บทนำ : การเมืองอนาคต
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) รับเชิญไปบรรยายหัวข้อ 90 ปี ประชาธิปไตย ก้าวต่อไปของประชาชน : ประสบการณ์ประชาธิปไตยผ่านมุมมองการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตอนหนึ่งว่า พูดถึงเรื่อง 90 ปีประชาธิปไตย มันเครียด มีแต่เรื่องที่หดหู่ หมดความหวัง เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.มีความหวัง ถึงเวลาของคนรุ่นใหม่ต้องรับคบเพลิงต่อ 1.38 ล้านคะแนนที่ได้มา เป็นความคิดของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เป็นการเมืองแบบเก่า อยากจะฝากน้องรุ่นใหม่ ประชาธิปไตยไม่ได้น่ากลัว ผมเชื่อว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนโฉมนักการเมืองอาชีพ ไปสู่คนที่เป็นนักคิด สร้างความหวัง
ผู้ว่าฯกทม.เผยว่า การหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯใช้คนรุ่นใหม่มาขับเคลื่อน ทำนโยบาย ไม่มีกรอบเก่า ไม่มีโมเดลเก่าอยู่ในสมอง ทำให้เกิดประชาธิปไตยที่สนุก อนาคตการเมืองจะเปลี่ยนไป ต้องมีเทคนิค มีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น ทำงานหนักมากขึ้น จะมาคิดว่าพูดง่ายๆ สัญญาไปเถอะเดี๋ยวคนก็ลืม ทำได้ไม่ได้ช่างมัน ไปตายดาบหน้า หมดยุคแล้ว ประชาธิปไตยในอนาคตเป็นเรื่องความรู้ความสามารถ เทคโนโลยี ขอให้คนรุ่นใหม่มาร่วมกันเยอะๆ พวกเราเปลี่ยนเมืองได้ ทำกรุงเทพฯวันนี้ ทำให้คนรุ่นใหม่ เพราะเป็นคนที่ใช้เมืองนี้นานที่สุด ความสวยงามของประชาธิปไตยไม่มีใครมาสั่งได้ หวังว่าการเข้ามาของผมจะจุดประกายความหวังให้คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำงานการเมือง
ถือเป็นแนวคิดที่สรุปขึ้นจากการปฏิบัติจริงคือ การรณรงค์เลือกตั้ง กทม.ในช่วงที่ผ่านมาและตอบคำถามว่า 90 ปีประชาธิปไตย ประเทศไทยจะก้าวต่อไปอย่างไร แน่นอนว่าก้าวต่อไป ต้องเริ่มต้นจากประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการเสนอตัวลงสมัคร มีสิทธิเสรีภาพที่จะรับทราบแนวนโยบายต่างๆ ของผู้สมัคร ก่อนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การตัดสินใจของประชาชน ต้องมีผล มิใช่ถูกบิดเบือนจากองค์กรอำนาจที่มาจากการแต่งตั้ง หรือองค์กรอิสระใดๆ คนรุ่นใหม่ได้ปรากฏตัวแล้วในการเลือกตั้ง 2562 แต่ต้องเผชิญกับการใช้อำนาจของบางฝ่าย จนไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้ง และน่าจะมีโอกาสมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

