เลขาองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ชี้ ป.ป.ช.ถูกตีกรอบ ทำงานยากขึ้น ประกาศขอยืนเคียงข้าง
เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า โกรธและเศร้าใจมากเมื่อต้องคอยตอบคำถามว่า เกิดอะไรขึ้น? ทำไมศาลปกครองจึงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้แก่ นายก อบต. ราชาเทวะ
อันที่จริงยังมีกรณีอื่นที่สะท้อนถึงความอ่อนแอและขาดทิศทางในการต่อต้านคอร์รัปชันของไทย เช่น กรณีอัยการสั่งฟ้องคดีฟุตซอลล่าช้า กรณี ครม. มีมติให้ สำนักงาน ป.ป.ท. รับผิดชอบการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับค่า CPI ของไทยตามแนวทางที่ ป.ป.ช. เสนอแนะ กรณีที่ ป.ป.ช. ออกมาตรการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินนักการเมืองและเรื่องเรียนการทุจริตฯ เป็นต้น

กว่าสิบปีที่ได้ทำงานร่วมกับภาครัฐในหลายบทบาทหน้าที่ ผมมองว่า หลายปีมานี้ ป.ป.ช. กำลังถูกตีกรอบให้ทำงานยากและเสี่ยงมากขึ้นด้วยกฎหมายใหม่ของ ป.ป.ช. เอง และกฎหมายอื่น ขณะเดียวกันองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งนี้ ยังต้องเผชิญปัญหาจากนโยบายของรัฐบาลและองค์กรหลักอื่นๆ ที่เน้นความสำคัญในบทบาทและอำนาจของตนเอง โดยไม่รับรู้ปัญหาและความยุ่งยากในการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชัน โดยเฉพาะองค์กรในกระบวนการยุติธรรม
หากต้องการเอาชนะคอร์รัปชัน กรณีที่กำลังเป็นปัญหานี้ ต้องถูกยกให้เป็นประเด็นสาธารณะเพื่อถกเถียงแลกเปลี่ยนกันอย่างเปิดเผย ว่าแนวปฏิบัติตามหลักสากลเป็นอย่างไร ประเทศไทยจะเอาอย่างไร ต้องไม่ปล่อยปละทางใครทางมัน จนการต่อต้านคอร์รัปชันของไทยหลงทางอ่อนแอไปเรื่อยๆ ดังที่เป็นอยู่
สังคมไทยต้องช่วยกันทำให้ ป.ป.ช. เป็นอิสระและเข้มแข็งขึ้น.. ผมขอยืนเคียงข้าง ป.ป.ช. ครับ
ดร. มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
29 พฤษภาคม 2565

