‘ชัชชาติ’ ร่วมเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ ‘สมเด็จธงชัย’ ลงอักขระ ชาวบ้านแห่ขอร่วมเฟรมเพียบ

26.05.22 | 19:02 น.

‘ชัชชาติ’ ร่วมเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ ‘สมเด็จธงชัย’ ลงอักขระ ชาวบ้านแห่ขอร่วมเฟรมเพียบ

เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 26 พฤษภาคม ที่วัดเกาะสุวรรณาราม เขตสายไหม กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) และคณะ พร้อมด้วย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เข้าร่วมพิธีเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ โดยมี น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคไทยสร้างไทย และ ดร.รัตติกาล แก้วเกิดมี ว่าที่ ส.ก.เขตสายไหม จากพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เข้าร่วมด้วย

บรรยากาศเวลา 16.14 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ ในฐานะประธานในพิธี นำภาพเหรียญท้าวเวสสุวรรณ ที่ทางวัดเกาะสุวรรณารามได้จัดทำขึ้น ให้สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมมธโช) หรือสมเด็จธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ทำพิธีลงอักขระ

ต่อมาเวลา 16.24 น. นางปวีณา และนายชัชชาติ ร่วมจุดเทียนที่กระบะเครื่อง 5 (เครื่องนมัสการ) ก่อนเปิดกรวยพานดอกไม้ที่ปรัมพิธี

ระหว่างนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาสนพิธีกรได้กล่าวถึงนายชัชชาติด้วยว่า นายชัชชาติเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร คนที่ 17 จากการเลือกตั้ง 9 ครั้ง โดยครั้งนี้ได้คะแนนเสียงเป็นประวัติศาสตร์​

Advertisement

ต่อมาเวลา 16.38 น. สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีได้ทำพิธีเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณทั้ง 4 องค์ โดยนายชัชชาติ นางปวีณา น.ต.ศิธา และ ดร.รัตติกาล ร่วมพิธี ทั้งนี้ ระหว่างทำพิธีมีการจุดประทัดอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีได้พรมน้ำมนต์ และโปรยดอกดาวเรืองเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมพิธีทุกคน

เวลา 16.49 น. นายชัชชาติ นางปวีณา น.ต.ศิธา และ ดร.รัตติกาล ได้รับมอบผ้ายันต์จากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี

โดยหลังจบพิธีการเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ ประชาชนที่มาร่วมงานที่วัดเกาะสุวรรณารามได้เข้ามาขอถ่ายรูปร่วมกับนายชัชชาติเป็นจำนวนมาก

 

สำหรับ ท้าวเวสสุวรรณ กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและมีชื่อโด่งดังใน 2 ปีที่ผ่านมา เป็นเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย สัญลักษณ์แห่งมหาเศรษฐี เป็นเทพอสูรที่มีอำนาจปกปักรักษา มีบทบาทปกครองภูตผีปีศาจที่เกเร มีอำนาจทางด้านการเงิน เพราะเป็นผู้รักษาขุมทรัพย์ของแผ่นดิน เป็นมหาเทพแห่งความมั่งคั่ง มีอำนาจในการประทานทรัพย์แก่ผู้ประพฤติปฏิบัติดี ผู้ใดหวังความเจริญในลาภยศทรัพย์สินเงินทองอำนาจวาสนาให้บูชารูป ท้าวเวสสุวรรณ และยังคงปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย และเชื่อว่าเป็นเทพแห่งความมั่งคั่ง รู้จักในรูปร่างลักษณะของยักษ์ตัวใหญ่ ถือกระบองไว้ตรงหว่างขา เป็นเทพเจ้าแห่งยักษ์ คนไทยโบราณนิยมนำผ้ายันต์รูปยักษ์ผูกไว้ที่หัวเตียงเด็กเพื่อป้องกันวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มารังควานแก่เด็ก หรือป้องกันภัยจากสิ่งชั่วร้าย

ด้าน สุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์เครือมติชน เคยเขียนบทความถึงท้าวเวสสุวรรณ ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 11-17 มีนาคม 2565 ไว้ว่า ท้าวเวสสุวรรณ มีชื่ออีกว่า “พระไพศพ” ถูกยืมใช้เรียกแม่ข้าวว่า “แม่โพสพ” พบหลักฐานเก่าสุดอยู่ในพระไอยการเบ็ดเสร็จ พ.ศ.1884 ก่อนสมัยอยุธยา

แม่โพสพมีชื่อดั้งเดิมว่าแม่ข้าว เป็นชื่อเฮี้ยนในศาสนาผี หมายถึง ผีขวัญบรรพชนต้นโคตรของข้าว แม่ข้าว ครั้นหลังรับวัฒนธรรมอินเดียถูกเรียกว่าแม่โพสพ ซึ่งเท่ากับเจ้าแม่แห่งข้าวของชาวบ้านได้รับยกย่องเป็นเทวีข้าวและความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ของรัฐ เพราะข้าวในสมัยดั้งเดิมเป็นสิ่งแสดงความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ที่ได้จากดินและน้ำ

ท้าวเวสสุวรรณ คือพระไพศพ เป็นแม่โพสพ

1.ท้าวเวสสุวรรณมีหลายนาม ได้แก่ กุเวร, ชัมภล, ไพศพ ฯลฯ เป็นอธิบดีของเหล่ายักษ์ ผู้พิทักษ์ทิศเหนือ มีที่ประทับอยู่เหนือจอมเขายุคนธร ด้านทิศเหนือใกล้ทิวเขาพระสุเมรุ

2.ท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวร เป็นอมนุษย์จำพวกยักษ์ ซึ่งเป็นเทพ หรือผีของชาวบ้าน สัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ในสินทรัพย์และพืชพันธุ์ธัญญาหาร (สรุปจากบทความเรื่อง ท้าวเวสสุวรรณฯ ของ คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 25 กุมภาพันธ์-3 มีนาคม 2565 หน้า 67)

3.เวสสุวรรณเป็นถ้อยคำสำเนียงสะกดแบบไทยๆ โดยมีต้นตอภาษาบาลีว่า เวสฺสวณฺณ และภาษาสันสกฤตว่า ไวศฺรวณ หรือไพศฺรพณ จึงถูกเรียกอย่างสะดวกปากแบบไทยๆ ว่า ไพศพ

4.ท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวรเป็นเทพผู้พิทักษ์ทรัพย์ในดินสินในน้ำความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ ครั้นได้รับยกย่องเป็นเทพแห่งข้าวเปลือก จึงถูกเรียกพระไพศพ หรือพระไพศพราช พบข้อความในเอกสารโบราณของกัมพูชาว่ามีพระราชพิธีเดือน 3 บูชาพระไพศพด้วยการทำพิธีต่อข้าวเปลือกที่ถูกเทรวมเป็นกองโตเหมือนภูเขา

5.แม่ข้าวในไทยได้รับยกย่องเป็นพระไพศพราช (อีกนามหนึ่งของท้าวเวสสุวรรณ) คือ เทวีแห่งข้าว พบหลักฐานในเอกสารโบราณพรรณนาพระราชพิธีเผาข้าว เดือน 3 (เรียก ธานย์เทาะห์ เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า เผาข้าว) แล้วมีรายการขั้นตอนทำพิธีอยู่ในทวาทศมาสโคลงดั้นว่าแม่ข้าวคือรวงข้าวขวัญ (ร่างเสมือนของแม่ข้าว) ถูกทำพิธีเผากลางลานพิธีกรุงศรีอยุธยา เป็นสัญญาณว่าผีขวัญแม่ข้าวถูกเชิญขึ้นฟ้าแล้วสถิตบนวิมานสวรรค์เป็นเทวีข้าวนามว่าพระไพศพราช แต่ถูกเรียกตามประเพณีท้องถิ่นว่าแม่โพสพ [แม่ข้าว คือ ขวัญของต้นข้าวที่ถูกฆ่าตายเป็นผีด้วยเคียวเกี่ยวขาดจากต้นข้าว และขวัญสิงสู่อยู่ในรวงข้าวตกซึ่งถูกทิ้งในท้องนา]

6.เดือน 3 ตามประเพณี “ฮีต 12” ของชุมชนดั้งเดิมเรียกวันกำฟ้า มีพิธีทำขวัญข้าว คือขนข้าวขึ้นยุ้งฉางหรือเล้า ด้วยการเชิญผีขวัญแม่ข้าวที่สิงในรวงข้าวตกแล้วยกเป็นรวงข้าวขวัญประจำยุ้งฉางหรือเล้า จากนั้นหุงข้าวชุดแรกเลี้ยงผีฟ้า ซึ่งข้าวชุดแรกที่หุงเรียกข้าวขวัญ (คือบายศรี เป็นภาษาเขมร แปลว่าข้าวขวัญ) หุงในกระบอกไม้ไผ่ด้วยไฟสุมก่อล้อมเผาจากภายนอก ปัจจุบันเรียกข้าวหลาม (สมัยดั้งเดิมเป็นข้าวเหนียวล้วนๆ ไม่มีกะทิ)