“นายกฯ” วอน ปชช. อย่าทำร้ายกันเอง จนภาพไปสู่ต่างประเทศ ให้เป็นเรื่องของกฎหมาย ป้อง “สถาบัน” ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง เรื่องกฎหมายเป็นหน้าที่รัฐบาล เชื่อในหลวงอยู่ในหัวใจคนไทย ชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พาชาติพ้นวิกฤต ขอช่วยทำตามพ่อสอน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าขอให้ระมัดระวังเรื่องการทำร้ายซึ่งกันและกัน ในช่วงเวลาเหล่านี้โดยความรู้สึกส่วนตัวไม่ชอบ เจตนาหรือไม่เจตนาก็ต้องดูให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ เพราะมีกระบวนการทางกฎหมาย อย่าใช้มาตรการความรุนแรงทำร้ายซึ่งกันและกัน ถ้าจงใจจริงๆ ก็ให้ตำรวจดำเนินการไปจะดีกว่า อย่าไปตบตีกันเลย ภาพออกไปต่างประเทศทำให้เสียหายถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย หวังว่าคงจะเข้าใจ ยืนยันว่าแม้ช่วงเวลาเหล่านี้ เป็นเวลาความเสียใจทุกข์โศก ทุกคนก็เสียใจด้วยกันทั้งหมด ข้อสำคัญคือทุกอย่างไม่ได้เป็นการบีบบังคับ ไม่ว่ากฎหมายมาตราใดไม่มีบังคับให้คนเป็นแสนเป็นล้านมาแสดงแบบนี้ นั่นหมายถึงจิตใจคนไทย ฉะนั้น ต่างประเทศคงเข้าใจเราว่านี่คือความแตกต่าง ไม่ใช่กฎหมายฉบับใดทั้งสิ้นในการมาบังคับคนแบบนี้ แต่กฎหมายที่มีนั้นเพื่อปกป้อง ป้องกันสถาบัน พระองค์ท่านไม่ลงมาเกี่ยวข้องในทางการเมืองและความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น
“ฉะนั้น กฎหมายฉบับใดก็ตามที่เป็นปัญหาในขณะนี้ เป็นกฎหมายที่ทุกรัฐบาลได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐบาล สถาบันไม่เคยมาออกกฎหมายแบบนี้ เพียงแต่รับรอง (endorse) กฎหมายที่เสนอขึ้นไปเท่านั้นเอง และพระองค์ท่านก็ลงนามพระปรมาภิไธย เพราะพระองค์ท่านทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นพระราชกิจของพระองค์ท่าน ขอให้เข้าใจตามนี้ด้วย อย่าเอามาพันกันไปมา” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการทำงานของรัฐบาล เรายึดหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตลอด คือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตรงนี้ต้องช่วยขยายทำความเข้าใจให้มากขึ้น ซึ่งต่างประเทศเข้าใจและนำไปใช้แล้ว ในส่วนของเราตนก็พยายามสร้างการรับรู้ ในสิ่งที่รัฐบาลได้ทำ ตรงกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงอะไรบ้าง ซึ่งจะไปสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อย่างไร ฉะนั้น ต้องเชื่อมโยงระหว่างปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศ แล้วนำไปสู่ที่ประเทศไทยต้องตอบคำถามยูเอ็นการบริหารยั่งยืน 15 ปี จะตอบอะไรเขาได้บ้างเพราะเป็นหลักการของทั้งโลกจึงต้องตอบคำถามทั้งประเทศ ซึ่งมุ่งหวังให้โลกนี้ปลอดภัย ซึ่งเราก็ต้องทำเพราะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก ดังนั้น หน้าที่ไม่ได้มีเฉพาะกับไทยและคนไทย แต่ต้องมีหน้าที่กับคนทั้งโลกด้วย
