ปรากฏการณ์จาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีส่วนอย่างสำคัญในการ “จุดประกาย” และสร้าง “ความหวัง” ใหม่ในทางการเมือง
ไม่เพียงแต่ใน “กรุงเทพมหานคร”
หากยิ่งนานวัน ยิ่งก่อให้เกิดการเปรียบเทียบแม้กระทั่งต่อตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ที่อยู่ในความยึดครองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เท่ากับ “ความหวัง” นี้เริ่มเป็น “เป้าหมาย”
ที่สำคัญมิได้เปรียบเทียบเพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น หากแต่ยังเปรียบเทียบไปทุกพรรคการเมือง
ทุก “หัวหน้าพรรค” ทุก “แคนดิเดต”
จะเข้าใจบทบาทและ “ความหมาย” ที่มีอยู่ในตัวของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะต้องเริ่มจากพื้นฐานอะไรจึงจะไม่ก่อให้เกิดความผิดพลาด คลาดเคลื่อน
คำตอบเด่นชัดยิ่งว่า ต้องเริ่มจาก “ความเป็นอิสระ”
โดยความเคยชินทางการเมือง สังคมมอง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จากรากฐานที่เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทย
ทั้งในสถานะที่เคยเป็น “รัฐมนตรี”
ทั้งในสถานะที่เคยอยู่ในสถานะอันเป็น 1 ในตำแหน่ง “แคนดิเดต” ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรค
เพื่อไทย
แม้มาอยู่ในตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.” ก็มองเห็นเป็น “เพื่อไทย”
แต่ในความเป็นจริง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่เพียงแต่ถอนตัวออกจากพรรคเพื่อไทยและประกาศตนเป็น “อิสระ”
หากยังมุ่งมั่นในการยืนหยัด ยืนยัน “จุดยืน” นี้แน่วแน่
คะแนนกว่า 1.3 ล้าน ส่วนหนึ่งอาจมาจากโหวตเตอร์ของพรรคเพื่อไทย แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่มิได้เป็นพรรคเพื่อไทย
แต่ที่เลือกเพราะเห็นในความเป็น “อิสระ”
ขณะเดียวกัน เมื่อได้รับฉันทานุมัติจากคนกรุงเทพมหานครมากกว่า 1.3 ล้านคะแนน แต่ละบาทก้าวของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นอย่างไร
คำตอบ คือ ประกาศความเป็น “อิสระ” เป็นตัวของตัวเอง
ไม่เพียงแต่นั่งเรือท่องคลองลาดพร้าวไปกับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ ส.ก.เขตลาดพร้าวเท่านั้น
หากวันต่อมายังพบกับคนของ “ประชาธิปัตย์”
ขณะเดียวกัน ยังมีการนัดหมายไปทำบุญร่วมกับคนของพรรคไทยสร้างไทยโดยมี น.ต.ศิธา ทิวารี เป็นตัวเชื่อม
ความหมายก็เพื่อประกาศความเป็น “อิสระ”
ไม่ว่าจะเป็นคนของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นคนของกลุ่มรักษ์กรุงเทพ มือของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็ยื่นไปถึง
นี่คือตัวตน นี่คือความเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
สถานะและความเป็นจริงของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จึงดำเนินไปอย่างที่ คาลิล ยิบราน สรุปอย่างรวบรัด
เขามาจาก “เธอ” แต่มิใช่ “ของ” เธอ
ประการสำคัญเป็นอย่างมากก็คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สามารถจุดประกายและสร้าง “ความหวัง” ใหม่ในทางการเมืองขึ้นมาได้
จากความเป็น “อิสระ” จากความเป็น “ตัวของตัวเอง” เช่นนี้

