หน้าแรก การเมือง ก้าวแรก กม.สุ...

ก้าวแรก กม.สุราก้าวหน้า เพื่อรายย่อย-คนเล็ก

12.06.22 | 07:23 น.

ก้าวแรก กม.สุราก้าวหน้า เพื่อรายย่อย-คนเล็ก

ถือเป็นอีกครั้งในประวัติศาสตร์การปรับหลักเกณฑ์ผลิตสุราในประเทศไทย เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา มีมติรับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่. …) พ.ศ. … หรือร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า จำนวน 7 มาตรา ที่นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กับคณะ เป็นผู้เสนอ ด้วยมติรับหลักการ 178 เสียง ไม่รับหลักการ 137 เสียง งดออกเสียง 15 เสียง พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวน 25 คน มาพิจารณา ก่อนจะนำร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า มาพิจารณาในวาระที่ 2-3 อีกครั้ง

สำหรับร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ฉบับที่พรรคก้าวไกลเสนอนั้น เนื้อหาสาระที่เข้าใจกันง่ายๆ คือ การเปิดให้รายย่อยสามารถผลิตและจำหน่ายสุรา โดยลดเงื่อนไขการขออนุญาต

โดยมีสาระสำคัญ คือ เป็นการแก้ไขพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 มาตรา 153 เพื่อปลดล็อกการผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้าสามารถกระทำได้ โดยควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเรื่องคุณภาพ และสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย

โดยผู้ที่ต้องการจะผลิตสุราเพื่อการค้าให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด และการขออนุญาตและออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง รวมทั้งปลดล็อกไม่กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอเกี่ยวกับขนาด กำลังการผลิต กำลังแรงม้าเครื่องจักร จำนวนพนักงาน หรือประเภทบุคคลผู้มีสิทธิขออนุญาต ส่วนกรณีผู้ขออนุญาตเป็นบริษัทซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยต้องไม่กำหนดจำนวนทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ ยกเว้นการกำหนดสัดส่วน ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย โดยใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้ให้มีอายุ 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต

สำหรับความเป็นมาในการเสนอร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้านั้น “นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เล่าว่า หลังผมถูกจับจากการทำคราฟต์เบียร์ ก็รู้สึกว่าอยากจะแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ทำเบียร์เองได้ และก็เห็นว่าสังคมเห็นด้วยกับเรา จึงคิดว่ามีความเป็นไปได้ในเชิงการเมืองตามระบบ ในตอนที่ผมเปิดร้านเบียร์อยู่ได้มีนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายมานั่งกินที่ร้าน จึงได้รู้จักคนเหล่านี้ รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ก่อนจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. กับอดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เพราะเห็นว่าเราพูด เราบ่น และเรียกร้องอย่างเดียวไม่เกิดผลเปลี่ยนแปลง และคงไม่มีใครต่อสู้ได้เท่าเราเอง จึงผลักดันร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า มาตั้งแต่สมัยอดีตพรรค อนค. และเสนอต่อที่ประชุมสภาในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ระหว่างทางก็ได้ไปตามต่างจังหวัดเพื่อรับฟังความคิดเห็น และช่วยทำเครือข่ายกับเครือข่ายคราฟต์เบียร์ และกลุ่มสุราชุมชน เป็นการรวมการเคลื่อนไหวนอกสภา และในสภา

Advertisement

ส่วนการผลักดันร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า จนผ่านวาระ 1 นั้น “เท่าพิภพ” บอกว่า พูดเสมอว่ามันใกล้ขึ้นทุกครั้ง และทุกวัน ตราบใดที่ยังไม่ถูกปัดตก มันก็ก้าวไปข้างหน้า 1 วัน และเข้าใกล้ความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ เลยรู้สึกว่าไม่มีการท้อ แต่ก็รู้ว่ายังมีอะไรให้ต้องทำ และทำเพื่ออะไร เพราะนี่ไม่ใช่ความฝันของผมคนเดียว แต่เป็นความฝันของใครหลายๆ คน เมื่อลงพื้นที่ก็มีทั้งคนให้กำลังใจ และว่าผม นี่จึงเป็นความยากของการต่อสู้ทั้งในสภา และนอกสภา ซึ่งทำให้ผมรู้ว่าตรงไหนควรผ่อน ตรงไหนควรตึง

สำหรับความเห็นที่บอกว่าการขับเคลื่อนสุราเสรี จะทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เสียผลประโยชน์ส่วนแบ่งตลาดนั้น ผมอยากให้คิดว่าการมีผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้นในแต่ละธุรกิจ จะทำให้เกิดการแข่งขันของตลาดมากขึ้น ประชาชนจะได้สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมมากขึ้น นี่คือหลักทุนนิยมพื้นฐาน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่ ใหญ่เกินกว่าที่จะล้มแล้ว ต่อให้ล้ม รัฐบาลก็ต้องอุ้มเขา อย่างไรก็ตาม ผมไม่คิดว่าการเปิดเสรีสุราจะทำให้กลุ่มทุนใหญ่เหล่านี้จะเสียผลประโยชน์อะไร เพราะธุรกิจน้ำเมาทำธุรกิจอื่นควบไปด้วยอยู่แล้ว ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มทุนควรจะปล่อยให้ได้มากที่สุด หากมองไปให้ลึกกว่านี้นี่จะเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะทำให้เกิดการแตกกลุ่มธุรกิจของตัวเองเพิ่มขึ้น เช่น คราฟต์เบียร์ระดับพรีเมียม และเหล้าขาวระดับพรีเมียม หากผมมีโอกาสก็อยากจะพูดคุยกับกลุ่มทุนใหญ่เหล่านี้

ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า จะผ่านวาระ 2 และวาระ 3 หรือไม่ เหตุผลเดียวที่จะไม่ผ่านคือ การรับเงินมาเพื่อโหวตไม่ให้ผ่าน เพราะเหตุผลอื่นสิ้นข้อสงสัยแล้วว่าสุราเสรีคือประโยชน์ของประชาชน ถ้านายทุนฟังอยู่ อยากจะให้ปลดปล่อยเถอะ เพราะสุดท้ายก็จะเป็นประโยชน์ของตัวเอง ไม่ต้องหวงว่ารายย่อยจะไปทำแข่ง

“สำหรับการโหวตนั้น แน่นอนว่าเราต้องขอเสียงโหวตจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เพราะเราก็อ้อนวอนมา 3 ปี ทุกครั้งที่ผมกินข้าว ทุกครั้งที่เจอในห้องน้ำ ก็จะขอร้องให้ช่วย เพราะเราไม่มีเงินเยอะมากพอไปซื้องูเห่า” เท่าพิภพให้เหตุผลถึงแนวทางการขอเสียง ส.ส.สนับสนุน

ส่วนการลงมติชี้ขาดร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าว่าจะผ่านด่านวาระที่ 2-3 เพื่อจะประกาศใช้เป็นกฎหมายหรือไม่ คงต้องติดตามต่อไป