‘โรม’ ตั้งกระทู้ถามสดนายกฯ จี้ เปิดเจตนายื้อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซัด รัฐบาลทรราช-ใจแคบสองมาตรฐาน จับแค่กลุ่มเห็นต่าง
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 30 มิถุนายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง การบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งนายกฯ ติดภารกิจ มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม มาตอบแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าสู่ช่วงการถามคำถามในกระทู้ถามสด นายรังสิมันต์กล่าวว่า หากนายกฯไม่กล้ามาเผชิญหน้ากับสภา หรือถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืน ขอให้อยู่บ้านเฉยๆ ดีกว่า จากนั้น ประธานในที่ประชุม จึงขอให้นายรังสิมันต์ เข้าสู่การตั้งกระทู้ถาม การประชุมจึงดำเนินต่อไป
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจกระทบสิทธิเสรีภาพประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง การอ้างว่า มีโรคระบาดเกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริง การชุมนุมหลายครั้งที่เห็นต่างกับท่านมีการดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ ซึ่งตนยังไม่เคยได้รับรายงานว่า การชุมนุมครั้งไหนเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดโควิดแม้แต่ครั้งเดียว แม้ไม่มีหลักฐานท่านก็ยังบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับคนเห็นต่างทางการเมืองอย่างเข้มข้น วันนี้โควิดคลี่คลาย จึงอยากขอข้อมูลว่าตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมือง ครั้งไหนที่เป็นสาเหตุของการระบาดบ้าง
“วันนี้โควิด เป็นโรคประจำถิ่น รัฐบาลมีความจำเป็นอะไรต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อ เหตุใดไม่ใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ หรือไม่แก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อให้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน และเมื่อไหร่จะยุติการประกาศสถานการ์ฉุกเฉิน และกลับมาใช้กฎหมายปกติ ถ้าท่านไม่มีความคิดจะเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ช่วยตอบให้ประชาชนได้ฟังว่า ท่านจะใช้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย ประชาชนจะได้ตัดสินในสิ่งที่ท่านทำ” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วแก้ปัญหาโดยเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เอา พ.ร.ก.มากดทับ ไม่ให้ประชาชนแสดงออก วันนี้คิดว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หมดความจำเป็น วันที่ 1 กรกฎาคม โควิดจะเข้าสู่โรคประจำถิ่น ดังนั้น การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังมีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้แก้ปัญหาต่อไป และอยากทราบว่าเจตนารมณ์ของท่านในการประกาศสถานการ์ฉุกเฉินคืออะไร เพราะการชุมนุมของกลุ่มคนบางสีที่ตรงวันจันทร์มักจะไม่โดนดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เด็กเยาวชนนักศึกษาชุมนุมก็ไม่ควรถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน
“หน้าที่ของท่านคือบังคับใช้กฎหมายให้เท่าเทียมกัน แต่คนกลุ่มเดียวที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ชิงชังพวกท่าน ตั้งแต่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ประชาชนกว่า 1 พันคน ถูกดำเนินคดีจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถามว่าถ้าอยากชุมนุมทางการเมืองจะทำอย่างไรไม่ให้ขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะตลอดเดือนมิถุนายน ก็ยังมีการบังคับใช้ พ.ร.ก.กับคนกลุ่มนี้ พวกท่านไม่ได้ต้องการปกครองประเทศนี้ด้วยกฎหมาย ท่านแค่อ้างกฎหมาย เมื่อท่านได้ประโยชน์ แต่เมื่อเสียประโยชน์จะอ้างเรื่องความจำเป็น ท่านเขียนกฎหมายกว้างๆ เพื่อที่ท่านจะไม่ต้องรับผิดอะไรเลย ถือเป็นความใจแคบ เป็นพฤติกรรมทรราช ผมขอให้ท่านอายุยืนยาวเพียงพอที่จะเห็นประชาชนตราหน้าคนอย่างท่าน พวกเขาจะบอกลูกหลานว่า โตไปอย่าเป็นแบบ พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้ท่านพวกท่านมีอายุยืนอย่างเพียงพอที่จะเห็นปรากฏการณ์นี้” นายรังสิมันต์กล่าว
ด้าน พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า การที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน วัตถุประสงค์หลักคือการแก้ปัญหาโควิด ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ การแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้โรคแพร่กระจาย หรือสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง มีการบูรณาการร่วมกันได้รวดเร็ว โดยเฉพาะหน่วยงานทางสาธารณะสุข จากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อกำหนดมาตรการแก้ปัญหาในการลดการแพร่ระบาด ทั้งนี้ ปัจจุบันการแพร่ระบาดยังมีอยู่ และสายพันธุ์โอมิครอน BA.4 และ BA.5 กระทรวงสาธารณสุขกำลังจับตา ซึ่งพบในประเทศต่างๆ มากขึ้น ฝ่ายสาธารณสุขยังกังวลว่า หากเกิดการแพร่ระบาดอีก จะทำให้สถานการณ์ต่างๆ ควบคุมยากขึ้น จึงต้องบูรณาการทุกส่วนงาน และเมื่อคลี่คลายก็ต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
“การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้มุ่งหมายควบคุมเรื่องการแสดงออกทางการเมือง แต่มุ่งหมายให้การแก้โควิดได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นการเตรียมความพร้อมประเทศเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นต่อไป” พล.อ.ชัยชาญกล่าว
พล.อ.ชัยชาญกล่าวต่อว่า ส่วนข้อมูลผู้ติดเชื้อมีข้อมูลปรากฏในสื่อต่างๆ แต่จะให้สาธารณสุขไปรวบรวมว่าผู้ชุมนุมติดโควิดมาหรือไม่อย่างไร เป็นเรื่องที่รวบรวมได้ยาก แต่คิดว่า มีการรวมกลุ่มกันชุมนุม และทำให้ติดเชื้อกันขึ้น ส่วน พ.ร.บ.โรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข กำลังพิจารณาเพิ่มเติมปรับปรุง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะยังไม่ควบคุมโรคอุบัติใหม่ ซึ่งมีการหารือกันอยู่แล้ว ส่วนจะยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นที่ ศบค.กำลังพิจารณา โดยต้องคำถึงถึงสาธารณสุขการแพทย์เป็นหลัก
รมช.กลาโหมชี้แจงด้วยว่า ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย นายกฯเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ว่า การดำเนินการต้องเท่าเทียมกันทุกกลุ่ม ซึ่งการแสดงออกทางการเมืองต้องอยู่ในขอบเขตกฎหมาย หากดำเนินการนอกขอบเขตกฎหมาย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่
“รัฐธรรมนูญกำหนดว่าการชุมนุมต้องอยู่ในกรอบกฎหมายปราศจากอาวุธ ส่วนการสลายการชุมนุมนั้นไม่ใช่ แค่เป็นการควบคุมการชุมนุม เราจะเห็นว่า มีการใช้พลุ จุดไฟเผายางรถยนต์ ระเบิดปิงปอง เจ้าหน้าที่ต้องควบคุมไม่ให้บานปลาย และกระทบสิทธิผู้อื่น ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน” พล.อ.ชัยชาญกล่าว

