มูลนิธิสิทธิอิสราเปลี่ยนหลักทรัพย์ ‘ราษฎรประสงค์’ วางประกัน จากเงินสดเป็น ‘สลากออมสิน’ ประเดิม 8 คดีเพนกวิน

“มูลนิธิสิทธิอิสรา” แจง แผนบริหารการเงินกองทุนราษฎรประสงค์ ด้วยรูปแบบสลากออมสิน

สืบเนื่องกรณี กองทุนราษฎรประสงค์ กองทุนเพื่อการประกันตัวคดีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางแฟนเพจ แจ้งข่าวราษฎรผู้บริจาคเงินเข้ากองทุน ถึงความคืบหน้าล่าสุดเรื่องการปิดบัญชีบริจาคเดิมในนามบุคคล และเปิดบัญชีบริจาคใหม่ในนาม “มูลนิธิสิทธิอิสรา” (อ่านข่าว ย้าย 9 ล้าน ‘กองทุนราษฎรฯ’ จดทะเบียน ‘มูลนิธิสิทธิอิสรา’ สานการต่อสู้ระยะยาว)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “มูลนิธิสิทธิอิสรา” โพสต์ข้อความเกี่ยวกับแผนจัดการบริหารการเงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ โดยมีการดำเนินการเปลี่ยนหลักทรัพย์ประกันวานนี้ (7 มิถุนายน) จากเดิมที่เป็นการวางด้วยเงินสด มาเป็นการวางประกันด้วยสลากออมสินในความดูแลของมูลนิธิ เพื่อให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยหรือในรูปอื่นใดจากเงินวางประกันดังกล่าวจะยังคงตกอยู่แก่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินบริจาค คือจะยังคงกลับคืนมาในบัญชีของมูลนิธิสิทธิอิสรา เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินการของกองทุนต่อไป

รายอะเอียด ดังนี้

เรียน ราษฎรทุกท่าน …

หลังจากที่กองทุนราษฎรประสงค์ได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิสิทธิอิสรา เราได้เริ่มวางแผนจัดการบริหารการเงินให้เป็นระบบ เพื่อให้พร้อมรองรับการจัดการทางการเงินที่รัดกุมยิ่งขึ้น และปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนผู้บริจาคให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อวานนี้เราจึงได้เริ่มดำเนินการเปลี่ยนหลักทรัพย์ประกัน จากเดิมที่เป็นการวางด้วยเงินสด มาเป็นการวางประกันด้วยสลากออมสินในความดูแลของมูลนิธิ เพื่อให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยหรือในรูปอื่นใดจากเงินวางประกันดังกล่าว จะยังคงตกอยู่แก่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินบริจาค คือจะยังคงกลับคืนมาในบัญชีของมูลนิธิสิทธิอิสรา เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินการของกองทุนต่อไป โดยการเปลี่ยนหลักทรัพย์ครั้งแรกของเราเริ่มที่คดีของ เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ ทั้งหมด 8 คดี ซึ่งเราเคยวางประกันด้วยเงินสดไว้ที่ศาลอาญาจำนวนรวมทั้งสิ้น 980,000 บาท ให้เปลี่ยนเป็นสลากออมสินในมูลค่าที่เท่ากัน ซึ่งเราได้ดำเนินการลุล่วงเรียบร้อยแล้วดังที่เรารายงานไว้ในข้อ 2 ของโพสต์วันนี้ (8 มิ.ย.65) ที่หน้าเพจ กองทุนราษฎรประสงค์

การดำเนินการเปลี่ยนหลักทรัพย์ดังกล่าวแม้มีรายจ่ายจากการต้องให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันฉบับละ 100 บาท (8 ฉบับ สำหรับทั้ง 8 คดีเมื่อวานนี้ จำนวนรวมทั้งสิ้น 800 บาท) แต่เราเห็นว่าคุ้มค่าต่อการที่เราจะรักษาผลประโยชน์จากเงินจำนวนเกือบหนึ่งล้านบาทในกรณีนี้ และอีกหลายล้านบาทที่อยู่ตามศาลต่างๆ ให้ยังคงอยู่กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินทุกท่านต่อไป-ให้ยังคงอยู่ในมือราษฎร

เรายังอยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อวางระบบต่างๆ ทั้งการทยอยเปลี่ยนหลักทรัพย์ การจัดหานักบัญชีอาชีพเพื่อดูแลด้านการเงิน ผู้ประสานงานและจัดระบบข้อมูลประกัน และนายประกันประจำของมูลนิธิ รวมทั้งค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ อีกทั้งจะหาค่าใช้จ่ายในการจัดทำเว็บไซต์เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวทางการเงินโดยละเอียดอย่างเป็นระบบที่สืบค้นตรวจสอบได้ง่าย รวมทั้งจะได้นำเสนอเรื่องราวระหว่างทางของการประกันมารายงานแก่ราษฎรทุกท่าน เพื่อให้ท่านได้เห็นว่า พลังแห่งเจตจำนงของทุกท่านสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างและบันทึกประวัติศาสตร์ของประชาชนในประเทศนี้ได้อย่างไร โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเหล่านี้ เราจะแยกบัญชีออกต่างหากจากบัญชีกองทุนราษฎรประสงค์ ซึ่งจะยังคงสงวนไว้เพื่อการวางประกันและชำระค่าปรับเท่านั้น ไม่นำมาปะปนกัน

อนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ (8 มิ.ย.65) ยอดรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 60,138.42 บาท ขณะที่ยอดบริจาค ซึ่งเราได้รับผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทยของมูลนิธิสิทธิอิสรา นับแต่เปิดบัญชีจนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 63,464.06 บาท (ดังแสดงในภาพโดยลบรายละเอียดของผู้บริจาคออก) ทำให้ ณ ปัจจุบันเรามีเงินคงเหลืออยู่ที่ 3,325.64 บาท

ทุกท่านสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของพวกเราในนามมูลนิธิสิทธิอิสรา ที่คอยดูแลกองทุนของทุกท่านตลอดมา และจะวางระบบให้พร้อมสำหรับการรักษาหน้าที่นี้ให้ยั่งยืนต่อไป ได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาศาลอาญา ออมทรัพย์ เลขที่ 860-0-13199-5 ชื่อบัญชี มูลนิธิสิทธิอิสรา

และเพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรม เราได้เปิดบัญชีเพิ่มขึ้นคือ บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาศาลยุติธรรม เลขที่ 127-8-45854-3 ชื่อบัญชีมูลนิธิสิทธิอิสรา ซึ่งมีคิวอาร์โค้ดรับเงินดังแสดงในภาพ
ส่วนบัญชีกองทุนราษฎรประสงค์นั้น เราได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อบัญชีจาก “มูลนิธิสิทธิอิสรา” เป็น “กองทุนราษฎรประสงค์โดยมูลนิธิสิทธิอิสรา” แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนระหว่างบัญชีเงินประกัน กับบัญชีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในนามมูลนิธิสิทธิอิสรา
#เพื่อสิทธิของราษฎรผู้ทรงเจตจำนงอิสระ
#มูลนิธิสิทธิอิสรา

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กองทุนราษฎรประสงค์ กองทุนเพื่อการประกันตัวคดีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง เคยโพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊กเพื่อแจ้งข่าวให้แก่ราษฎรผู้บริจาคเงินเข้ากองทุน ถึงการปิดบัญชีบริจาคในนามบุคคล และเปิดบัญชีบริจาคใหม่ในนาม “มูลนิธิสิทธิอิสรา” หลังจากสามารถจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมาได้ เพื่อเป็นองค์กรนิติบุคคลตามกฎหมายที่จะมาดูแลเงินบริจาคดังกล่าว ก่อนที่จะนำมาสู่การวางแผนบริหารการเงินจากกองทุนในครั้งนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon