หน้าแรก การเมือง เดียร์ ยก &#8...

เดียร์ ยก ‘มิลลิ’ กลางสภา จี้ทบทวนงบผลักดัน ซอฟต์เพาเวอร์ ชี้ตัวเลขไม่เหมาะสม

2.06.22 | 12:44 น.

มาดามเดียร์ จี้ รัฐ ทบทวนจัดงบผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ พลิกฟื้นศก.ไทย หลังพบตัวเลขไม่เหมาะสม ยกเคส ‘มิลลิ’ เป็นตัวอย่าง ชี้ให้รัฐต้องยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงให้เข้มแข็ง

เวลา 09.40 น. วันที่ 2 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ วาระที่ 1 นางสาววทันยา บุนนาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายว่า ต้องยอมรับว่าหลังวิกฤตโควิดทำให้พฤติกรรมของประชาชนเปลี่ยนไป หนึ่งนโยบายที่ช่วงหลังจะได้ยินภาครัฐและเอกชนพูดอยู่บ่อยครั้งจนฮิตติดปากคือ ยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ซึ่งจากการศึกษารายละเอียดงบประมาณของภาครัฐปี 66 ขอตั้งข้อสังเกตว่าการทำงานเรื่องซอฟต์เพาเวอร์ ของภาครัฐ มีลักษณะต่างกระทรวงต่างทำเป็นการใช้งบแบบกระจัดกระจาย และพื้นฐานงบประมาณส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้แบบการจัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ ไม่ใช่โครงการต่อเนื่องระยะยาว ไม่มีแผนงานที่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไรอยากให้ภาครัฐพิจารณาทบทวนการใช้งบประมาณสร้างเศรษฐกิจด้วยซอฟต์เพาเวอร์ตามปณิธานของรัฐบาลให้สำเร็จด้วย 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรก การทำความเข้าใจเรื่องซอฟต์เพาเวอร์ ให้ถูกต้องตรงกัน เพราะหากเข้าใจคลาดเคลื่อน ผลกระทบจากการทำแผนนโยบายรวมถึงกำหนดยุทธศาสตร์คลาดเคลื่อนตามไปด้วย โดยอาวุธสำคัญที่จะผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ของไทย คือการพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อศิลปะและบันเทิง


น.ส.วทันยา กล่าวว่า ขอยกตัวอย่าง กระแสนักร้องหญิงมิลลิ ที่ทานข้าวเหนียวมะม่วง บนเวที Coachella ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนซอฟต์เพาเวอร์ให้กับคนไทย โดยคนที่ได้อานิสงส์จากนักร้องหญิงมิลลิคือเกษตรกรที่ปลูกมะม่วง ชาวนาที่ปลูกข้าว จนกระทั่งร้านขายข้าวเหนียวมะม่วง จากกระแสดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่รัฐต้องหันกลับมาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมศิลปะและบันเทิงให้มีความเข้มแข็ง ประเด็นที่สอง การกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ชัดเจน เพื่อสามารถโฟกัสการทำงานและจัดทำแผนระยะยาวเพื่อไปสู่เป้าหมาย เราประกาศวิสัยทัศน์แต่กลับไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน โดยหน่วยงานที่ใกล้เคียงมากที่สุดคือกระทรวงวัฒนธรรม แต่เมื่อพิจารณาจากงบประมาณของกระทรวง แล้วเกิดคำถามว่าจะผลักดันให้เกิดซอฟต์เพาเวอร์ได้อย่างไร

น.ส.วทันยา กล่าวว่า ประเด็นที่สาม การสนับสนุนเงินทุนที่จะพัฒนาสร้างเอกชนให้เกิดความเข้มแข็งเพื่อนำเงินทุนไปพัฒนาผลงานคุณภาพและบุคคลากรเพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมเติบโตแข่งขันทันกับต่างชาติได้ แต่งบกระทรวงวัฒนธรรม จะเห็นว่ากว่า 90% ถูกนำไปใช้เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ศิลปะเดิมของประเทศ แต่งบที่จะพัฒนาต่อยอดอนาคตกลับน้อยมาก มีเพียงโครงการเดียวที่เกี่ยวข้องซอฟต์เพาเวอร์มากที่สุด คือ การส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ด้วยงบจำนวน 40 ล้านบาท กับภารกิจอันใหญ่หลวงซอฟต์เพาเวอร์ คงไม่ต้องพูดถึงความเหมาะสมว่างบเท่านี้จะทำให้ภารกิจสำเร็จได้หรือไม่

ทั้งนี้ เข้าใจว่ารัฐบาลมีภาระต้องเยียวยาประชาชนจากวิกฤตโควิด การใช้งบประมาณจึงต้องรอบคอบ แต่เรายังมีเงินกองทุนนอกงบประมาณอีกจำนวนมากและเพียงพอที่จะพัฒนาซอฟต์เพาเวอร์ได้ รวมทั้งงบประมาณที่ขอเข้าไปยังกองทุนถูกนำไปใช้แบบกระจัดกระจาย ไม่สามารถเห็นผลลัพธ์การทำงานจากการสนับสนุนแบบเป็นรูปธรรมได้ ไม่ต่างกับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หากนำเงินกองทุนต่างๆหรือ งบอีเวนต์ของกระทรวงมารวมกันจะมีงบประมาณมากพอปักหลักยุทธศาตร์เพื่อผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ ให้สำเร็จได้

Advertisement