‘ชัชชาติ’ ลุยสร้างความโปร่งใส ถกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน แนะดึง TDRI ช่วยวิจัย ให้ ปชช.ร่วมจับตา
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ภายหลังช่วงเช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) เดินทางไปเป็นประธานในการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) และในช่วงบ่าย นายชัชชาติและผู้บริหาร กทม. ให้การต้อนรับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการร่วมเปิดประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรกนั้น
เวลา 15.30 น. ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ ชั้น 9 เขตปทุมวัน นายชัชชาติเดินทางมาหารือร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) โดยมี นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และ ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ให้การต้อนรับ

นายวิเชียร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ประเด็นสำคัญ เรามาแสวงหาและร่วมมือกันในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันก็มีภารกิจมายาวนานในเรื่องนี้ หรือเป็นหน้าที่ของเราในการที่จะร่วมสนับสนุน ทำงานกับท่าน ร่วมกันใช้เครื่องมือต่างๆ มาประยุกต์ใช้ต่อยอดให้สอดคล้องกับนโยบายของท่านในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น

“เรียกว่าเรื่องนี้เป็นอุปสรรคที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการขับเคลื่อนงานของ กทม. การที่ท่านผู้ว่าฯให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เราดีใจเป็นอย่างยิ่ง มีความหวังและพร้อมทำงานอย่างเต็มที่” นายวิเชียรกล่าว
เมื่อถามถึงความท้าทาย ?
นายวิเชียรกล่าวว่า สิ่งสำคัญอย่าง “การจัดซื้อจัดจ้าง” เป็นเรื่องที่องค์กรมีบทบาทมาเป็นเวลาต่อเนื่อง ก็เป็นเรื่องของการต่อยอด ใช้ประโยชน์จากกลไกที่มีอยู่ เรื่องการเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใส เรามีระบบเอไอ แอพพลิเคชั่น และคนรุ่นใหม่มาร่วมกันพัฒนาให้ประชาชนเข้าถึง ช่วยกันติดตามและเฝ้าระวังได้ เป็นแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้ว สามารถใช้ต่อยอดได้ พัฒนาต่อเนื่องไปก็ได้ เป็นสิ่งที่เรามีเครื่องมืออยู่แล้ว
“เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ เราต้องทำงานกับหน่วยงานองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเราทำอยู่แล้ว แต่ส่วนสำคัญอย่างยิ่ง คือบทบาทภาคประชาชน ซึ่งไม่ใช่เป็นผู้รับบริการอย่างเดียว แต่ประชาชนอยากมีส่วนร่วม เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้วย เป็นหน้าที่ของเราที่ทำอยู่แล้ว” นายวิเชียรกล่าว

ด้าน นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องกราบขอบคุณองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ช่วงหาเสียง ดร.มานะมาจุดประเด็นให้ผู้สมัครพูดเรื่องนี้กันเข้มข้นขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายด้วย และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเห็นความสำคัญตรงนี้
“ช่วงก่อนที่จะเลือกตั้ง เห็นแล้วว่าประชาชนเหมือนกับหมดหวัง ไม่ค่อยมีความไว้ใจกับ กทม. ตั้งแต่รากหญ้า พ่อค้า แม่ค้า ที่อยู่ริมทาง ไปจนถึงผู้ประกอบการธุรกิจทุกระดับ มีความเกี่ยวเนื่องกับ กทม. หลายท่านมีความรู้สึกไม่ดีนัก ในเรื่องความทุจริตความโปร่งใส

สิ่งที่ต้องทำจากนี้ไป คือการสร้างความเชื่อมั่นและไว้ใจ ให้กลับคืนมา การร่วมมือกับหน่วยงานที่มีประสบการณ์อย่าง ACT จะทำให้เราเดินไปอย่างมั่นใจและถูกทางมากขึ้น” นายชัชชาติระบุ
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า มีเรื่องใหญ่ ทั้งเรื่องข้อตกลงทางคุณธรรม มี 3 ฝ่าย ทั้ง กทม. เอกชน และฝ่ายสังเกตการณ์อย่าง ACT ว่าโปร่งใส รวมถึงการตั้งคณะกรรมการในการขอใบอนุญาต การคำนวณภาษีต่างๆ ที่สามารถปรับปรุงให้โปร่งใสขึ้นได้
“แนะนำว่า น่าจะมีองค์กรภายนอกที่มีความรู้ความเข้าใจ เช่น สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ทำงานวิจัยเป็นเบสไลน์ (baseline) ไว้ก่อนว่าจะมีข้อแนะนำอย่างไรเพื่อเดินหน้าไปแบบนี้ จะได้มีงานเชิงวิชาการประกอบไปด้วย เป็นวันเริ่มต้นที่ดีที่เราจะเดินหน้าไปด้วยกัน และตั้งคณะทำงาน หารือเดือนละครั้ง ให้พี่น้องประชาชนมามีส่วนร่วมได้
ที่ผ่านมาจะเห็นว่า ประชาชนมีความกระตือรือร้น ในเรื่องการแก้ปัญหาของเมือง การแก้ปัญหาความโปร่งใส ก็เป็นเรื่องสำคัญ ขอบคุณที่สละเวลามาร่วมกัน ทำให้เกิดความโปร่งใสขึ้นในกรุงเทพฯ” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถามว่า โฟกัสเฉพาะในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง หรือโครงสร้างทุกอย่างของ กทม.
นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องดูหมด จัดซื้อจัดจ้างเป็นส่วนหนึ่ง กทม. แตะชีวิตของคนกรุงเทพฯทุกมิติ ทำเรื่องเทศกิจ หาบเร่แผงลอย ต้องดูให้ครบถ้วน เพราะแต่ละคนก็มีปัญหาแตกต่างกันไป

สำหรับการเดินทางมายัง “องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” สืบเนื่องจากนายชัชชาติได้กล่าวไว้เมื่อ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะลงพื้นที่สำรวจโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน บนถนนพระราม 3 ว่าสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปประสานงานร่วมกับหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมราชทัณฑ์ และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน
“หน้าที่ กทม.ต้องประสานสิบทิศ เพราะเราไม่ได้มีอำนาจทั้งหมด” นายชัชชาติระบุ
เมื่อถามว่า การตรวจสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว มีการหารือร่วมกันอย่างไรบ้าง ?
นายชัชชาติระบุว่า ทาง ACT มีส่วนร่วมเรื่องนี้มาก่อนแล้ว เป็นข้อตกลงคุณธรรมที่ทำอยู่ คณะทำงานก็จะมาคุยกันต่อว่า มีข้อมูลอย่างไร และจะต่อยอดกันอย่างไร เป็นส่วนหนึ่งที่จะมาหารือร่วมกัน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่กำลังมาในอนาคตด้วย
เมื่อถามว่า ต้องตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมาใหม่ใช่หรือไม่ ?
นายชัชชาติกล่าวว่า ความจริงแล้ว เรามีคณะทำงานอยู่ ซึ่งดูทุกเรื่อง ไม่ใช่ว่าเรื่องหนึ่ง ตั้งชุดหนึ่ง จะเยอะเกินไป เรามีคณะกรรมการ เป็นรองผู้ว่าฯ 1 ท่าน ประธานที่ปรึกษา และท่านปลัด ส่วนทาง ACT ก็จะตั้งกลุ่มมาทำงานร่วมกัน โดยจะมีการประชุมทุกเดือน เพื่อติดตามความก้าวหน้า ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีเขียวก็เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการ โดยอาจมีหน่วยงานอื่นมาช่วยวิจัยและให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วย
โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถือว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้น ?
นายชัชชาติกล่าวว่า สายสีเขียวก็มีความสำคัญในระดับต้นๆ ขณะนี้ดูทุกเรื่อง เพราะมีหลายสัญญา หลายโครงการ พูดถึงการวางโครงสร้างในระยะยาวด้วย สายสีเขียวก็เป็นโครงการหนึ่งที่จะมาดูร่วมกัน
เมื่อถามถึงโครงการอื่นๆ ?
นายชัชชาติเปิดเผยว่า โครงการค้างอยู่ ก็เช่น โครงการกำจัดขยะ คงดูว่ามีจุดไหนที่จะนำมาเป็นบทเรียนสำหรับอนาคตได้หรือไม่ หรือกระบวนการขอใบอนุญาตต่างๆ การอำนวยความสะดวก ซึ่งอยู่ในข้อที่ต้องปฏิบัติ รวมถึงการเปิดเผยเรื่องการคิดภาษี ที่ต้องทำให้มีความโปร่งใสมากขึ้น ว่าได้ไม่ได้ มีการเลือกปฏิบัติ หรือใช้ดุลพินิจที่แตกต่างกัน ซึ่งทาง ACT ก็มีฐานข้อมูลเยอะ เชื่อว่าถ้ารวมกันแล้ว จะทำให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อถามว่า ทาง ACT จะสามารถเข้ามาดูได้ทุกสัญญาของ กทม.หรือไม่ ?
นายวิเชียรเปิดเผยว่า สัญญามีความหลากหลาย ตั้งแต่ขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก วันนี้ได้ปรึกษากันว่า สัญญาบางประเภทที่อาจจะยังไม่มีข้อมูลอ้างอิง เช่น ในเรื่องอีเวนต์ กิจกรรม นวัตกรรมต่างๆ ข้อตกลงคุณธรรม อาจจะไม่เหมาะ เราก็จะเน้นในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนสามารถเข้าใจ ที่มาที่ไป การตัดสินใจโครงการต่างๆ สามารถใช้กลไกการเปิดเผยข้อมูลได้
อ่านข่าว : ‘ชัชชาติ’ ไปถ.พระราม 3 แก้ฝาท่อใต้ดิน ‘ผู้ว่ากฟน.-ผอ.โยธา’ มาครบ แป๊บเดียวได้คำตอบ

