สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘รวมหัว’สู้‘เด็ดหัว’ไม่พอ

12.06.22 | 12:15 น.

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ภายใต้ ยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” ของพรรคฝ่ายค้าน ที่พุ่งเป้าไปที่ 3 ป. หัวหน้าและเลขาธิการพรรคสำคัญ ในรัฐบาลนั้น


แน่นอนว่า ในฝั่งฟากรัฐบาล รัฐมนตรี แต่ละคน นอกจากจะไม่ยอมให้ถูก เด็ดหัว ง่ายๆ แล้ว

ยังต้อง “รวมหัว” กันสู้ แบบรวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย

อะไรที่ขบเหลี่ยมซ่อนคมกันอยู่ คงต้องเก็บเอาไว้

Advertisement

แน่นอนไม่เว้นแม้แต่ ในกลุ่มพี่น้อง 3 ป. ที่คงต้องสมานสามัคคีกันให้ดี เพื่อให้รอดพ้นศึกใหญ่เฉพาะหน้าไปก่อน

ส่วน ใครจะไปต่อ อย่างไร คงต้องว่ากันทีหลัง

ดังนั้น แนวโน้มที่เชื่อว่าจะได้เห็น ในการลงมติซักฟอกที่จะเกิดขึ้น นั่นคือ ฝ่ายรัฐบาลคงระดมเสียงให้เป็นเอกภาพมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ขณะเดียวกันก็ต้องเสริมพลังดูด ในทุกวิถีทาง เพื่อให้เสียง ส.ส.ฝ่ายค้านแปรพักตร์มาอยู่ข้างรัฐบาลให้เยอะที่สุด

โมเดลการโหวต พ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 จะต้องเกิดขึ้นอีก

นั่นคือเสียงรัฐบาล บวกเสียงฝ่ายค้านแปรพักตร์ ต้องท่วมท้น

โชว์ว่าญัตติซักฟอก ของฝ่ายค้านไม่มีน้ำยา แถมคนของฝ่ายตนเองยังมาซบข้างรัฐบาลอีก

การรวมหัวสู้ คราวนี้จึงสำคัญ

ถ้าบี้ฝ่ายค้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความมั่นใจ ที่จะ “ไปต่อ” ก็จะมีมากขึ้น

ตรงกันข้าม เกิดฝ่ายค้าน ข้อมูลดี และคุมเสียงให้แน่นๆ ถึงอาจจะไม่ชนะในการโหวตในสภา แต่หากสกรัม นายกรัฐมนตรี บวก 9 รัฐมนตรี ได้หนักๆ จนสบักสะบอมไปสู่สนามการเลือกตั้งครั้งหน้า

ความหวังที่จะ “ไปต่อ” ก็คงหนักหนาสากรรจ์มาก

โดยเฉพาะกับ พล.อ.ประยุทธ์ หากเป็น “เป็ด” เดี้ยง คงเจอโรคซ้ำกรรมซัด กระหน่ำแน่

พี่ป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็คงต้องคิดหนักว่าจะกระเตงน้องต่อไปหรือไม่ เพราะยังไม่ทันไร ก็มีการโยนหินก้อนใหญ่ๆ ออกมาแล้ว ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาเสียบเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแทน

ถือเป็นการชุบมือเปิบ แบบน่าเกลียด เพราะต้องไม่ลืมว่า การลงมติ พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 นั้น พล.อ.ประวิตร ลงแรงไปมากผลถึงออกมาดีกับรัฐบาลอย่างที่เห็น

แต่จู่ๆ กลับมีข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะมาหยิบชิ้นปลามันอีก ซึ่งยากจะยอมรับ

และคงเป็นตะกอนในใจของพี่น้อง 3 ป.ที่พร้อมจะขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา

อันไม่เป็นผลดีกับการไปต่อ ของ พล.อ.ประยุทธ์สักเท่าไหร่

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีปรากฏการณ์ “ชัชชาติเอฟเฟ็กต์” มาซ้ำเข้าไปอีก

ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ แบบจี๊ดๆ ขึ้นมา

นั่นคือ ระหว่าง 8 ปี แห่งการครองอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ กับ 8 วันของการเข้ามาทำงานผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชาวบ้านมีความหวังกับใครมากกว่ากัน

8 ปีของการทำงานอันหนักหน่วงถึงขนาด ไม่มีโอกาสแม้แต่เหยียบน้ำทะเลที่ พล.อ.ประยุทธ์โอดครวญกับการวิ่ง เต้น เล่น ร้อง ผสานไปกับการทำงาน ทำงาน ทำงาน ของนายชัชชาติ ถูกนำวางเทียบเคียงกันว่าอันไหนเข้ากับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตใหม่กว่ากัน

ซึ่งว่าไปแล้ว สนามการเมืองเล็กไม่อาจไปเทียบกับสนามการเมืองใหญ่ได้ แต่การเปรียบเทียบก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว

และกลายเป็นคำถามอันแหลมคมที่พุ่งเข้าหา พล.อ.ประยุทธ์

โดยเฉพาะการจะไปต่อ ทางการเมือง การ “รวมหัว” สู้ “เด็ดหัว” คงไม่พอ

หากแต่ต้องเป็นตัวแทนแห่งอนาคตและในฐานะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วย

ซึ่ง 8 ปี ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นได้เพียงใด

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร