คอลัมน์หน้า 3 : พลัง ทางสังคม โครงการ รถไฟฟ้า สีเขียว กรุงเทพมหานคร
การประชุม “สภากรุงเทพมหานคร” ในวันพุธที่ 6 กรกฎาคม กำลังได้รับการเฝ้ามองและติดตามด้วยความระทึกเป็นอย่างสูง
จาก “รัฐบาล” จากหลาย “กลุ่ม”
ทั้งกลุ่มในทาง “การเมือง” ที่สัมพันธ์กับกรุงเทพมหานคร และทั้งกลุ่มทาง “เศรษฐกิจ” ที่มีผลประโยชน์ในกรุงเทพมหานคร
เนื่องจากเป็นการพิจารณา “งบประมาณ”
เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำนวน 79,000 ล้านบาท ของกรุงเทพมหานคร
อันเป็นการจัดทำในยุค พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารกรุงเทพมหานครซึ่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นผู้นำจะนำเอาบางส่วนของโครงการรถไฟฟ้า “สายสีเขียว” เข้าสู่การพิจารณาด้วย
นี่ย่อมเป็น “เผือก” อันมากด้วยความร้อนแรง
ลำพังงบประมาณที่จัดทำในยุค พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อันเป็นไฟต์บังคับที่อยู่ในมือของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อย่างจำยอม
ก็ก่อให้เกิด “คำถาม” ตามมามากมายอยู่แล้ว
แต่นี่ยังพ่วงเอาปมว่าด้วย “เงิน” จำนวนหนึ่งซึ่งจะนำไปชดใช้ “หนี้สิน” ที่กรุงเทพมหานครมีต่อ “บีทีเอส” อีกด้วย
คำถามอยู่ที่ “งบประมาณ” จำนวนนี้มาอย่างไร
เป็นงบประมาณที่ได้ผ่าน “สภากรุงเทพมหานคร” มาแล้ว หรือว่าเป็นการจัดวางขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่มีที่มา ที่ไป
ยิ่งเมื่อแตะไปยังโครงการรถไฟฟ้า “สายสีเขียว” ก็ยิ่ง “ร้อน”
ร้อนๆ เพราะว่าในยุค พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ได้มีมติไปแล้วและนำส่งกระทรวงมหาดไทยผ่านไปยัง “ครม.”
แต่ต้องงันชะงักเพราะถูก “ภูมิใจไทย” ทักท้วง
การที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หยิบใส่มือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
จึงเท่ากับโยน “เผือก” อันมากด้วยความร้อนมาใส่ “มือ”
กรุงเทพมหานครยุค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะทำอย่างไรในท่ามกลางความขัดแย้งใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า
1 รัฐบาล 1 พรรคภูมิใจไทย 1 บีทีเอส
การนำโครงการรถไฟฟ้า “สายสีเขียว” เข้าสู่สภากรุงเทพมหานคร จึงเป็นก้าวหนึ่ง และตามมาด้วยก้าวที่ 2 อันทรงความหมาย
นั่นก็คือ โยนให้ “สังคม” ได้ “พิจารณา”
กลยุทธ์สำคัญของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็คือ นำเอารายละเอียดของ “สัญญา” ที่เคยเป็นความเร้นลับอย่างชนิดสุดยอดมาเปิดเผย
อาศัย “สังคม” ให้ช่วยในการ “ตรวจสอบ”
จากนี้จึงเห็นได้ว่านอกเหนือจาก 1 ส.ก.พรรคเพื่อไทย แล้ว ก็เชื่อได้ว่า 1 ส.ก.พรรคก้าวไกล ก็พร้อมที่จะผนึกพลังเป็น “พันธมิตร”
แวดล้อมโดยรอบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
เมื่อประสานพลังจากภายใน “สภากรุงเทพมหานคร” เข้ากับการตรวจสอบ “สัญญา” โดยประชาชน ฐานของ กทม.จึงแข็งแกร่ง
มีผนังทองแดง กำแพงเหล็ก ปรากฏขึ้นโดยอัตโนมัติ

