09.00 INDEX แนวทาง เลือก เชิงยุทธศาสตร์ แนวทาง เพื่อชิงชัย ‘ชัชชาติ’

17.05.22 | 09:33 น.

ข้อเรียกร้องจาก นพ.ระวี มาศฉมาดล ให้สามัคคีพลังจากเบอร์ 3 เบอร์ 4 เบอร์ 7 เพื่อเทคะแนนไปยังเบอร์ 6 เพื่อต่อกรกับความโดดเด่นจากเบอร์ 8 มีความสำคัญ

สำคัญไม่เพียงเพราะเป็นข้อเสนอในแนวทางเดียวกันกับที่ นายเสรี วงษ์มณฑา ได้พยายามมาแล้วอย่างเต็มกำลังเท่านั้น

หากมองจากพื้นฐานที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ก็ยิ่งมีความสำคัญเมื่อนำไปวางอยู่ข้างข้อเสนอจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่หนุนเบอร์ 7

ตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ก่อตั้งพรรคพลังธรรมใหม่ กับ นพ.ระวี มาศฉมาดล ที่ดำรงอยู่ในสถานะหัวหน้าพรรคพลังธรรม “ใหม่”

ข้อเสนอผ่านจดหมายของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่เรียกร้อง ให้เลือกเบอร์ 7 เป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้เพราะต่อสู้ร่วมกันมายาวนาน

Advertisement

ขณะเดียวกัน ข้อเสนอของ นพ.ระวี มาศฉมาดล ที่เรียกร้อง

ให้เลือกเบอร์ 6 ก็เป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ เพราะล้วนเคยมีความสัมพันธ์กับ คสช.

ปัญหาอยู่ที่ว่าชาวกรุงเทพมหานครจะเข้าใจอย่างไร ปัญหาอยู่ที่ว่ากองเชียร์ของแต่ละเบอร์จะมีความเห็นชอบด้วยหรือไม่

 

หากเบอร์ 3 เบอร์ 4 เบอร์ 7 สามารถตกลงกันได้ และมีความเห็นร่วมว่าจะต้องเทคะแนนเสียงให้กับเบอร์ 6 จึงจะสามารถเอาชนะเบอร์ 8 ได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี

แต่คำถามก็คือ เบอร์ 3 เบอร์ 4 และเบอร์ 7 จะมีความเห็นชอบไปตามที่เสนอหรือไม่

ในเมื่อเบอร์ 3 ก็มีความมั่นใจในฐานทางการเมืองของตนที่ไม่เพียงแต่จะเป็นฐานของพรรคประชาธิปัตย์ หากแต่ยังเป็นฐานของพรรคพลังประชารัฐ

ขณะที่เบอร์ 4 มาจากพรรคประชาธิปัตย์อันดำรงอยู่อย่างเป็นสถาบันในทางการเมือง ยิ่งเบอร์ 7 ก็มีเกียรติประวัติในการต่อ สู้เพื่อเปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชั่นมาอย่างยาวนาน

ลำพังเพียงข้อเสนอของ นพ.ระวี มาศฉมาดล จึงยากสำเร็จ

 

หากมองในทางหลักการ หากมองผ่านกระบวนของแนวทางข้อเสนอว่าด้วยการเลือกในเชิง “ยุทธศาสตร์” รวมศูนย์กำลังเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ทางการเมือง เป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน

คำถามอยู่ที่ว่ารากฐานของแต่ละส่วนล้วนเป็นตัวของตัวเอง

ไม่ว่าเบอร์ 3 ไม่ว่าเบอร์ 4 ไม่ว่าเบอร์ 7 ต่างก็มีเป้าหมายเป็นอย่างเดียวกันกับเบอร์ 6 และลงแรงมาอย่างแข็งขัน

คนที่จะเปลี่ยน “ความคิด” ได้ ต้องมากด้วยบารมีและอำนาจ