การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ภายใต้ ยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” ของพรรคฝ่ายค้าน ที่พุ่งเป้าไปที่ 3 ป. หัวหน้าและเลขาธิการพรรคสำคัญ ในรัฐบาลนั้น
แน่นอนว่า ในฝั่งฟากรัฐบาล รัฐมนตรี แต่ละคน นอกจากจะไม่ยอมให้ถูก เด็ดหัว ง่ายๆ แล้ว
ยังต้อง “รวมหัว” กันสู้ แบบรวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย
อะไรที่ขบเหลี่ยมซ่อนคมกันอยู่ คงต้องเก็บเอาไว้
แน่นอนไม่เว้นแม้แต่ ในกลุ่มพี่น้อง 3 ป. ที่คงต้องสมานสามัคคีกันให้ดี เพื่อให้รอดพ้นศึกใหญ่เฉพาะหน้าไปก่อน
ส่วน ใครจะไปต่อ อย่างไร คงต้องว่ากันทีหลัง
ดังนั้น แนวโน้มที่เชื่อว่าจะได้เห็น ในการลงมติซักฟอกที่จะเกิดขึ้น นั่นคือ ฝ่ายรัฐบาลคงระดมเสียงให้เป็นเอกภาพมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ขณะเดียวกันก็ต้องเสริมพลังดูด ในทุกวิถีทาง เพื่อให้เสียง ส.ส.ฝ่ายค้านแปรพักตร์มาอยู่ข้างรัฐบาลให้เยอะที่สุด
โมเดลการโหวต พ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 จะต้องเกิดขึ้นอีก
นั่นคือเสียงรัฐบาล บวกเสียงฝ่ายค้านแปรพักตร์ ต้องท่วมท้น
โชว์ว่าญัตติซักฟอก ของฝ่ายค้านไม่มีน้ำยา แถมคนของฝ่ายตนเองยังมาซบข้างรัฐบาลอีก
การรวมหัวสู้ คราวนี้จึงสำคัญ
ถ้าบี้ฝ่ายค้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความมั่นใจ ที่จะ “ไปต่อ” ก็จะมีมากขึ้น
ตรงกันข้าม เกิดฝ่ายค้าน ข้อมูลดี และคุมเสียงให้แน่นๆ ถึงอาจจะไม่ชนะในการโหวตในสภา แต่หากสกรัม นายกรัฐมนตรี บวก 9 รัฐมนตรี ได้หนักๆ จนสบักสะบอมไปสู่สนามการเลือกตั้งครั้งหน้า
ความหวังที่จะ “ไปต่อ” ก็คงหนักหนาสากรรจ์มาก
โดยเฉพาะกับ พล.อ.ประยุทธ์ หากเป็น “เป็ด” เดี้ยง คงเจอโรคซ้ำกรรมซัด กระหน่ำแน่
พี่ป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็คงต้องคิดหนักว่าจะกระเตงน้องต่อไปหรือไม่ เพราะยังไม่ทันไร ก็มีการโยนหินก้อนใหญ่ๆ ออกมาแล้ว ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาเสียบเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแทน
ถือเป็นการชุบมือเปิบ แบบน่าเกลียด เพราะต้องไม่ลืมว่า การลงมติ พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 นั้น พล.อ.ประวิตร ลงแรงไปมากผลถึงออกมาดีกับรัฐบาลอย่างที่เห็น
แต่จู่ๆ กลับมีข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะมาหยิบชิ้นปลามันอีก ซึ่งยากจะยอมรับ
และคงเป็นตะกอนในใจของพี่น้อง 3 ป.ที่พร้อมจะขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา
อันไม่เป็นผลดีกับการไปต่อ ของ พล.อ.ประยุทธ์สักเท่าไหร่
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีปรากฏการณ์ “ชัชชาติเอฟเฟ็กต์” มาซ้ำเข้าไปอีก
ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ แบบจี๊ดๆ ขึ้นมา
นั่นคือ ระหว่าง 8 ปี แห่งการครองอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ กับ 8 วันของการเข้ามาทำงานผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชาวบ้านมีความหวังกับใครมากกว่ากัน
8 ปีของการทำงานอันหนักหน่วงถึงขนาด ไม่มีโอกาสแม้แต่เหยียบน้ำทะเลที่ พล.อ.ประยุทธ์โอดครวญกับการวิ่ง เต้น เล่น ร้อง ผสานไปกับการทำงาน ทำงาน ทำงาน ของนายชัชชาติ ถูกนำวางเทียบเคียงกันว่าอันไหนเข้ากับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตใหม่กว่ากัน
ซึ่งว่าไปแล้ว สนามการเมืองเล็กไม่อาจไปเทียบกับสนามการเมืองใหญ่ได้ แต่การเปรียบเทียบก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว
และกลายเป็นคำถามอันแหลมคมที่พุ่งเข้าหา พล.อ.ประยุทธ์
โดยเฉพาะการจะไปต่อ ทางการเมือง การ “รวมหัว” สู้ “เด็ดหัว” คงไม่พอ
หากแต่ต้องเป็นตัวแทนแห่งอนาคตและในฐานะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วย
ซึ่ง 8 ปี ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นได้เพียงใด
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

