เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ศูนย์การเรียนรู้ครูครอง จันดาวงศ์ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร มีการจัดงานรำลึกวันคล้ายวันเสียชีวิตของนายครอง จันดาวงศ์ เจ้าของคำกล่าว ‘เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ’ ซึ่งถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2504
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในช่วงเช้ามีการกิจกรรมบนเวที โดยนักเรียนโรงเรียนมัธยมสว่างแดนดิน 10 ราย ขึ้นอ่านเรียงความมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับนายครอง จันดาวงศ์
ต่อมา เมื่อเวลา 10.35 น. ผศ.ดร.พุฑฒจักร สิทธิ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร กล่าวรำลึกครูครอง มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า 61 ปีที่ผ่านไป เผด็จการยังไม่พินาศ ประชาธิปไตยก็ยังไม่เจริญ ครูครองเป็นเสรีไทยสายอีสาน เป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ถูกจับกุมหลายครั้งหลายคราในข้อหากบฏแบ่งแยกดินแดน เมื่อ พ.ศ.2491 และกรณีกบฏสันติภาพ พ.ศ.2495
“ครูครองเคยเป็น ส.ส.สกลนคร เป็นฝ่ายค้านในสภาในนามพรรคแนวร่วมเศรษฐกร เมื่อระบอบเผด็จการเรืองอำนาจ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็กวาดล้างนักหนังสือพิมพ์และนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีความเห็นต่าง ครูครองจำต้องออกจาก ส.ส. มาเป็นเป็นครูและทำอาชีพเกษตรกร ครูครองและสหายได้จัดตั้งสมาคมลับชื่อว่า สามัคคีธรรม เพื่อจัดอบรมให้ประชาชนรู้จักถึงความสำคัญของชนชั้นกรรมาชีพ และต่อต้านอำนาจรัฐบาลเผด็จการสฤษดิ์ ก่อนถูกล้อมจับเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2504 และวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2504 ครูครอง และครูทองพันธ์ ถูกประหารชีวิตด้วยมาตรา 17 ข้อหาเป็นกบฏต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรโดยไม่มีการพิจารณาคดีแต่อย่างใด โดยมีคำสั่งลาพี่น้องในคุกที่ร่วมชะตากรรมว่า ขอลาพี่น้องไปตายก่อนเด้อ พี่น้องเอ๋ย ผู้ใดยังอยู่ก็ขอให้สู้ต่อไป เผด็จการนี้มันไปไม่ได้เท่าไหร่หรอก ประชาชนจะต้องชนะในที่สุดอย่างแน่นอน” ผศ.ดร.พุฑฒจักรกล่าว
ต่อมาเวลา 10.40 น. นักเรียนและประชาชนร่วมวางดอกไม้แสดงความรำลึก โดยมีวง ‘สะเลเต’ ขับร้องบทเพลงชื่อ ‘ครูครอง จันดาวงศ์’ ประกอบ
จากนั้น เป็นพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนบ้านค้อโพนสวางยางชุม จำนวน 60 ทุน
เวลา 11.00 น. นายวิทิต จันดาวงศ์ บุตรชายครูครอง จันดาวงศ์ ขึ้นเวทีกล่าวในประเด็นการต่อสู้ทางการเมือง

ต่อมาในเวลา 11.45 น. ตัวแทน ‘เครือข่ายกวีสามัญสำนึก’ กล่าวบทกวีรำลึกจากกวีจำนวนมากที่ส่งเข้าร่วม อาทิ รอนฝัน ตะวันเศร้า, เพตรา วิเศษรังสี, รัฐพล เพชรบดี, อลงกต ใจสงฆ์, เมฆครึ่งฟ้า, อโลชา เวียงพงศ์, ธนวัฏ ปรีชาจารย์, ชาคริต แก้วทันคํา, รัฐพล เพชรบดี, อรรณพ วรรณศรี, สันติสุข กาญจนประกร, ภู กระดาษ, อินทัช, อมต และรัตนะ
ตัวอย่างบทกวีโดย ‘เมฆครึ่งฟ้า’
‘สหาย สหาย ในขั้นแรกเขาอาจจะตีหัวคนที่คุณไม่รู้จักชื่อ แต่คุณจะไม่รู้เชียวหรือว่ามันเจ็บแค่ไหน
และในขั้นต่อมา เขาอาจจะประหารคนที่คุณก็เพิ่งรู้จักชื่อ แต่คุณจะไม่รู้เชียวหรือว่ามันผิดแค่ไหน
หลับเถิดเสรีชนใต้หมอกหม่นอันมอมเมา สติปัญญาเจ้าซุกเสียเพื่อชีวายัง
หลับเสียอย่ารับรู้ เสียงพรั่งพรูกังวานปัง
กระสุนทมิฬคลั่ง จะกราดใครใช่กงการ
หลับเถิดในห้วงนึก จ่อมจมลึก ณ วันวาน
อำนาจอุบาทว์มาร จักผลาญชาติใช่บันดล
หลับเสียอย่างคนบาป ผู้ก้มกราบทรชน
หลักการและเหตุผล ละอายบ้างช่างหัวมัน’
บทกวีโดย ‘เพตรา วิเศษรังสี’
‘คุณไม่มีแรงจะโกรธใคร ตราบใดที่ยังต้องวิ่งหัวซุกหัวซุน
หนีความสูญเสีย หนีความไม่รู้ หนีความเป็นอื่นของตัวเอง
คลานแบบแมลงสาบลงท่อ ให้พ้นจากกระแสธารแห่งชีวิต ที่ยังคงเชี่ยวกรากวันต่อวัน
บ้างก็หนาว บ้างก็ร้อน ไม่บอกกล่าวเหมือนน้ำขึ้นน้ำลง
ลุกโชติดั่งไฟนรก แล้วเย็นเยือกเหมือนธารน้ำแข็ง
พวกที่หนีไม่ทัน ก็ถูกตรึงไว้ที่นั่น ทารุณกรรมให้คลายยุทธวิธี
ขู่เข็ญให้สงบคำ เมื่อถูกปล่อยตัว
ส่วนพวกที่อยู่วงนอก กลับอุดปากตัวเองแน่น
มองความโหดร้าย เงียบเชียบ อ่า มันลุกโชนขึ้นอีกแล้ว
ไฟ ไฟที่คุณไม่กล้าดับ มันลุกลามทุ่มท่า
ไม่มีท่าทีจะแผ่วลง พรุ่งนี้ก็กลับมาย่างเผา
ไฟ ไฟที่คุณไม่กล้าดับ ที่สุดลามมาถึงบ้าน
หรือมอดไหม้ หาใช่เรื่องหนักหนา คุณนิ่ง
มันกลับมามอดไหม้ ต่อไป ต่อไป ต่อไป
ความเงียบนั่นแหละ ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี
ไฟ ไฟที่คุณไม่กล้าดับ ใช่ไหม ต้องทำอะไรล่ะ
สักวันก็ลามมาบ้านคุณอยู่ดี
สักวันก็ลามมาบ้านคุณอยู่ดี’



