09.00 INDEX วิถี ทำงาน ทำงาน ทำงาน จุดประกายหวัง สังคมไทย

5.06.22 | 08:14 น.

09.00 INDEX วิถี ทำงาน ทำงาน ทำงาน จุดประกายหวัง สังคมไทย

ลักษณะแห่ง “กัมมันตะ” ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นับแต่ได้รับ 1.3 กว่าล้านเสียงในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม กำลังพัฒนาเข้าสู่ระดับแห่ง “กัมมันตภาพ” อันร้อนแรง

ทั้งในทาง “ความคิด” และในทาง “การเมือง” ที่ยกระดับไปสู่คุณภาพแห่งการ “ดิสรัพท์” ซึ่งรุนแรง ล้ำลึกมากยิ่งขึ้น

ไม่เพียงจากพลานุภาพแห่งสโลแกน “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” ที่มีจุดเริ่มต้นจากเวลา 04.00 น.อันนำไปสู่การเปรียบเทียบกับอดีตผู้ว่าฯกทม.ในอดีต

เริ่มจากยุคของ นายธรรมนูญ เทียนเงิน กระทั่งมาถึงยุคของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และที่มิอาจหนีได้พ้นอย่างเด็ดขาดคือ ห้วงเวลา 5 ปีของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง

อย่าได้แปลกใจหากจากการเคลื่อนไหวอย่างไม่เคยหยุดนิ่งของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ก่อรูปขึ้นเป็นคำถามว่าคนแบบนี้สม ควรดำรงตำแหน่งเป็น “นายกรัฐมนตรี”

Advertisement

ความหมายจึงแสดงผลสะเทือนว่าได้ทะยานข้ามพ้นไปจากตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.” แล้วอย่างสิ้นเชิง รออยู่แต่ว่าเมื่อใดโอกาสที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะได้เป็น “นายกรัฐมนตรี” เท่านั้น

บุคคลที่สร้างความหวั่นไหวให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเด่นชัดยิ่งว่ากำลังเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

การเคลื่อนไหวหลังวันอาทิตย์ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่เพียงแต่กำลังพิสูจน์ว่ามิได้เป็นนักการเมืองประเภท “ดีแต่พูด”

ตรงกันข้าม รูปธรรมแห่ง “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” เริ่มปรากฏ

ความลึกซึ้งอย่างยิ่งจึงมิได้อยู่ที่ในทาง “ความคิด” หากแต่ การลงมือปฏิบัติอันถือได้ว่าเป็นกระบวนการในทาง “การเมือง”

ทุกอย่างดำเนินไปบนพื้นฐานในทางความคิดที่ว่า “บริหาร ด้วย 2 เท้า” นั่นก็คือ เดินลงไปในพื้นที่ พบกับคนที่ทำงานอย่าง แท้จริง ถกแถลง หารือและนำไปสู่ “บทสรุป” ร่วมกัน

ไม่ว่าจะเป็นคลองลาดพร้าว ไม่ว่าจะเป็นถนนพระราม 2 ไม่ว่าจะเป็นต่อปมปัญหาอันเนื่องแต่โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ในที่สุดก็รุดไปยับสำนักระบายน้ำ

อย่าได้แปลกใจหากภาพเปรียบเทียบจะเกิด 2 รายทาง

พลันที่กระบวนการในทาง “ความคิด” ค่อยๆ ได้รับการแปรไปสู่ปฏิบัติการในทาง “การเมือง” คำถามจึงหยั่งลึกลงไปยังกระบวนการ เกิดขึ้นของ “การจัดตั้ง”

ความคิด การเมือง การจัดตั้ง จึงเป็น 3 ประสานสัมพันธ์

เด่นชัดยิ่งว่ารูปการณ์เคลื่อนไหวในแบบของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังเสนอ “ทางออก” ใหม่ให้กับสังคมไทยนอกเหนือไปจากความพยายามเดิมๆ ที่มีอยู่

ในที่สุดแล้วก็คือ การออกจาก “ทศวรรษ” แห่งความสิ้นหวัง