09.00 INDEX พันธมิตร แนว ‘ประชาธิปไตย’ กับขาลง ประยุทธ์ จันทร์โอชา

6.07.22 | 09:09 น.

การแปรเปลี่ยนจาก สูตรหารด้วย 100 ไปสู่ สูตรหารด้วย 500 ซึ่งเริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านการประชุม ครม.นอกรอบสะท้อนอะไร

คำตอบที่เด่นชัดอย่างที่สุดเป็นคำพูด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อ “พวกเรา”

แม้จะเคยมีความเพ้อฝันว่า การแปรเป็นสูตรหารด้วย 100 จะเป็นโอกาส แต่เมื่อประสบกับ “กระแส” อันรุนแรงยิ่งในทางการเมือง 2 กระแส ก็จำเป็นต้อง “ถอย”

นั่นก็คือ 1 กระแส นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่กำลังแผ่ขอบเขตไปอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกัน 1 กระแส น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ทั้งๆ ที่ยังไม่กำหนดกรอบแน่นอนในทางการเมือง

มีความจำเป็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ต้องผนึกพลังกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างหนักแน่นจริงจังอีกครั้งหนึ่ง

Advertisement

ผลก็คือการสร้างแนวพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา เหมือนกับที่เคยทำสำเร็จในเดือนมิถุนายน 2562

เพียงแต่สถานการณ์ในปี 2565 อันเป็นกระดานหกไปสู่การเลือกตั้งในปี 2566 ได้เปลี่ยนองค์ประกอบไปเป็นอย่างมาก

 

องค์ประกอบทางการเมือง ในห้วงกลางปี 2565 กับต้นปี 2566 ได้เปลี่ยนแปลง และก่อให้เกิดปัจจัยอันมากมาย อันต่างไปจากที่เคยมีอยู่ในห้วงก่อนเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 อย่างเด่นชัด

สัมผัสได้จากการเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 สัมผัสได้จากการเผชิญผลสะเทือนสงครามยูเครน

ความเป็นเอกภาพภายใน “กลุ่ม 3 ป.” เริ่มมีรอยร้าว ผลเฉพาะหน้าก็คือความอ่อนแอแตกแยกซึ่งดำรงอยู่ภายในพรรคพลังประชารัฐ แนวโน้มที่จะเป็นพรรคต่ำร้อยสูงอย่างสูงยิ่ง

สถานะและเกียรติภูมิทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แปรเปลี่ยนอย่างชนิดก้าวกระโดด เพียงแต่เป็นการก้าวกระโดดอย่างชนิดที่เรียกว่า “ขาลง”

นี่ย่อมเป็น “โอกาส” อันดียิ่งสำหรับพันธมิตร “ประชาธิปไตย”

 

สถานะของ พรรคเพื่อไทย ยังคงแข็งแกร่งเหมือนสถานะที่เคยมีในยุค พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน แนวโน้มที่จะได้รับเลือกอันดับ 1 กลายเป็นความเชื่อมั่นในสังคม

พรรคก้าวไกล ก็มิได้เป็น “ละอ่อน” เหมือน พรรคอนาคตใหม่

การผนวกตัวรวมพลังเพื่อสร้างพันธมิตรในแนวร่วมประชาธิปไตยจึงมิได้เป็นการนับ 1 หากแต่เดินหน้าได้เลย

การต่อสู้ทางการเมืองปลาย 2565 ต้น 2566 จึงเข้มข้นยิ่ง