หน้าแรก การเมือง 3 พรรคผนึกต้า...

3 พรรคผนึกต้าน ‘พ.ร.บ.รวมกลุ่ม’ ร่วมวงเสวนาหน้าทำเนียบ ประทับฝ่ามือบนตู้คอนเทนเนอร์

30.05.22 | 18:22 น.
ภาพจากเพจ 'No NPO Bill'

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 เมื่อเวลา 13.45 น. ที่สะพานชมัยมรุเชษฐ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของประชาชนกลุ่มหนึ่งในนาม ‘ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่ม’ เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้อง ครม.มีมติยกเลิกความเห็นชอบในหลักการ “ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. …”  โดย นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าเจรจากับตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม

นายธีรภัทรกล่าวว่า ตนได้นำเรียน นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และได้ทำหนังสือเรียน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยตรงเพื่อให้รับทราบเรื่อง พ.ร.บ. ที่กำลังพิจารณากันอยู่ ว่าจะดำเนินการอย่างไร นายกฯ มอบหมายให้นายอนุชานำเสนอเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วาระที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้ที่ประชุมรับทราบถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ

“การนำเสนอร่างกฎหมายมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและผู้ไม่เห็นด้วย ในส่วนของรัฐบาลซึ่งเป็นคนกลาง ขอนำเรื่องต่างๆ ที่มีการนำเสนอเข้าไปหารือ โดยผู้แทนของหน่วยงานบอกว่าอยู่ในระหว่างช่วงของการรับฟัง ยังไม่ได้เดินหน้าต่อ ทางนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้รัฐมนตรีประจำสักนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มารับข้อมูลเป็นทางการ และจะนำเรื่องนี้ไปพูดคุย ดูเรื่องความคิดเห็นว่าเป็นอย่างไร ประกอบการพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีในระยะต่อไป” นายธีรภัทรกล่าว และว่า นายอนุชาฝากขอโทษที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง เนื่องจากติดประชุม แต่ในวันพรุ่งนี้ เวลา 15.00 น. ขอให้ส่งตัวแทนไปพบและพูดคุยกันที่ตึก กพ.

ต่อมาในเวลา 15.40 น. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย, นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.พรรคก้าวไกล และนายกันต์กวี ทับสุวรรณ พรรคไทยสร้างไทย ร่วมเสวนาในประเด็นจุดยืนของพรรคต่อการผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว และในทางปฏิบัติ พรรคการเมืองจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า จุดยืนของพรรค คือคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยยืนยันมาตลอดว่ารัฐบาลควรฟังเสียงของประชาชน ไม่มีความชอบธรรมใดให้รัฐบาลมาควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชน

Advertisement

“จะใช้ทุกกลไกที่มีในการยืนยันคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เรามีกลไกกรรมาธิการพัฒนาเมืองรับฟังและพิจารณา รวมถึงสภาผู้แทนราษฎรด้วย และร่วมยื่นหนังสือกับภาคประชาสังคมทุกฝ่ายถึงรัฐ ให้ยกเลิก พ.ร.บ.และถอดออกจากมติ ครม.ทันที ให้เห็นถึงกระบวนการไม่ชอบธรรมของการออกกฎหมายฉบับนี้ เราจะเดินหน้าพูดคุย เจรจา หาวิธีการเปิดพื้นที่ สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นคือรัฐฟังเสียงประชาชน และไม่จำเป็นต้องรอให้พ้นวันนี้ สามารถยกเลิกและถอดถอนได้ในวันนี้เลย” นางสาวเบญจากล่าว

นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายหลักของพรรคคือการยืนเคียงข้างประชาชน สิ่งใดที่เป็นเรื่องของการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพของประชาชน พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยทั้งสิ้น ได้ตั้งฉายาให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า พ.ร.บ.เผ็ดจการ เรามีเจตนารมณ์ชัดเจนว่าประชาชนเดินอย่างไร เราเดินแบบนั้น ประชาชนไม่เอา เราก็ไม่เอา วันนี้ประชาชนออกมาเพราะเดือดร้อน จะขอเดินเคียงคู่กับประชาชน

“กฎหมายออกโดยสภา ก็ต้องแก้ในสภา พรรคเพื่อไทยจะไม่รับรองกฎหมายฉบับนี้ ถ้ารัฐบาลในวันนี้เห็นประชาชนที่เดือดร้อนมาอยู่ตรงหน้า แต่ยังดันกฎหมายนี้ คือรัฐไม่เห็นหัวประชาชน เพื่อไทยจะดำเนินการแบบเห็นหัวประชาชน จะทำให้ พ.ร.บ.ไม่ผ่านสภา หนทางอื่นจะต้องปรึกษาหารือเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ช่วยกันยกเลิกคัดค้าน วันนี้มีแต่ปลัดมา แต่รัฐมนตรีไม่มา มติ ครม. คือส่วนที่รัฐมนตรีรับผิดชอบ ง่ายที่สุดคือรัฐมนตรีต้องถอน” นางสาวตรีชฎากล่าว

กันต์กวี ทับสุวรรณ

นายกันต์กวี ทับสุวรรณ ส.ส.พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า จุดยืนของพรรคคือยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช. ยกเลิก พ.ร.บ.การรวมกลุ่มของประชาชน นโยบายแรกคือการปลดปล่อยพันธนาการรัฐราชการให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนต้องเป็นใหญ่ แต่ พ.ร.บ.นี้เป็นการรวมอำนาจให้คนไม่กี่คน มาควบคุมขบวนการของประชาชน จะไม่ยอมให้มีการรวมอำนาจ และจะทำให้กระจายอำนาจได้แท้จริง ซึ่งเป็นอุดมการณ์ร่วมกันของ 3 พรรค

“ตอนนี้เนื่องจากเราเป็นพรรคใหม่ ไม่มีสมาชิกอยู่ในสภา แต่เราจะทำงานร่วมกับเครือข่ายประชาชน เพื่อหาจุดสมดุลให้ได้ ว่าเราไม่เอา พ.ร.บ.นี้ ต้องยกเลิก มันไม่มีการกระจายอำนาจให้ประชาชน ที่เราทำทุกวันนี้คือ การคุยกับประชาชนและทำงานร่วมกับพรรคที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน” นายกันต์กวีกล่าว

ในเวลา 16.00 น. กิจกรรมช่วงสุดท้าย ตัวแทนจาก 3 พรรคร่วมกันประทับฝ่ามือของตนด้วยสีแดงลงบนผนังตู้คอนเทนเนอร์

ถัดมาเวลา 16.10 น. มีการพิธีสาปแช่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, นายจุติ ไกรฤกษ์ และ ครม.ทั้ง 36 คน

เวลา 16.45 น. ตัวแทนร่วมกล่าวแถลงการณ์ ต้องยกเลิกการผลักดัน ‘ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. …’ โดยเด็ดขาด ความดังนี้

“คุณค่าและความหมายของการรวมกลุ่มไม่ควรเป็นกฎหมาย เพราะคุณค่าและความหมายที่แท้จริงของการรวมกลุ่ม คือ สังคม วัฒนธรรม อุดมคติ และอุดมการณ์ ซึ่งเป็นคุณค่าและความหมายหลากหลายมิติในเจตจำนงของชีวิตมนุษย์ แต่รัฐบาลเผด็จการทหารของประยุทธ์พยายามใช้อำนาจโดยสร้างกฎหมายเพื่อควบคุม ทำลาย หรือจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการรวมกลุ่ม หรือพยายามลดทอนคุณค่าและความหมายของการรวมกลุ่มให้เป็นแค่กฎหมาย นี่จึงเป็นสิ่งที่เรา ‘ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน’ ยอมไม่ได้

การรวมกลุ่มในสังคมมนุษย์เต็มไปด้วยอุดมคติ อุดมการณ์ และความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม ซึ่งจะใช้อำนาจโดยการสร้างกฎหมายมาลดทอนคุณค่าและความหมายเหล่านี้มิได้

แม้แต่ตัวกฎหมายเองก็มีคำถามถึงความชอบธรรมในการใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ หรือเอาตัวเองและพรรคพวกอยู่เหนือกฎหมายของเผด็จการประยุทธ์ ว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐสภากึ่งเลือกตั้งที่เป็นผลพวงจากการใช้อำนาจรัฐประหารให้ได้มามีความชอบธรรมในการออกกฎหมายเพื่อบริหารกิจการบ้านเมืองหรือไม่

เป้าหมายเดียวของพวกเรา คือ จะต้องล้มร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. … ให้จงได้ เรารู้ว่าเส้นทางนี้ยังทอดยาว นี่ไม่ใช่ยกแรกและไม่ใช่ยกสุดท้าย เรากำลังอยู่ในเส้นทางสู่ชัยชนะด้วยความหวัง ความฝัน ความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างเต็มเปี่ยม

เราขอให้คำมั่นสัญญาต่อกันว่า วันนี้ไม่ว่าจะบรรลุตามข้อเรียกร้องให้เผด็จการประยุทธ์ยกเลิกการผลักดัน ‘ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. …’ โดยเด็ดขาดหรือไม่ เราจะไม่ย่อท้อสิ้นหวังใดๆ ทั้งสิ้น เราเชื่อมั่นว่าตลอดแปดวันที่เราได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน ณ หมู่บ้านราษฎร์ธรรมนูญ เรากำลังอยู่บนเส้นทางสู่ชัยชนะ

เรากำลังปีนบันไดไปทีละขั้นๆ เพื่อสู่หนทางแห่งชัยชนะในท้ายที่สุด

ถ้าวันนี้ไม่บรรลุผลทั้งหมดนั่นหมายความว่าหนทางสู่ชัยชนะยังต้องใช้เวลา และเราจะไม่ย่อท้อสิ้นหวังใดๆ เพื่อเดินทางไปถึงจุดนั้นใช่ไหมพี่น้อง

ขอให้พี่น้องประสานมือประสานใจต่อกัน รำลึกถึงช่วงเวลาอันงดงามเหล่านี้ จดจำเอาไว้เป็นความภาคภูมิใจของชีวิต เรากำลังเขียนประวัติศาสตร์เพื่อบอกเล่าไล่เรียงเรื่องราวบนท้องถนนที่กำลังนำเราไปสู่เส้นทางแห่งชัยชนะด้วยการล้มร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. …’ ให้จงได้”