หมายเหตุ – พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบก ได้ถวายงานสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงทำเพื่อประชาชนชาวไทยด้วยความเสียสละ ตั้งแต่สมัยผมรับราชการทหาร เข้าใจว่าสถานการณ์ประเทศวิกฤตมาก ถ้าเราไม่ได้พระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านประเทศเราจะมีปัญหามาก ผมได้เติบโตมาในราชการเป็นผู้ซึ่งรับใช้เบื้องพระยุคลบาท หากนับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ส่วนมากจะพูดในแง่การพัฒนาบ้านเมือง สังคม เศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่พระองค์ทรงวางรากฐานเอาไว้ แต่น้อยนักที่จะพูดในแง่ความมั่นคงของชาติ ผมเลยถือโอกาสถ่ายทอประสบการณ์ตรงนี้
นับตั้งแต่ 2507 เป็นต้นมาเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งของคนในชาติ ซึ่งวันนี้ยังคงมีอยู่ไม่มากก็น้อย เพราะวันนั้นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงให้กับคนไทย ก็คือ การเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนทหาร ตำรวจ รวมทั้งกำลังอาสาฝ่ายประชาชนตามแถวชายแดน ที่อาจจะเห็นผ่านสารคดีหรือสื่อต่างๆ บ้างก็ตาม การที่พระองค์ท่านเสด็จฯ ไปตามชายแดนไม่ใช่เรื่องสบายหรือง่ายๆ เลย นับว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมากที่สุด นี่คือปัจจัยแห่งความสำเร็จแรกเริ่มในการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่ไม่ใช่หลักการในการปราบปราม เพราะจังหวัดตามแนวชายแดนอยู่ในเขตอิทธิพลของคนไทยที่เชื่อถืออีกอย่าง จะเห็นได้ว่าพระองค์ไม่ได้รู้สึกเหมือนคนทั่วไปที่หวาดหวั่นไปเองว่าคนไทยฝ่ายตรงข้ามพร้อมจะใช้อาวุธเข้าทำลายล้างกันได้ทุกเมื่อ แต่พระองค์ท่านไม่ได้หวาดหวั่นเช่นนั้นเลย แต่กลับเสด็จฯ ไปหมดทุกที่ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นจุดสำคัญว่าพระมหากษัตริย์ที่เราเคารพรัก เสด็จฯ ไปประทับแรมกับพวกเรา พร้อมทั้งไต่ถามความเป็นอยู่และสถานการณ์ต่างๆ นี่คือปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำความเข้าใจกับประชาชนในชาติที่คิดคนละอย่าง
ขณะเดียวกัน ในประวัติศาสตร์ของการเผยแพร่ความคิดลัทธิคอมมิวนิสต์ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ คนที่นับถือลัทธิดังกล่าวเขาเอาชนะหมด ในหลายๆ ประเทศก็ต้องตกอยู่ในอิทธิพลลัทธิดังกล่าว ผมยังไม่เห็นประเทศใดทำสำเร็จเลย นอกจากประเทศไทยที่ทำสำเร็จ อีกทั้งเรายังเอาผลสำเร็จจากพระบารมีของพระองค์ท่านไปแก้ไขปัญหาให้กับสังคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในกลุ่มอินโดจีน มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน เป็นต้น ถ้าไม่มีประเทศเราคงหมดแล้วไม่มีเหลือ
นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบว่าในเรื่องความมั่นคงที่พระองค์ท่านทรงสร้างขึ้นมาให้ประชาชนในชาติด้วยพระบารมีให้พวกเราได้เรียนรู้ และทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น พร้อมทั้งเผยแพร่เพื่อไปแก้ไขปัญหาประเทศต่างๆ ด้วย อาทิ ปัญหาในประเทศอินโดนีเซีย กับประเทศติมอร์-เลสเต นั่นเป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วเราคงส่งทหารไปช่วยเหลือไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงคิดว่าประเทศไทยเราเป็นหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนเลยก็ว่าได้
กระนั้นก็ตาม การที่พระองค์ท่านทรงช่วยทำให้ประเทศชาติสงบสุข มีความสันติเกิดความเข้าใจกันได้ โดยพี่น้องที่เข้าไปอยู่ในป่า และออกมาได้โดยนโยบาย 66/2523 นั้น เป็นเพราะพระบารมีของพระองค์ท่านที่อยากให้คนในชาติเกิดความรัก ไม่ให้มีความเกลียดชังต่อกัน หากเทียบกับการปฏิบัติการของพวกเราก็ดีในอดีตที่ใช้กำลัง หรือแม้กระทั่งประเทศสหรัฐอเมริกาที่เป็นมหาอำนาจยังไม่สามารถเอาชนะประเทศเวียดนามได้เลย
แต่สิ่งที่เราสามารถแก้ไขปัญหาได้นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณโดยแท้ โดยพระองค์ท่านทรงสอนว่าอย่าไปเรียกพวกเขาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย หรือเป็นผู้ทรยศต่อชาติ แต่อยากให้ลองคิดอีกมุมว่าพวกเขาเป็นคนไทยเหมือนเรา มีเชื้อชาติไทย ต้องการการปกครองที่เป็นธรรม เป็นการปกครองของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน พร้อมทั้งทรงสอนว่าพวกเราก็เป็นคนไทย พวกเขาก็เป็นคนไทย ทำไมต้องขัดแย้งกัน ทำไมไม่ชมเชยพวกเขาว่าเป็นคนไทยสายเลือดเดียวกัน แล้วพวกเราไม่ปรารถนาจะทำลายเขา แล้วพวกเขาก็ไม่ปรารถนาจะทำลายเราเช่นกัน ในทางกลับกัน พวกเขาควรจะได้รับคำชมเชยมากว่าเสียสละ โดยหวังสิ่งเดียวกับเรา แต่กลับไปอยู่อย่างยากลำบากตามป่า ตามเขา ทิ้งลูกทิ้งเมียทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไป
เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือควรจะมีความเข้าใจ พร้อมเอาความรักไปใส่ไว้ในภารกิจ นี่คือการเปลี่ยนแปลงจากการใช้กำลังในการแก้ไขปัญหามาสู่ เอาความห่วงใยและเอาหัวใจไปให้พี่น้องประชาชนคนไทยคนละฝ่าย จนทำให้พวกเขาที่เห็นต่างจากพวกเรา เราก็ปฏิบัติตามที่พระองค์ท่านรับสั่งให้มีความรัก ผูกใจกับพวกเขา แทนที่เขาจะฆ่าเราทิ้งเหมือนแต่ก่อน ในทางตรงกันข้ามพวกเขาเองก็ยอมหยุด แถมยังบอกข่าวคราวว่าที่ใดมีการวางกับระเบิดไว้บ้าง พวกเขาจะไปถอดออกให้ นั่นคือผลที่เกิดขึ้น จากนั้นค่อยๆ ถอนตัวออกได้ในที่สุด ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา เหตุการณ์ความขัดแย้งรุนแรงก็เริ่มลดลง กระทั่งสงบสุขได้ในที่สุด
ทั้งนี้ สมัยผมเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) รับผิดชอบด้านการปฏิบัติการทั้งหลาย สิ่งที่พระองค์ทรงรับสั่งกับผมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยลืมเลย เพราะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการมอบนโยบายที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งพระองค์ท่านรับสั่งกับผมว่า เป็นอย่างไร ยากลำบากมากไหม ผมก็กราบบังคมทูลตรงๆ ว่า ก็นิดหน่อยพ่ะย่ะค่ะ แต่คิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วตามที่ปฏิบัติตามพระราชดำริของพระองค์ อีกทั้งพระองค์ท่านได้รับสั่งอีกว่า งานที่สำคัญมากของทหารไม่ใช่ดูแลประเทศชาติและประชาชนด้วยวิถีทางการทหารเท่านั้น แต่สิ่งที่จำเป็นคือความสุขสบายของประชาชน เพราะพี่น้องคนไทยยังยากลำบาก ดังนั้นทหารต้องเป็นหลักในการดำเนินการทุกสิ่งทุกอย่าง
นี่คือพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่ทำให้ผมเริ่มต้นโครงการอีสานเขียว โครงการฮารับปันบารู โครงการพัฒนาดอยตุง การที่พระองค์ท่านมีรับสั่งเช่นนั้น เพราะสังคมไทยขัดแย้งมาตั้งแต่ พ.ศ.2507-2523 การพัฒนาของรัฐบาลที่ผ่านๆ มา งบประมาณจำกัด เพราะถูกนำไปใช้ในการต่อสู้ปราบปรามมากมาย แต่พอให้กองทัพเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ ด้วยการจัดลำดับความสำคัญตามความเร่งด่วนที่มีอยู่ โดยเริ่มต้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความยากลำบากมาก ผ่านโครงการน้ำพระทัยจากในหลวง หรือโครงการอีสานเขียว จากนั้นทำที่ภาคเหนือด้วยโครงการพัฒนาดอยตุง โดยทำตามยุทธศาสตร์จากภูผาผ่านทุ่งนาสู่ท้องนที หมายความว่า น้ำคือยุทธศาสตร์สำคัญของพระองค์ท่าน โดยกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้อย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
นี่คือจุดเริ่มที่กองทัพทำตามพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน นับว่าเป็นสิ่งที่พวกเราภาคภูมิใจมากที่ได้ทำเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยตั้งเป้าการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเราที่นำไปสู่ความขัดแย้ง นั่นคือความยากจน ถ้าเราแก้ไขความยากจนของพี่น้องในภาคอีสานและในประเทศไทยได้ จะทำให้ความขัดแย้งด้านต่างๆ ของประเทศสงบไปเอง อาจจะเหลือบ้างเล็กๆ น้อยๆ โดยความยากจนถือเป็นรากฐานของปัญหาความขัดแย้ง ที่ทำให้เกิดความแตกแยกทางความคิด นำมาซึ่งทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบระหว่างชนชั้นต่างๆ ในแผ่นดิน มากไปกว่านั้น ยังเป็นตัวหลักของปัญหาต่างๆ มากมายก่ายกอง เพราะฉะนั้นการที่นำเอากองทัพเข้าไปช่วยประชาชนให้พ้นจากความยากจน ถือเป็นการพัฒนาอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม พระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่รับสั่งกับผมนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ซึ่งในชีวิตผมยังมีภารกิจสุดท้ายที่เหลืออยู่และจะต้องทำให้ได้ นั่นคือ ทำอย่างไรจึงจะแก้ไขปัญหาความยากจนของพี่น้องประชาชนลงได้ ผมคิดว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ได้ต้องมีปัจจัยด้านความมั่นคงเป็นตัวหลักในการดำเนินการด้วย ไม่ใช่แก้ไขด้วยเรื่องอื่น
เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานแนวคิดที่ดีที่สุดนั่นคือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นสิ่งที่สวยงามมากนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงยิ่งที่พระองค์ท่านทรงมีให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย

