“จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ผมเชื่อว่าเป็นบทพิสูจน์ที่ดีมากว่าประเทศมีความหวัง ขอให้พวกเราก้าวเดินไปด้วยกัน เป็นก้าวต่อไปที่สำคัญ นโยบายที่เขียนไว้ เจ้าหน้าที่ กทม.ก็ทำเลย เป็นนิมิตหมายที่ดีจากการร่วมมือทุกๆ คน”
คือบทสัมภาษณ์ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นครั้งแรกหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองเป็นพ่อเมืองคนใหม่กรุงเทพมหานคร
ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามอง หลังจากผลคะแนนเลือกตั้งกวาดไปกว่า 1,386,215 คะแนน ยังไม่ทันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะรับรองผล ชัชชาติและทีมงานก็ลงพื้นที่เพื่อสอดส่องปัญหาของ กทม.อย่างรวดเร็ว จนทำให้ประชาชนจำนวนมากรอชมไลฟ์สดการทำงานของชัชชาติ โดยตอนนี้เพจเฟซบุ๊ก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีผู้ติดตามกว่า 1.9 ล้านคน จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 7 วัน
จากอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเคย ‘ตัดเกรด’ นิสิตจุฬาฯ มานานนับสิบปี วันนี้ ถึงทีคนกรุงเทพฯ ‘กรอกคะแนน’ ทั้งภาคปฏิบัติและจิตพิสัย ให้ผู้ว่าราชการคนใหม่ว่าตลอด 10 วันที่ผ่านมา คว้าใจชาวประชาไปกี่คะแนน?
จับตานโยบาย ทำได้จริงหรือจ้อจี้? วันนี้ให้ 8 เต็ม 10

ประยุทธ์ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี พ่อค้าร้านกาแฟรถเข็น อดีตเคยเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนจะออกมาขายน้ำชงตั้งแต่ปี 2560 ตอบไปชงไป ว่า ‘เขาเพิ่งเข้ามา’
“เรายังไม่รู้สึกว่าได้รับอะไรโดยตรง แต่ถามว่ามันดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ สิ่งที่เขาทำก็ดีขึ้นกว่าเดิม สำหรับพื้นที่ทำกินตรงนี้ก็ขอให้ได้ขายที่เดิม ปัญหาที่อยากให้แก้เรื่องสายสื่อสารที่ซอยประชาชื่น 37 อยู่ในระดับที่ต่ำมากจนเกือบเสมอกับระดับการสัญจรของผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นอันตรายเพราะถ้าเราขับขี่ไปโดนเราก็จะฟ้องยาก เราไม่รู้ว่าจะไปถามหาความรับผิดชอบจากใคร โดยปัจจุบันนี้สายไฟมากขึ้นจากเมื่อก่อน”
ถามว่า 1 สัปดาห์กว่าๆ จะกรอกคะแนนให้ผู้ว่าฯ กี่คะแนน
“จากผลงานที่เห็นตอนนี้ให้ 8 คะแนน เพราะส่วนหนึ่งก็มาจากการเลือกตั้ง เขาเป็นคนไม่ถือตัวและเป็นกันเองดี ไม่ถือยศ เราสามารถเข้าถึงเขาได้ โอเคนะผมว่า เป็นนายกฯเลยได้ไหม?” ประยุทธ์กล่าว
ก่อนบอกว่า ถ้าเลือกชงน้ำให้ชัชชาติได้ 1 แก้ว ขอชง ‘ชามะนาว’ เติมความสดชื่นจากการออกแดดลงพื้นที่ในทุกวี่วัน

ด้าน สุรีพร สุขหลักร้อย อายุ 67 ปี แม่ค้าขายกล้วยทอดย่านประชาชื่น ที่เกษียณจากการเป็นพนักงานบริษัทเอกชน และผันตัวมาทำอาชีพค้าขายได้ 6-7 ปีแล้ว ป้าสุรีพรบอกว่า อยากให้การทำมาหากิน การค้าขาย และเศรษฐกิจในกรุงเทพฯดีขึ้น
“การใช้การจ่ายมันหาไม่ทัน มันไม่เหมือนแต่ก่อน เรื่องที่อยากให้แก้เป็นพิเศษไม่มี เอาตามนโยบายของเขา เขาคิดจะทำอะไรที่ให้กรุงเทพฯดีขึ้น ประชาชนอยู่ดี ข้าราชการอยู่ดี ก็ทำไป ซึ่งตอนนี้เต็ม 10 คะแนน ป้าให้ 8 คะแนนก่อน”

สอดคล้องกับ ภาสุ อานแก้ว อายุ 24 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ที่ขอดูผลงานต่อไปก่อน วันนี้ขอให้เบื้องต้น 8 คะแนน แก้ไขวันที่และเวลา
“รู้สึกว่ากรุงเทพฯ น่าจะได้คนที่ทำงานแล้วสักที ปัญหาของกรุงเทพฯหลักๆ เป็นเรื่องของการสัญจรเป็นส่วนใหญ่ ทั้งเรื่องกฎหมายที่บังคับใช้ เรื่องรถติด รวมไปถึงเรื่องของขนส่งมวลชนด้วย ซึ่งผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ก็ดูตั้งใจทำงานดี”
ข้าราชการ-คนรุ่นใหม่ ให้ 8 ‘เอาใจช่วย’
วอนแก้น้ำท่วม-รถติด ปัญหาคลาสสิก

จากคนค้าขายและเจ้าของธุรกิจ มาฟังเสียงข้าราชการรุ่นใหม่อย่าง ณฐดล หิรัญสาลี อายุ 23 ปี ที่บอกว่า ‘อย่างแรกน่าจะต้องเอาใจช่วย’ นั่นเพราะตอนนี้ปัญหาในกรุงเทพฯมีหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหารถติด น้ำท่วม หรืออะไรต่างๆ ก็คงต้องรอดูว่าจะทำได้จริงหรือเปล่ากับนโยบายต่างๆ ที่ได้พูดไว้หรือไม่
“ปัญหาของกรุงเทพฯหลักๆ ที่เห็นตอนนี้น่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมกับรถติด เพราะมันเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องกัน โดยถ้าเรามีการจัดสรรการระบายน้ำที่ดี จะทำให้ช่วงที่ฝนตกนั้นน้ำที่อยู่บริเวณถนนหรือข้างคูคลองมีการขังที่น้อยลง และทำให้รถสามารถใช้ความเร็วได้มากขึ้น ซึ่งอาจจะแก้ปัญหารถติดได้ เรื่องของคะแนนให้ 8 คะแนน เพราะอยากจะรอดูก่อนว่าเขาทำงานได้จริงหรือเปล่า” ญฐดลกล่าว

อีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่ขอให้ 8 คะแนนเช่นกัน คือ กรชนก เพชรยก อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งย้อนเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อชัชชาติเมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวิชา TU101 เนื้อหาเกี่ยวกับพลเมืองและประเทศ
“สนใจในเรื่องที่อาจารย์ชัชชาติหยิบยกมาพูดคือรถไฟความเร็วสูงที่เขาพยายามจะสร้างความเป็น Urbanlize ให้กับต่างจังหวัดและลดการกระจุกตัวของคนที่ทำงานในเมืองเพื่อกระจายออกไปทำงานในต่างจังหวัดมากขึ้น การที่เขาอยากมีคมนาคมที่สะดวกมากขึ้นทำให้รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เก่งและมีความก้าวหน้าทางความคิด และเป็นคนที่ดูน่าพึ่งพาได้
ปัญหาที่เจอในทุกวันนี้ของกรุงเทพฯมีอยู่ 2 เรื่องหลักๆ คือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายของการใช้รถใช้ถนนที่ยังไม่เคร่งครัดมากเพียงพอ จะสังเกตได้ว่าเรายังเห็นรถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้า ซึ่งรบกวนคนที่เดินอยู่บนทางเท้า อีกเรื่องก็จะเป็นเรื่องของปัญหารถติด ซึ่งจะเจอในตอนที่คนเข้ามาทำงานเมืองตอนเช้า อยากให้ทำอย่างไรก็ได้ที่ให้มีการจัดการเวลาที่ดีขึ้นกว่านี้ ส่วนเรื่องคะแนน ให้ 8 ก่อน ต้องขอดูผลงาน” กรชนกกล่าว
ท้าชัชชาติ! ถ้าแก้ได้ ให้ 9 คะแนน ชี้เป้าพัฒนาขนส่งสาธารณะ

ส่วน พนักงานกวาดถนน อายุงาน 3 ปี ของสำนักงานเขตจตุจักร กทม. ไม่ประสงค์ออกนาม แต่ประสงค์ให้คะแนน กรอกเลข 9 ให้ผู้ว่าฯคนใหม่ เพราะดูทรงแล้ว ‘ทำงานเก่ง’
“ได้เห็นการทำงานของผู้ว่าฯกทม. คิดว่าเขาก็ทำงานดี ขยันลงพื้นที่ อยากให้จัดการเรื่องของสวัสดิการของพนักงาน กทม. อยากได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ”

ด้าน เกวลี เหรียญมหาสาร อายุ 24 ปี วิศวกรโยธา บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ชัชชาติเพิ่งได้ตำแหน่งและเพิ่งมาทำงาน อยากจะรอดูผลงานไปก่อนเพื่อที่จะได้คิดอีกทีว่าเขาเป็นอย่างไร
“ปัญหาในกรุงเทพฯมีเยอะมาก อย่างที่เห็นก็คือรถติด แต่คิดว่าแก้ค่อนข้างยากเพราะคนใช้รถกันเยอะอยู่แล้ว คิดว่าคนน่าจะไปใช้รถขนส่งสาธารณะมากกว่า อยากให้เรื่องรถเมล์หรือรถสาธารณะมีการพัฒนามากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของราคา ส่วนของคะแนนถ้าชัชชาติทำได้ตามนโยบายก็ให้ 9 คะแนน”
ทำงานไว ให้เต็ม 10 กระซิบ ‘พักบ้างอะไรบ้าง’ ปลื้มซ่อมไฟ-ผ้าอนามัยฟรี
ขยับลงมาคุยกับนักเรียนมัธยมซึ่งแม้ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่มีสิทธิกรอกคะแนนในฐานะคนกรุงเทพฯ

ณภัทร โชคพิกุลทอง อายุ 16 ปี ชั้น ม.5 รั้วเทพศิรินทร์ มองว่า การที่กรุงเทพฯมีชัชชาติเป็นผู้ว่าฯ ประเทศน่าจะพัฒนาได้มากกว่านี้ การทำงานของเขาเร็วดี
บางจุดที่มีไฟเสียแค่ไม่นานก็ซ่อมเสร็จแล้ว
สิ่งที่อยากจะฟ้องคือเรื่องการจัดการด้านการศึกษาของเด็กนักเรียนในกรุงเทพฯ เนื่องจากระบบการศึกษาของไทยยังไม่ดีเท่าต่างประเทศ ส่วนนโยบายเรื่องผ้าอนามัยก็คิดว่าน่าจะดีสำหรับผู้หญิง เพราะเป็นสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ควรต้องมี
“ส่วนในการเดินทางไปโรงเรียนปัญหาที่พบคือปัญหารถติด ต้องตื่นตี 5 ขึ้นทางด่วน เพื่อจะได้ไม่ไปโรงเรียนสาย ถ้าออกช้าแค่ 5 นาทีก็จะเจอรถติดเลยและจะไปโรงเรียนสายทันที สิ่งที่อยากจะฝากบอกชัชชาติคือ พักผ่อนบ้างครับ เห็นลงพื้นที่ไม่พักเลยครับ ส่วนคะแนนให้เต็ม 10 คะแนน” นักเรียนเทพศิรินทร์ฟันธง
ด้าน บัญชา ขันเสน อายุ 45 ปี พ่อค้าขายผลไม้รถเข็น ซึ่งในแต่ละวันออกขายไปหลายพื้นที่ บอกว่า อยากผ่าแตงโมให้ผู้ว่าฯรับประทานเพราะ ‘มันหวานชื่นใจ’
“คิดว่าเขาก็น่าจะทำหน้าที่ดีอยู่ เพราะเห็นว่าลงพื้นที่เยอะ ให้คะแนนเต็ม 10” พ่อค้าผลไม้กล่าว


อีก 1 รายที่เทให้ให้ 10 เต็ม 10 คือ วีรเทพ คงศรีดี วินรถจักรยานยนต์ ซอยประชาชื่น 22
“จากการทำงานไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ดีอยู่ อยากให้แก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมและรถติดซึ่งเป็นปัญหาหลักๆ และให้คะแนนเต็ม 10 คะแนน เพราะชัชชาติดูโอเคดี” วินมอ’ไซค์ ตอบสั้นๆ ได้ใจความ
เน้นจิตพิสัย จัดให้ เต็ม 10 ไม่หัก ‘มีเสน่ห์ ภาวะผู้นำสูง’

ปิดท้ายที่ชาวกรุงเทพฯ ผู้เทคะแนนจิตพิสัยให้ชัชชาติแบบท่วมท้น ไม่รวมภาคทฤษฎีและปฏิบัติ
ขวัญมงคล ธรรมเนียม ไรเดอร์บริษัทเอกชน บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร และบริการจัดส่งพัสดุ กล่าวว่า จากที่ดูข่าวคิดว่าวิสัยทัศน์ทุกอย่างดูเป็นกันเองกับประชาชน เรื่องการทำงานนั้นตนยังไม่เห็น แต่ความเป็นผู้นำ ความพร้อมทางด้านต่างๆ และศักยภาพคิดว่าโอเค ไม่มีเรื่องที่อยากให้แก้ไขเป็นพิเศษ อยากให้ทำ
ตามนโยบายและทำตามขั้นตอนที่อยากทำดีกว่า
“ผู้ว่าฯกทม.รู้อยู่แล้วว่าควรทำอะไร ประชาชนต้องการอะไร และปัญหาเรื่องเก่าๆ ของกรุงเทพฯที่ผ่านมามีอะไรบ้าง เขาสามารถแก้ไขได้อยู่แล้ว เป็นกำลังใจเขาดีกว่า
อยากบอกพี่น้องประชาชนว่าอย่าเพิ่งไปต่อว่าอะไร ให้เขาได้ลงมือทำก่อน เพราะทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ส่วนตัวคิดว่าเขาสมควรที่จะเป็นผู้ว่าฯกทม.มานานแล้ว ส่วนตัวให้คะแนนเต็ม 10 เพราะผมชอบท่าน ท่านเป็นผู้นำที่เพอร์เฟ็กต์ เป็นผู้นำที่เป็นกันเอง เป็นผู้นำที่มีเสน่ห์ในการเข้ากับประชาชนได้” ขวัญมงคลกล่าว
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคะแนนที่คนกรุงเทพฯกรอกให้ผู้ว่าฯ คนใหม่ เมื่อประมวลผลเบื้องต้น พบว่า มีคะแนนเฉลี่ย 8.9 เต็ม 10 เข้าเกณฑ์ ‘ดีมาก’ จัดอยู่ในเกรด A สำหรับ 10 วันแรกบนเก้าอี้ ส่วนต่อจากนี้จะโดนหักลบหรือไม่ ประชาชนคนกรุงผู้รอดูไลฟ์ ยังต้องจับตา

