นายกฯเผย พระเทพฯ-ทูลกระหม่อมฯ โปรดเกล้าฯให้ปชช.ถวายสักการะช่วงพระราชพิธีได้

ประยุทธ์ มอบแนวทางดูแลประชาชน สั่งคุมเข้มห้ามเมาแล้วขับ แนะประชาสัมพันธ์ความรักสามัคคีของไทยให้ชาวโลกรับรู้ เผย สมเด็จพระเทพฯ – ทูลกระหม่อมหญิงฯ โปรดเกล้าให้ประชาชนถวายสักการะช่วงพระราชพิธีได้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม ที่ท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์(ศตส.) พล.อ.อภิรักษ์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม เพื่อรับฟังการสรุปการดูแลการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ที่มาถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาพูมิพลอดุลยเดช

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมว่า ขอบคุณอีกครั้งสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกส่วน ซึ่งตนเข้ามาในครั้งนี้มีความเรียบร้อยมากขึ้น ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้ดูแลงานอย่างเต็มที่ ขอให้การทำงานร่วมกันโดยไม่มีข้อขัดแย้ง หากมีข้อขัดแย้งให้นำมาทำความเข้าใจกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอื่นๆ และเพื่อให้ประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการระพระบรมศพเป็นไปอย่างเรียบร้อย ช่วงนี้ถือว่าอยู่ในระยะที่ 2 จะมีประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาจำนวนมาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนอย่างดี ทั้งในช่วง 50 วัน 100 วันหรือ 1 ปี จะต้องอยู่ในแผนล่วงหน้าทั้งสิ้น ว่าจะสามารถรองรับคนได้เท่าไหร่ และขอให้ทำงานเชิงรุก มองไปข้างหน้าไม่ใช่แก้ปัญหาไปวันๆ พร้อมกันนี้ต้องมีแผนเผชิญเหตุ พร้อมรับมือในสถานการณ์ที่ปกติและไม่ปกติ ใครทำความผิดก็ต้องจับกุมให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนการต่อคิวเข้าแถวสักการะพระบรมศพนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ สิริวัฒนาพรรณวดี ได้โปรดเกล้าฯให้ ประชาชนเข้าไปกราบพระบรมศพในช่วงพิธีได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้เราจะคิดเองไม่ได้ เพราะเป็นระเบียบของสำนักราชวังที่มีมากว่า 100 ปีแล้ว และขอประชาชนอย่าไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ และให้เจ้าหน้าที่ไปดูเรื่องการจัดคิวว่าจะมีการระบุรายชื่อได้หรือไม่ เพื่อป้องกันการแทรกคิว นอกจากนี้ขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการเดินทาง หากพบคนขับรถมีอาการมึนเมาก็ให้ลงจากรถและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยจะให้มีการตั้งจุดตรวจแอลกอฮอล์มากขึ้น ขณะเดียวกันต้องเน้นย้ำเรื่องการปลอดภัยและแก้ปัญหาโดยการร่วมมือกันภายใต้ความพอใจและความสุขของประชาชน และขอให้มีการชี้แจงว่าบ้านเมืองเดินหน้าไปอย่างไร ซึ่งในโซเชียลมีเดียมีการบิดเบือน จึงต้องทำความเข้าใจ โดยอยากให้กทม. ไปดูว่าจะสามารถนพระราชกรณียกิจของและผลงานของรัฐบาลหรือนโยบายของรัฐบาลมาเปิดฉายผ่านจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดในพื้นที่ท้องสนามหลวงได้หรือไม่

Advertisement

“สำหรับผู้ที่มารับของแจก โดยที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้ามาถวายสักการะ ก็อย่าไปไล่เขา เพราะถือว่าเป็นการทำทาน แต่คนเหล่านี้ก็ขอให้เบาๆลงหน่อย ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องตรวจสอบ ว่ามีการเข้าออกกันคนละกี่ครั้ง โดยจะต้องลงทะเบียนทุกครั้งที่เข้าออก ส่วนเรื่องของแจกหรืออาหารการกิน ซึ่งมีมากก็ขอให้เอาไปช่วยคนจน หรือหาสถานที่ตามวัดเปิดเป็นโรงทาน ส่วนของแห้งก็ขอให้เอาไปช่วยเหลือน้ำท่วม ซึ่งการแจกของต้องมีการจัดระเบียบอย่างเหมาะสม เหล่าศิลปินดารา สามารถมาแจกของได้ แต่ต้องดูความเหมาะสม และวันนี้อยากให้มีการประชาสัมพันธ์ เรื่องของพระราชพิธีต่างๆให้มากขึ้น โดยอาจมีการแถลงข่าวเป็นรายชั่วโมงหรือสามชั่วโมง สื่อออกไปให้คนได้รู้เพื่อที่ชาวต่างชาติจะได้เข้าใจมากขึ้น และเห็นภาพของการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนไทย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประชุมเสร็จสิ้นนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้เดินตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และทักทายประชาชน พร้อมถามถึงการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ โดยระหว่างที่นายกฯ เข้าเยี่ยมเต็นท์ รพ.สนาม ได้เข้าสวมกอดหญิงสูงวัย ซึ่งนั่งรถเข็นมารอพบนายกฯ คือนางพาส บัวแสง อายุ 61 ปี ซึ่งเดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น เพื่อมาถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งทันทีที่นายกฯ เข้าสวมกอด นางพาสได้หลั่งน้ำตา ร่ำไห้พร้อมระบายความโศกเศร้าเสียใจกับนายกฯ โดยระบุว่า คิดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ขณะที่นายกฯได้ถามถึงสารทุกข์สุกดิบและให้กำลังใจ ว่าต้องต่อสู้ต่อไป ขอให้อดทนแล้วจะผ่านอุปสรรคทั้งหลายได้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image