วิษณุเตือนพิธา ตัดงบบำนาญ ขรก.เป็นไปได้ยาก ต้องแก้ กม.หลายฉบับ งบเดิมทำถูกต้องแล้ว

วิษณุเตือนพิธา ตัดงบบำนาญข้าราชการเป็นไปได้ยาก ต้องแก้กฎหมายหลายฉบับ งบเดิมทำถูกต้องแล้ว

เมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 6 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยระบุว่า เห็นควรให้ตัดงบประมาณ ราชการ จนถูกวิจารณ์จากสังคมโดยมาก ว่าต้องแล้วแต่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบว่าจะพิจารณาอย่างไร เพราะขณะนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 อยู่ในมือของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบแล้ว

นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องบำนาญข้าราชการนั้นกฎหมายเขียนไว้ว่า เมื่อข้าราชการรับราชการมา เขาต้องได้รับบำเหน็จบำนาญ ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ส่วนที่จะเห็นว่ามากไปหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่ ซึ่งในการแปรญัตติจะตัดงบแล้วจะไปกระทบสิทธิของเขาคงไม่ได้ เว้นแต่จะมีข้อเสนอแนะให้แก้กฎหมาย ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

นายวิษณุกล่าวว่า ตัวเลขบำนาญที่ถูกมองว่าสูงนั้น ความจริงก็เหมือนกับตัวเลขในอดีต เมื่อข้าราชการมีจำนวนมากขึ้น งบประมาณก็มากขึ้นเท่านั้นเอง และรัฐบาลได้คิดสิ่งเหล่านี้อยู่โดยตลอด จึงยังไม่คิดที่จะให้มีการเออร์ลี่ รีไทร์ เพราะจะเป็นภาระงบประมาณ หรือแม้แต่ในเรื่องของการขยายอายุเกษียณราชการ ซึ่งเดิมได้คิดก่อนสถานการณ์โควิดแล้วว่าจะขยายจากอายุ 60 ปี เป็น 63 ปี และอีกช่วงหนึ่งจะขยายจาก 63 ปี เป็น 65 ปี ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในแผนปฏิรูปประเทศ หากเป็นเช่นนั้นแสดงว่ายังไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ แต่ปรากฏว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โรคโควิด-19 จึงหยุดเรื่องดังกล่าวเอาไว้ก่อน และปล่อยให้เกษียณอายุ 60 ปีเช่นเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าตัวเลขเงินบำนาญในงบ ปี 2566 นั้นมีความเหมาะสมแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คนที่คิดเรื่องนี้ขึ้น เขาก็คิดขึ้นโดยอาศัยความสมเหตุสมผลอยู่แล้ว ส่วนที่มองกันว่าไม่สมเหตุสมผลนั้น อาจต้องไปดูกฎหมายที่เป็นต้นตอของการจ่ายบำเหน็จบำนาญ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นต้องไปแก้กฎหมายเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ส.ส. ส.ว. ไม่มีบำเหน็จบำนาญแต่เป็นเงินสงเคราะห์เงินช่วยเหลือ ซึ่งถ้าอยากจะไปตัดงบตรงนั้นต้องไปแก้กฎหมายเช่นกัน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ฝ่ายค้านติเรื่องงบประมาณในส่วนนี้ แสดงว่าเป็นการกล่าวอ้างโดยไม่สมเหตุสมผลหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ เพราะเขามีสิทธิวิจารณ์ได้ทุกอย่าง ไม่ได้มีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า หาก กมธ.งบตัดลดงบในส่วนดังกล่าวจะกระทบต่อขวัญกำลังใจของข้าราชการหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า หากในที่สุดมีการปรับลดแล้วจริงย่อมกระทบกระเทือน แต่การที่บางคนเสนอนั้นก็ไม่ใช่ว่าคนอื่นจะเห็นด้วย ก็ต้องให้ไปว่ากันเองในชั้น กมธ.งบ ซึ่งมีกัน 72 คน ให้เขาไปว่ากันอีกครั้ง ทั้งยังต้องนำกลับเข้าที่ประชุมสภาอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นการทำตามกฎหมายแสดงว่าไม่สามารถปรับลดงบประมาณส่วนนี้ได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนยังคิดไม่ออกว่าจะปรับลดอย่างไรที่ไม่ให้ขัดกับกฎหมายเรื่องงบประมาณเงินบำเหน็จบำนาญ นายพิธาเอาขึ้นมาพูดโดยที่อาจไม่คิดมีเจตนาไปไกลกว่านั้น แต่หลังจากนั้นเอาไปขยายความว่าท่านจะตัดและต่อมาพรรคก้าวไกลมีคลิปออกมาแถลงว่าไม่ได้คิดที่จะตัด ซึ่งเหตุเกิดในช่วงที่สภาพิจารณางบประมาณ และผมก็ไม่รู้ว่าข่าวมันบานปลายต่อไปอย่างไร พรรคก้าวไกลก็ออกมาแก้ข่าวแล้วว่า เขาไม่คิดจะตัดเพราะจะตัดได้อย่างไรในเมื่อทุกอย่างจ่ายไปตามกฎหมาย แต่ถ้าคิดจะแก้กฎหมาย นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง อย่างนั้นก็ได้ ถ้าคิดว่าจะแก้กฎหมาย เช่น ทำราชการ 10 ปี ถ้าออกแล้วจะได้บำเหน็จเปลี่ยนเป็น 15 ปีจะได้บำเหน็จ ถ้าทำราชการ 25 ปี ถ้าคิดแก้ให้เป็น 30 ปี ถ้าจะแก้อย่างนั้นก็แล้วแต่ แต่ก็ต้องแก้กฎหมายเสียก่อน

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image