หน้าแรก การเมือง ฝ่ายค้านคว่ำแ...

ฝ่ายค้านคว่ำแน่งบฯ66 ‘ยุทธพงษ์’ ซัดทัพฟ้าใช้เงินซื้อเครื่องบินรบ ไร้อาวุธ จี้ ‘ประยุทธ์’ ต้องตอบให้ได้ 

29.05.22 | 12:26 น.

ฝ่ายค้านคว่ำแน่งบฯ66 ‘ยุทธพงษ์’ ซัดทัพฟ้าใช้เงินซื้อเครื่องบินรบ ไร้อาวุธ จี้ ‘ประยุทธ์’ ต้องตอบให้ได้ 

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสภียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่จะเข้าสภาฯในวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติว่าจะคว่ำร่างพ.ร.บ.งบฯ เพราะงบฯ66 กู้จนเต็มเพดาน งบพัฒนาประเทศแทบจะไม่มี ประชาชนเดือดร้อน อดอยาก หิวโหย น้ำมันแพง ของแพง แต่รัฐบาลบอกไม่มีเงินช่วย แต่รัฐบาลกลับมีเงินไปซื้อเครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุด F-35 โดยกองทัพอากาศ ในงบฯ66 จะซื้อก่อน 2 ลำ ราคาลำละ 78 ล้านเหรียญดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย 2,700 ล้านบาท ซึ่งจะซื้อทั้งหมด 8 ลำ แต่ปีนี้จะซื้อก่อน 2 ลำ ซึ่งปรากฏว่าเป็นเครื่องบินเปล่าไม่มีอาวุธ ตรงนี้จึงต้องนำไปอภิปรายฯว่าไปซื้อเครื่องบินเปล่าไม่มีอาวุธมาอีกแล้ว จะซื้อมาทำไม และมีเหตุผลความจำเป็นอย่างไรถึงต้องซื้อเครื่องบินรบ จะไปรบกับใคร

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องตอบในฐานะเป็นนายกฯ และรมว.กลาโหม นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่พรรคเพื่อไทยไม่สามารถรับหลักการ งบฯ66 ได้” นายยุทธพงศ์ กล่าว

ด้าน นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงจะอยู่ไม่ถึงทันการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะในการพิจารณางบฯ66 หากไม่ผ่านหรือถูกคว่ำ ความรับผิดชอบคงอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว และมีอย่างเดียวคือต้องลาออก โดยตนจะอภิปรายเกี่ยวกับทางตันของงบฯ66 ในการจัดงบประมาณฯปีนี้มีมูลค่าถึง 3.18 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลจัดเก็บรายได้แค่ 2.4 ล้านล้านบาท ดังนั้นก็ต้องกู้เงินมาเสริมให้งบประมาณเพียงพอ จำนวน 695,000 ล้านบาท การจัดเก็บภาษีรายได้ส่วนใหญ่มาจากภาษีอากรของประชาชนเป็นส่วนใหญ่

นายจิรพงษ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นนายกฯ การจัดเก็บรายได้ของเราไม่เข้าเป้า การบริหารรายรับค่อนข้างแย่มาก แต่ที่น่าสงสัยมากที่สุด เมื่อจัดเก็บรายได้ไม่พอ บวกกับเงินกู้ไปแล้วก็ยังไม่พอ แต่กลับกู้เงียบ โดยปีงบประมาณ 63 และ 64 จำนวนเงินกู้มากกว่างบประมาณที่ขอกู้ในสภาฯ งบตัวนี้อนุมัติโดยครม.โดยใช้พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ที่แก้ไขปรับปรุงเมื่อปี 61 ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง และการออกนโนบายในการจัดเก็บภาษีเป็นลักษณะเสือนอนกิน ขูดรีดภาษีต่างๆ จากประชาชน โดยเฉพาะการออกมาตรการภาษีต่างๆ ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ที่ออกก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ เมื่อปี 62 จึงทำให้ที่ดินราคาสูงแต่กลับไปปลูกกล้าวเพื่อให้เสียภาษีต่ำๆ

Advertisement