นายกฯ ลั่น ราคาข้าวต้องไม่ต่ำกว่าเกวียนละหมื่น ชี้ ราคาตกเพราะตลาดโลก ข้าวค้างสต็อกจากผลงานรัฐบาลที่แล้ว
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ท้องสนามหลวง ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พบปะพูดคุยกับประชาชนที่มาถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีประชาชนส่วนหนึ่งขอให้ช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวตกต่ำ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้วในการประชุม กบข. ทั้งนี้ จะให้รัฐบาลนำเงินไปให้ 15,000 เหมือนที่ผ่านมาคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเวลานี้ ข้าวที่ค้างสต็อกจากโครงการรับจำนำข้าวยังอยู่อีกจำนวนมาก ระบายไม่ได้ ยิ่งนานคุณภาพยิ่งเสื่อม หากระบายออกมาตอนนี้จะกระทบกับราคาข้าวที่ออกมาในฤดูกาลนี้ ทำให้เจ๊งและประเทศก็จะล้มละลาย เพราะเป็นภาษีจากประชาชน แล้วใครที่รับจำนำข้าวไว้ ส่วนราคาข้าวหอมมะลิรัฐบาลได้ช่วยเหลือในฤดูกาลแรกไปแล้ว จึงต้องรอการประชุมอีกครั้ง จึงขอให้ประชาชนปลูกพืชอื่นๆ ทดแทนด้วย
“ยืนยัน ผมเป็นนายกฯของคนทั้งประเทศ ขอให้เห็นใจผมด้วย เพราะต้องดูแลคนทั้งประเทศ และเกษตรกรทุกประเภท และวันนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มารับเรื่องแล้วและรับปากจะช่วยดูแลให้ ปัญหาข้าว มีสาเหตุมาจาก 1.ราคาตลาดโลกที่ราคาข้าวลดลงทั่วโลก 2.ยังมีข้าวที่ค้างสต็อกจำนวนมาก 3.ทุกประเทศก็ปลูกข้าว ซึ่งต้นทุนในการผลิตข้าวต่อเกวียนประมาณ 4,000 บาท ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งดูแลให้ราคาข้าวไม่ต่ำกว่าเกวียนละ 10,000 บาทให้ได้ ขณะนี้กำลังทำอยู่ และขอให้เห็นใจผมบ้าง วันนี้ข้าวที่ค้างในคลังเกือบ 10 ล้านตัน ถ้าปล่อยออกมาทั้งหมดแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ขณะนี้รัฐบาลจะพยายามแก้ปัญหา ขอให้ใจเย็นๆ “พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแนะนำประชาชนด้วยว่า หากปลูกข้าวและขาดทุน ให้ปลูกมันสำปะหลัง ผลไม้ หรือพืชอื่นๆผสมผสาน ซึ่งข้าวก็ปลูกไว้กิน ซึ่งพระองค์ท่าน ทรงให้คำแนะนำไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า การปลูกข้าวเพื่อไว้กิน หากเหลือก็ปลูกไว้ขาย หรือปลูกไว้เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าประเภทอื่น จึงขอให้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวมาปฏิบัติตามด้วย

