไซต์กกต.จังหวัดภายใน 72 ชั่วโมงหลังปิดหีบ เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่า ได้คะแนนเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาการหาคะแนนรายหน่วยยากมาก มีการโยนกันไปมาระหว่างกกต.ส่วนกลางกับกกต.จังหวัด จึงถือว่าเป็นการออกแบบใหม่
นายสมชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการลงมติในประเด็นที่สำคัญกรณีวิธีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยเสียงส่วนใหญ่ของกมธ.เห็นด้วยร่างเดิมที่เสนอให้ใช้ 100 หาร คือ เห็นด้วย 32 เสียง ไม่เห็นด้วย 11 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง
เมื่อถามว่า เมื่อสิ้นสุดกระบวนการวาระ 3 ของรัฐสภาแล้ว จะไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาว่ากฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า คงไม่ร้อง เพราะหากร้องก็จะทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปอีกประมาณ 1 เดือนถึง 1 เดือนครึ่ง
ถามถึง ท่าทีของส.ว.ว่าจะร้องศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ท่าทีของส.ว.ไม่ชัดเจน แต่น่าจะกังวลในเรื่องเทคนิคทางกฎหมาย เช่น มาตรา 93 และมาตรา 94 ที่เกี่ยวกับส.ส.พึงมียังคงอยู่
นอกจากนี้ นายสมชัย ยังชี้แจงกรณีลงมติไม่เห็นด้วยกับสูตรใช้ 100 หารว่า ตนมาในนามของพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ซึ่งที่ผ่านมาส.ส.ของพรรคคือ พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ยื่นแปรญัตติให้ใช้สูตรคำนวณแบบ 500 หาร ดังนั้น เมื่อตนมาในนามของพรรคนี้ก็ต้องยืนตามคำแปรญัตติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมติไม่เห็นด้วย 11 เสียง ประกอบด้วย จากพรรคการเมือง 2 เสียงคือ นายสมชัย จากสัดส่วนพรรค สร. และนพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) ส่วนที่เหลืออีก 9 เสียง เป็นส.ว.ทั้งหมด ได้แก่ พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์, นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์, พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ, นางสุวรรณี ศิริเวชชะพันธ์, นางวรารัตน์ อติแพทย์, น.ส.ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม, พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์, นายกิตติ วะสีนนท์ และ พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส่วนงดออกเสียง 2 เสียง ได้แก่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกมธ. และนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว.