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้อยากให้ทุกคนรู้สึกเหมือนที่ตนรู้สึก พระองค์ท่านทำทุกเรื่องที่เกี่ยวกับแผ่นดินของเราให้อยู่ดีกินดี มีการทดลองทดสอบด้วยพระองค์เอง พระองค์ท่านทำประโยชน์สูงสุดกับแผ่นดิน ขณะเดียวกันพระองค์ ก็ทำให้มีระบบน้ำ และรักษาความสมดุล ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาเพื่อดูแลอากาศ โดยตนคิดและรู้สึกว่าพระองค์ท่านอยู่กับพวกเราเสมอ เพราะท่านอยู่กับสิ่งต่างๆ เหล่านั้น พระองค์ท่านทำเรื่องดิน น้ำ อากาศ ที่มีคุณภาพเหล่านี้ไม่มีวันที่จะจากเราไปไหน อยู่ในหัวใจพวกเราทุกคน ขอให้ทุกคนได้นำสิ่งที่พระองค์ท่านได้ริเริ่มไว้ ไม่ว่าจะเป็นพระราชดำรัส พระราชดำริ หรืออะไรก็ตาม ที่พระองค์ทรงทดลองหรือทรงใช้มาแล้ว นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น ซึ่ง 15 ปีที่ผ่านมา เราได้ขับเคลื่อนด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทำให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง น้ำท่วม ต่างชาติเขาก็ทึ่ง น้ำท่วมมหาศาลแต่เราทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในเวลารวดเร็วเพราะความพอเพียง ดังนั้น ต้องนำสิ่งเหล่านี้มาสานต่อ แต่ต้องเป็นความพอเพียง ที่ทุกคนมีความสุข มีมากใช้มาก มีน้อยก็ใช้น้อยและพัฒนาตัวเอง ไปสู่การเรียนรู้และมีรายได้สูงขึ้น สู่เศรษฐกิจ 4.0 และขออย่าไปเขียนว่ารัฐบาลเอาแต่เรื่องทันสมัย การลงทุน ทั้งนี้ เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงกัน จึงต้องดำเนินการ โดยใช้เงินให้น้อยให้ประชาชนแข็งแรงด้วยตัวเอง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หากเมื่อไรรายได้มากขึ้นก็จะนำไปสู่เงินเดือน ค่าแรงงาน รัฐสวัสดิการ การศึกษาที่ได้งบประมาณมากขึ้น และการรักษาพยาบาลก็มากขึ้น ซึ่งหลายๆ อย่างต้องใช้เงิน และต้องมีเงินไปลงทุนหลายๆ อย่าง โดยเรายังมีรายได้ไม่พอเพียง เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจเราต้องปรับ ที่พูดนั้นเพียงแค่หลักการ แต่ที่ทำเป็นร้อยเรื่องซึ่งต้องใช้เวลาขับเคลื่อน หากไม่วางพื้นฐานตรงนี้ไว้ประเทศก็ไปไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับเรื่องกฎหมายกระบวนการยุติธรรม หลายกฎหมายยังค้างอยู่ โดยเฉพาะกฎหมายที่มีความจำเป็น เพราะมีข้อสังเกตและความคิดเห็นเพิ่มเติมมาหลายอย่าง เราต้องยืนยันหลักการ อะไรปรับได้เราก็ปรับ หลายอย่างบางทีคนไทยไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมานานแล้ว มีกฎหมายบางทีก็ใช้ไม่ได้ ดังนั้น วันนี้ทุกคนต้องกลับมาสู่กฎหมาย เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน แล้วประเทศจะไปได้ และถ้ากฎหมายมาถึงก็จะหาวิธีการทางรัฐศาสตร์ว่าจะดูแลอย่างไร ช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร ทุกอย่างต้องมีพื้นฐานก่อน อย่าไปบอกว่ารังแกคนรายได้น้อย ไม่อย่างนั้นกฎหมายจะเขียนเว้นว่าสำหรับคนจน ไม่ต้องปฏิบัติหรืออย่างไร ตนพูดอย่างมีเหตุผลไม่ได้ทะเลาะกับใคร ทุกคนต้องนึกถึงสังคมและคนอื่นด้วย ขอให้ทุกคนได้ทำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นึกถึงคนอื่น เผื่อแผ่แบ่งปัน ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็มีขั้นตอนในการทำงานอยู่แล้ว ขอให้เชื่อมั่น ตนทำดีที่สุดแล้ว อยากให้บ้านเมืองไปได้ปลอดภัย เราต้องแสดงความเข้มแข็งของเรา อย่าให้ต่างชาติมองว่าเรายังทะเลาะกันไม่เลิก หรือเอาเรื่องประเด็นความขัดแย้ง เอาสถาบันลงมาเกี่ยวข้องกันอีกไม่ได้แล้ว อย่าลืมว่ากฎหมายเหล่านี้มีเพื่อพิทักษ์ปกป้องพระองค์ท่าน เพราะฉะนั้นต้องมาดูว่าจะทำกันอย่างไร เหมือนกับกฎหมายต้องให้ประชาชนคุ้มครองซึ่งกันและกัน ไม่มีการดูหมิ่นกัน แต่ท่านทรงฟ้องอะไรด้วยพระองค์เองไม่ได้
“ก็ขอเถอะ ขอถวายท่าน และท่านพระราชทานอภัยโทษทุกที หลายคนออกมายังเป็นเหมือนเดิม” นายกฯ กล่าว

