‘จิราพร’ อัดรัฐทำงบ ‘ขูดเลือดขูดเนื้อ ปชช.’ ไม่ช่วยแถมยังซ้ำเติมผลักภาระ เชื่อหาก ‘ทักษิณ’ อยู่ยาว 8 ปี เหมือน ‘ประยุทธ์’ ศก.ไทยไม่เป็นแบบนี้ พร้อมขอโอกาส พท.เป็นรัฐบาล นำ ศก.สร้างสรรค์สร้างรายได้ให้ ปชช.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวาระที่ 1 เป็นวันที่ 2 ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายศุภชัยแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงกรอบเวลาการชี้แจงและการอภิปรายว่า การประชุมวันแรกจากที่แบ่งสัดส่วนกรอบระยะเวลาการอภิปรายไว้เป็นฝ่าย ครม.และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล รวม 22 ชั่วโมง และฝ่ายค้าน 22 ชั่วโมงนั้น ได้ใช้เวลาการประชุมไปแล้วทั้งสิ้น 13 ชั่วโมง 13 นาที ทำให้ขณะนี้ ครม.และพรรคร่วมรัฐบาลเหลือเวลา 15 ชั่วโมง 53 นาที ส่วนฝ่ายค้านเหลือเวลา 15 ชั่วโมง 9 นาที ขณะที่ประธานในที่ประชุมเหลือเวลา 3 ชั่วโมง 13 นาที
จากนั้นเข้าสู่วาระการประชุม โดย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า ประเทศไทยเริ่มเปิดประเทศเต็มรูปแบบ เป็นสัญญาณของการฟื้นเศรษฐกิจ ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 66 ที่จะเริ่มใช้ช่วงปลายปี 65 จะต้องเป็นงบฯที่เตรียมไว้ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 แต่นอกจากจะไม่ช่วยฟื้นฟู ยังทำงบฯแบบหารายได้เข้ารัฐโดยขูดเลือดขูดเนื้อประชาชน จึงขอเรียกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า “ฉบับขูดรีดประชาชน” ซึ่งรายได้หลักของรัฐบาลมาจากภาษี และรัฐพาณิชย์ หรือรัฐวิสาหกิจ ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง รัฐบาลกู้ได้สูงสุด 7.1 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลตั้งใจปรับลดเหลือ 6.9 แสนล้านบาท ไม่กู้เต็มเพดาน เพื่อให้ตัวเลขดูน้อยกว่าปีก่อน แต่เพิ่มประมาณการรายได้แทน
น.ส.จิราพรกล่าวว่า ปี 66 ประมาณการรายได้เพิ่มเป็น 2.49 ล้านล้านบาท พฤติกรรมเช่นนี้ถือว่าเอาเปรียบประชาชน ผลักภาระซ้ำเติมประชาชนที่ยังไม่เห็นแสงสว่างที่จะฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจ ภาษีส่วนใหญ่ที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นรายการที่กระทบประชาชนโดยตรง โดยตั้งเป้าปี 66 จะเก็บภาษีนิติบุคคลให้ได้ 6.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9 หมื่นล้านบาท ถามว่าจะเน้นเก็บจากใคร จากธุรกิจขนาดใหญ่ หรือธุรกิจเอสเอ็มอี ตนมีข้อสังเกตว่า รายได้ภาษีนิติบุคคล 80% มาจากบริษัทขนาดใหญ่ รัฐบาลอาจเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเหล่านี้เพื่อที่จะได้มาจ่ายภาษีตามที่รัฐบาลตั้งเป้า และละเลยธุรกิจเอสเอ็มอี แต่หากเก็บภาษีจากธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ได้ตามเป้า กรรมก็อาจตกมาอยู่ที่เอสเอ็มอีที่บอบช้ำอยู่แล้ว

น.ส.จิราพรกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่รัฐบาลเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่พอเก็บจริงไม่สามารถเก็บจากกลุ่มเป้าหมายได้ เพราะมีช่องโหว่ทางกฎหมาย กลายเป็นคนที่จ่ายภาษีจริงเป็นคนที่มีรายได้ปานกลางเป็นชนชั้นกลาง นอกจากรัฐบาลจะรีดภาษีประชาชนยามวิกฤต รัฐบาลยังไปขอเงินจากรัฐวิสาหกิจเพิ่ม ตั้งแต่ปีงบ 65-66 รัฐบาลเรียกเก็บเงินจากรัฐวิสาหกิจทุกแห่งเข้าคลังเพิ่มขึ้นอีก 5% เดิมรัฐวิสาหกิจต้องนำเงินส่งคลัง 45% ของกำไร แต่ต้องส่งเพิ่มเป็น 50% การให้รัฐวิสาหกิจส่งเพิ่มแม้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่สะท้อนว่าหลังโควิด-19 รัฐบาลชุดนี้สิ้นไร้ไม้ตอกไม่รู้จะหาเงินจากไหน แต่สิ่งที่ผิดเต็มๆ คือกลับปล่อยปละละเลยให้รัฐวิสาหกิจขูดรีดประชาชนด้วยการประกาศขึ้นค่าไฟโดยที่รัฐไม่เข้าไปกำกับดูแล เพราะต้องการส่วนแบ่งกำไรจากรัฐวิสาหกิจมาเป็นส่วนแบ่งของรัฐบาลใช่หรือไม่ รัฐบาลได้กำไรแต่ปล่อยให้ประชาชนไปตายเอาดาบหน้า ดังนั้น รัฐบาลต้องหาทางกำกับดูแลเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม คงไม่รู้สึกอะไร เพราะท่านอยู่บ้านหลวง ใช้ไฟฟรี น้ำฟรี รถหลวง ไม่เข้าใจความทุกข์ยากประชาชน
“รัฐบาลใช้เงินมือเติบ สุรุ่ยสุร่าย แต่หารายได้ไม่เป็น บริหารประเทศมา 8 ปี ยังลงทุนแบบเก่าๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เมื่อเกิดโควิด-19 เราไม่มีอะไรขับเคลื่อนใหม่ๆ มัวแต่กินบุญเก่า เศรษฐกิจประเทศจึงน่วมมาจนทุกวันนี้ ถ้ารัฐบาลทักษิณอยู่ยาว 8 ปี อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ หน้าตาเศรษฐกิจไทยจะไม่ใช่แบบนี้แน่นอน ถ้าประชาชนให้โอกาสพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลอีกครั้ง เราจะนำนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซอฟต์เพาเวอร์มาใส่ลงในเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อสร้างโอกาส สร้างรายได้ ความคิดสร้างสรรค์ไม่มีวันเกิดขึ้นได้จากรัฐบาลเผด็จการ สืบทอดอำนาจ” น.ส.จิราพรกล่าว
น.ส.จิราพรกล่าวว่า ถ้าปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่าน ทุกอย่างจะวนเวียนซ้ำซากแบบนี้ทุกปี ไม่เห็นอนาคตของประเทศ อยากให้นายกฯทำความเข้าใจว่ารัฐบาลทำงบแบบเดิม โครงสร้างแบบเดิม เปลี่ยนแค่ตัวเลขใหม่ ตนจึงไม่อยากให้เอาร่างกลับไปแก้ เพราะแก้ไปก็เหมือน 8 ปีที่ผ่านมา จึงขอให้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 66 ถูกตีตกไปพร้อม พล.อ.ประยุทธ์ และให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้มาจัดทำงบฯฉบับใหม่เพื่อคืนความหวังให้ประชาชน

