ถอดบทเรียนจาก ‘ศรีลังกา’ ย้ำเตือน ‘ไทย’
วิกฤตเศรษฐกิจประเทศศรีลังกา ถือเป็นวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราช เมื่อปี ค.ศ.1948 โดยเหตุผลของวิกฤตครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเกิดจากการ “ขาดแคลนเงินทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศ” ส่งผลให้ศรีลังกาไม่สามารถนำเข้าสินค้าจำเป็นให้ประชากรในประเทศได้ เกิดการขาดแคลนอาหารและเชื้อเพลิงอย่างหนัก เกิดภาพประชาชนจำนวนมากต่อแถวรอซื้ออาหารและน้ำมันยาวเหยียดถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก เกิดปัญหาน้ำมันดีเซลหมดประเทศ และล่าสุดค่าไฟยังแพงขึ้น 800%
เหล่านี้หากถอดบทเรียน ประเทศไทยได้เรียนรู้อะไรบ้าง?
เรื่องนี้ “ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ให้ข้อมูลว่า จากปรากฏการณ์การล่มสลายทางเศรษฐกิจของประเทศศรีลังกา กลายเป็นกรณีศึกษาให้ทุกประเทศตระหนักถึงวิธีการดำเนินแผนเศรษฐกิจในสภาวะเศรษฐกิจผันผวนและมีความเสี่ยงอย่างระมัดระวังมากขึ้น เมื่อเทียบประเทศไทยและประเทศศรีลังกา พื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดูจากเสถียรภาพภายนอกประเทศ โดยใช้ตัวชี้วัดจากเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ซึ่งเป็นทุนสำรองที่เกี่ยวกับธนาคารกลางของทั้ง 2 ประเทศนั้นมีความแตกต่างกันมากพอสมควร
เนื่องจากเสถียรภาพของไทยที่ยังคงมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง และอาจเรียกได้ว่าไทยมีความแข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน แม้ปี 2564 เศรษฐกิจขยายตัวต่ำส่งผลให้ทุนสำรองของไทยลดลงจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด แต่ระดับทุนสำรองที่มีอยู่ยังมีเพียงพอที่จะดูแลหนี้ระยะสั้นที่ยังมีความสามารถจ่ายหนี้ได้ถึง 3 เดือน เมื่อนำหนี้ระยะสั้น ทุนสำรองที่เอาไว้หนุนหลัง และการพิมพ์พันธบัตรออกมาเพิ่มเติม รวมไว้ด้วยกันไทยก็ยังมีเหลืออยู่มากสำหรับใช้จ่ายต่อไป
เมื่อเทียบกับประเทศศรีลังกาที่มีเงินอยู่จำนวนน้อย หากพิจารณาตามโครงสร้างเศรษฐกิจของศรีลังกายังมีความสามารถต่ำมาก เนื่องจากเศรษฐกิจศรีลังกามีพื้นฐานไม่ดี และมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และขาดดุลการคลังมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเงินทุนสำรองตอนนี้อาจจะมีเหลือจ่ายแค่เพียง 1 เดือน จึงจะเห็นได้ว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับต่ำ และความสามารถการจ่ายเงินแทบไม่มีอยู่ในภาวะวิกฤตล่มสลาย
นอกจากนี้ สิ่งที่มีความแตกต่างกันคือเรื่องการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาด โดยเริ่มตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งศรีลังกามีกลุ่มราชปักษาเป็นรัฐบาล และใช้แนวทางประชานิยมที่หาเสียงว่าหากเลือกตั้งแล้วได้รับตำแหน่งจะลดภาษี เมื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และมีนโยบายลดภาษีทำให้ประเทศขาดรายได้ ทำให้มุมมองของต่างประเทศตั้งข้อสังเกตถึงรายได้ของประเทศ และจากความกังวลและสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น จึงได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของศรีลังกาลง ส่งผลให้การกู้เงินต่างประเทศยากขึ้น
ต่อมาศรีลังกาได้ใช้นโยบายห้ามนำเข้าปุ๋ย ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรที่คิดเป็นประมาณ 8% ของจีดีพีได้หดตัวลงไปครึ่งหนึ่ง
ขณะเดียวกันมีปัญหาเงินทุนสำรองไม่มากพอจึงเกิดอุปสรรคการนำเข้าสินค้า เนื่องจากขาดเงินทุน หลังจากนั้นก็เกิดวิกฤตการณ์แพร่ระบาดโควิดซ้ำ ศรีลังกาได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีรายได้จากภาคท่องเที่ยวประมาณ 10-13% การแพร่ระบาดโควิดทำให้รายได้ส่วนนี้หายไป ซ้ำร้ายสงครามรัสเซีย-ยูเครนก็เข้ามาเป็นอีกปัจจัยที่ศรีลังกาเผชิญวิกฤตในเวลาเดียวกันจนกลายเป็นประเทศล่มสลายในที่สุด
ขณะที่สถานการณ์ประเทศไทยยังมีความต่างกันมากพอสมควรในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงไทยยังมีเงินทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศยังแข็งแกร่ง เนื่องจากไทยยังดำเนินแผนธุรกิจอยู่ในกรอบที่จะไม่เกิดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อประเทศถึงขั้นวิกฤต ซึ่งอาจเป็นเพราะไทยมีบทเรียน หากย้อนไปปี 2537 การพังทลายของตลาดหุ้นไทยเป็นที่มาของวิกฤตเศรษฐกิจขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และมีการกู้เงินจากต่างประเทศสูงในระยะสั้น แต่มาปล่อยกู้ภายในประเทศระยะยาว ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่สมดุลกันและทำให้เกิดปัญหา รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทรกแซงค่าเงินบาท ส่งผลให้เงินทุนสำรองเสียหายและขาดสภาพคล่อง ไทยต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
ดังนั้น ประเทศไทยมีบทเรียนจากวิกฤตที่ผ่านมา จนทำให้ปัจจุบันมีโครงสร้างด้านการเงินแข็งแรงขึ้น รวมถึงสถาบันการเงินมีความรอบคอบและพิจารณาความเสี่ยงตามสถานการณ์ที่รับไหว โดยไม่ให้เกิดวิกฤตเสียหายซ้ำซาก นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายประชานิยมอาจทำได้ในช่วงที่ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐต้องดูถึงความสมเหตุสมผล และจำนวนเงินงบประมาณที่พอจะทำได้ แตกต่างจากศรีลังกาที่ดำเนินแผนนโยบายการปรับลดภาษีท่ามกลางรายได้ภาครัฐที่ไม่ได้มีมากอยู่แล้ว
แม้สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยยังไม่เดินถึงจุดล่มสลาย แต่ปัญหาในประเทศที่มีผลต่อเศรษฐกิจที่ต้องติดตามและหาวิธีทางแก้ไข ซึ่งความเสี่ยงใหญ่เป็นจุดอ่อนที่ต้องเร่งกำจัด คือ ปัญหาค่าครองชีพสูงจากเงินเฟ้อปรับตัวเร็วและแรง เนื่องจากราคาด้านพลังงานสูงขึ้น เนื่องจากน้ำมันเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการดำเนินชีวิต และยังเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อีกทั้งปัญหาเงินเฟ้อยังมีผลต่อกำลังซื้อภาคประชาชน และมีผลต่อการทำนโยบายการเงินของ ธปท.อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก ธปท.ต้องดูแลเรื่องเสถียรภาพด้านการเงิน หากเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจต้องปรับทิศทางนโยบายการเงินในประเทศให้มีความเหมาะสมสำหรับการดำเนินเศรษฐกิจต่อไป หลังจาก ธปท.ได้ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 10 สิงหาคม สร้างความกังวลต่อประชาชน เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอาจเป็นปัญหาฉุดรั้งการเติบโตเศรษฐกิจ
ซึ่งภาวะเงินเฟ้อสูงขณะนี้ที่ระดับ 7.1% สร้างความกังวลต่อประชาชนเป็นวงกว้าง มองว่าสถานการณ์มันประจวบเหมาะกับไตรมาส 3/2565 พอดี อาทิ รัฐปล่อยราคาพลังงานเป็นไปตามกลไกตลาด ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูง และการส่งผ่านสินค้า หากดูตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตปรับตัวสูง ส่งผลให้ราคาสินค้าในหลายประเภทแพงยิ่งสร้างความกังวลและกระทบต่อความรู้สึกที่มองว่าเศรษฐกิจไม่ดีขึ้นชัดเจน เนื่องจากตะกร้าเงินเฟ้อของคนไม่เท่ากัน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากรายได้สวนทางกับรายรับ ดังนั้น แม้จะเป็นเรื่องที่แก้ได้ยาก แต่รัฐต้องเร่งแก้ปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
อย่างไรก็ตาม หากมองในไตรมาส 3 และ 4 ปี หรือครึ่งหลังปี 2565 เศรษฐกิจไทยจะทยอยฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเกิน 1 ล้านคนก็เป็นสัญญาณดี อีกทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามามีกำลังการใช้จ่ายสูง เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจเริ่มปรับตัว
รวมถึงภาพใหญ่ของเศรษฐกิจไทยจะเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากภาคท่องเที่ยวดีส่งผลให้ภาคการบริการดีขยับตัว โดยภาคบริการจะเข้ามาเสริมให้การท่องเที่ยวคึกคักขึ้น ผู้ประกอบอาชีพกลุ่มนี้ก็มีจำนวนมาก รายได้จากการจ้างงานก็มีมากขึ้นเช่นกัน
ดังนั้น แม้ประเทศไทยจะมีอุปสรรคท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จากปัจจัยรอบด้าน แต่ไทยยังคงเดินทางอย่างระมัดระวังและปรับตัวตามสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง
รวมถึงเสถียรภาพและความสามารถพื้นฐานยังแข็งแกร่ง เศรษฐกิจไทยจะไม่ดำเนินไปสู่ปากเหวหรือทางตัน แม้ประเทศจะเผชิญกับวิกฤตรอบด้าน
หากประชาชนยังคงเชื่อมั่น และช่วยกันฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ประเทศไทยจะไม่กลายเป็นประเทศเศรษฐกิจล่มสลายอย่างแน่นอน

