‘ชัชชาติ’ ไม่กังวล ถูกร้องปมป้ายหาเสียง-ด้อยค่าระบบราชการ รับ ห่วงหนี้บีทีเอส 4 หมื่นล้าน แต่ยังพอมีเงินในอนาคต

‘ชัชชาติ’ ไม่กังวล กรณีถูกร้อง รอ กกต.ตัดสิน รับ กังวลหนี้บีทีเอส 4 หมื่นล้าน แต่ยังพอมีเงินในอนาคต

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะทีมนโยบาย, น.ส.สุชิรา ศิลานนท์ ผอ.เขตวัฒนา, นายสัณห์สิทธิ์ เนาถาวร ว่าที่ ส.ก.เขตวัฒนา พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และนายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน นักวิจัยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงพื้นที่เขตวัฒนาเพื่อสำรวจพื้นที่ชุมชนหลัง สน.ทองหล่อ ชุมชนคลองเป้ง และชุมชนลีลานุช และเข้าดูการทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพชุมชนและระบบปฐมภูมิ สำรวจคลินิกชุมชนอบอุ่น เครือข่ายสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่มีการลงพื้นที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ประชาชนในชุมชน

เมื่อเวลา 09.35 น. นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ว่า ได้มีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ณรงค์วิช สุดกังวาล รองผู้กำกับการจราจร สน.ทองหล่อ ว่า จะปรับให้มีพื้นที่ในการตั้งร้านขายของ ถ้าเป็นไปได้ก็จะให้มีพื้นที่สำหรับหาบเร่แผงลอย เขยิบจากฟุตปาธขึ้นมาอยู่บริเวณภายใน สน.ทองหล่อ ได้หรือไม่ เพราะทองหล่อก็มีความต้องการในการซื้อของที่ราคาไม่แพง อย่างตนก็มาทานข้าวแกงแถวๆ นี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีแหล่งอาหารราคาถูกให้คนที่ทำงานแถวนี้ได้เลือกทาน

เมื่อถามถึงประเด็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการหารือกัน ในกรณีที่นายชัชชาติถูกร้องประเด็นทำป้ายหาเสียงเป็นผ้าไวนิลมีเจตนาแฝงและด้อยค่าระบบข้าราชการใน กทม. นายชัชชาติกล่าวว่า ก็ต้องเคารพ กกต. เดี๋ยวรอท่านตัดสิน ไม่กังวลอะไร ก็แล้วแต่ท่านเลยเพราะคิดว่าฝ่ายกฎหมายเรามีการชี้แจงไปหมดแล้ว ไม่มีอะไร สบายๆ

เมื่อถามถึงเรื่องความชัดเจนในเรื่องโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่าได้มีการเข้าไปดูสัญญาบ้างหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ยังเข้าไปดูไม่ได้ เพราะยังไม่ได้รับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แต่สำหรับตนก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะว่าหน้าที่เราคือไปดูในสิ่งที่คนอื่นทำมาแล้ว และเราไม่ได้ทำอะไรใหม่ เราแค่ไปดูว่าสัญญาเก่าเป็นอย่างไร รับหนี้มาอย่างไร ขั้นตอนเป็นอย่างไรและมาชี้แจง เพราะฉะนั้น 1 เดือนเราจะสรุปได้ว่าที่คนอื่นทำมาเป็นอย่างไร เราก็เหมือนเป็นคนมาเล่าให้ฟังว่าสิ่งที่เราไม่เคยเห็นเป็นอย่างไร และอาจจะเป็นความคิดว่าเราควรจะเดินต่ออย่างไร แต่ทุกอย่างไม่ได้มีเรื่องของอารมณ์หรือความรู้สึกเกี่ยวข้อง ก็ดูตามเอกสารและเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เรายุติธรรมกับทุกคน

เมื่อถามว่ามีคนตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้ที่ กทม.ติดค้างรถไฟฟ้าบีทีเอส 40,000 ล้านบาท ตรงนี้จะมีแนวทางบริหารจัดการอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่า ก็กังวลแต่ตนคิดว่าเรายังพอมีเงินในอนาคต ก็ต้องดูให้ดี ขั้นแรกต้องดูว่าหนี้ที่เกิดขึ้นจริงๆ ควรจะรับหรือไม่รับเท่าไร ตัวเลขเยอะก็กังวล แต่ในขณะเดียวกันรถไฟฟ้าบีทีเอสก็เป็นแหล่งกำเนิดรายได้ หลังปี 72 เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นของ กทม.ทั้งหมดแล้ว เราก็อาจจะดูว่าเอาตรงนี้มาผ่อนถ่ายได้หรือไม่

เมื่อถามว่าภาระหนี้ในปัจจุบันจะมีการจ่ายให้ก่อนได้หรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ภาครัฐมีก็หนี้อยู่แล้ว คงจะดูอีกทีว่าจะจ่ายอย่างไร แต่ปัญหาคือการจะจ่ายนั้นต้องผ่านสภา กทม. ต้องมีขั้นตอน

“อย่างที่บอกว่าหน้าที่เราคือการดูอดีตว่าเกิดอะไรขึ้นและมาล่าให้ฟัง คือเรื่องทั้งหมดเราไม่ได้เป็นคนทำ เป็นเรื่องในอดีตที่ผ่านมาเป็น 10 ปี ผ่านผู้ว่าฯกทม.หลายคน เดี๋ยวต้องเอามาคลี่ว่าเรื่องเป็นอย่างไรให้เข้าใจตรงกันและหาทางแก้ร่วมกัน” นายชัชชาติกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon