‘ธงทอง’ เปิดใจ โอกาสแบบนี้ ปล่อยผ่านไม่ได้ รับปธ.กรุงเทพธนาคม ยุคผู้ว่าฯชัชชาติ 

18.06.22 | 11:45 น.

‘ธงทอง’ เปิดใจ โอกาสแบบนี้ ปล่อยผ่านไม่ได้ รับ ‘ปธ.กรุงเทพธนาคม’ ยุคผู้ว่าฯชัชชาติ 

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการบริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม รัฐวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้โพสต์หลังได้รับเลือกเป็นประธาน กรรมการบริหาร บริษัทกรุงเทพธนาคม ในสมัยที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นผู้ว่าฯกทม. ว่า “ไม่บ่อยครั้งในชีวิตของคนเราที่จะมีโอกาสได้ทำงานที่ท้าทายความรู้และประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมานานปี


ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะมีโอกาสทำให้เมืองของเราน่าอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน แม้จะมากน้อยเพียงใดก็ตามที

และไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้ทำงานร่วมทีมกับคนที่เราเชื่อมั่นและเข้ามาด้วยวิถีประชาธิปไตย

แม้รู้อยู่ว่าเป็นงานที่ทั้งยุ่งทั้งยาก กินเวลาในชีวิตวัยหลังเกษียณพอสมควร และเป็นงานที่ทำแล้วจะมีทั้งคนถูกใจ และไม่ถูกใจตามวิสัยธรรมดาโลก

Advertisement

แต่เมื่อจังหวะเวลานั้นมาถึงมือ ผมจะปล่อยผ่านไปอย่างไรได้ ลองดูสักตั้งจะเป็นไรไป”

ทั้งนี้ ก่อนหน้า นายธงทอง ได้โพสต์เล่าด้วยว่า ก่อนมีการเลือกตั้งนายชัชชาติเคยไปหาที่บ้าน เพื่อบอกเล่าว่าจะลงรับสมัครเลือกตั้งในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. โดยระบุว่า

“เมื่อราว 6 เดือนก่อนคือปลายปีพุทธศักราช 2564 อาจารย์ชัชชาติซึ่งรู้จักกันมานานปีในฐานะอาจารย์จุฬาฯด้วยกันได้แวะมาหาผมที่บ้าน พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า อาจารย์มีความตั้งใจจะลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การสนทนาของเราในวันนั้นจึงว่าด้วยเรื่องของกรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ และแน่นอนว่า เนื้อหาของการพูดคุยหลายประเด็นก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของวัฒนธรรม หรืออะไรทำนองนี้ที่เป็นความสนใจร่วมกันระหว่างผมกับอาจารย์ชัชชาติ

วันนั้นเราแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเกี่ยวกับพื้นที่บริเวณหน้าวัดสุทัศนเทพวราราม เชื่อมต่อไปถึงบริเวณลานจอดรถของกรุงเทพมหานคร และอาคารที่ทำการของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีข้อจำกัดในฐานะที่เป็นสถานที่ทำงานกลางเมือง ไม่เหมาะกับยุคสมัยเสียแล้ว ขณะที่กรุงเทพมหานครเองมีที่ทำการแห่งใหม่อยู่ย่านดินแดงซึ่งสะดวกทั้งสำหรับคนทำงานและการติดต่อราชการ

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ ผมมีความยินดีที่ได้ทราบว่าอาจารย์ชัชชาติมีแผนชัดเจนที่จะย้ายที่ทำการของกรุงเทพมหานครทั้งหมดจากเสาชิงช้าไปอยู่ที่ดินแดง และจะทำให้พื้นที่บริเวณหน้าวัดสุทัศน์มีชีวิตชีวาในฐานะที่เป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม ด้านนันทนาการ การท่องเที่ยว และอีกหลายๆ ด้านของชาวกรุงเทพฯ ขอบคุณสำหรับนโยบายนี้นะครับ

อยากจะกระซิบดังๆ ว่า จากตำแหน่งซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการกรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าจะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นพระวิหารหลวงและพระอุโบสถของวัดสุทัศน์เป็นฉากหน้าและฉากหลัง รับกันจนเกิดภาพเป็นอาคารตรีมุขขนาดมหึมา เป็นศรีสง่าแก่พระนครอย่างยิ่ง และเป็นภาพที่ไม่ได้เห็นกันมาช้านานแล้ว การปรับปรุงอาคารที่ทำการกรุงเทพมหานครตามแนวทางของอาจารย์ชัชชาติคราวนี้ น่าจะทำให้เราได้เห็นความสวยงามที่ถูกซ่อนเร้นมาเป็นเวลานานปีได้อิ่มอกอิ่มใจ ไชโย”

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง