หน้าแรก การเมือง สส.-ส.ว.ลงมติ...

สส.-ส.ว.ลงมติผ่าน “สูตรสกัดแลนด์สไลด์” ปาร์ตี้ลิสต์ หาร 500 ฉลุย 354-162

7.07.22 | 08:22 น.

สส.-ส.ว.ลงมติผ่าน ‘สูตรสกัดแลนด์สไลด์’ ปาร์ตี้ลิสต์ หาร 500 ฉลุย 354-162

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีการอภิปรายประเด็นสำคัญ มาตรา 23 เรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า จะใช้สูตรหาร 100 หรือหาร 500 โดย กมธ.เสียงข้างน้อยมองว่า หารด้วย 500 เป็นธรรมกับพรรคเล็กไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

โดยช่วงเวลา 17.49 น. เริ่มเข้าสู่การพิจารณามาตรา 23 นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้ให้ กมธ.เสียงข้างน้อยที่ต้องการใช้ 500 หาร อภิปราย ขณะที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เตรียมขึ้นอภิปราย นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรค พท. ได้หารือว่ามาตรานี้มีความสำคัญ อยากให้ทุกคนไปตั้งสติคิดให้รอบคอบก่อนกลับมาอภิปรายกันใหม่ ทั้งนี้ ในวันที่ 7-8 กรกฎาคม มีการประชุมสภา วันนี้ขอให้ประชุมเพียงแค่นี้

แต่นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. ขอให้ประชุมต่อให้เสร็จวันนี้ ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะวิปวุฒิสภายืนยันว่าตรวจสอบองค์ประชุมแล้วพร้อม ขอให้ประธานเดินหน้าประชุมต่อไป นายชวนจึงบอกว่าจะเดินหน้าประชุมไปก่อน ถ้าไม่พร้อมก็บอก

นพ.ระวีอภิปรายต่อ โดยแปรญัตติสนับสนุนให้ใช้ 500 หาร เพื่อคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ป้องกันการผูกขาดทางการเมือง เชื่อว่าผลพลอยได้จะสกัดแลนด์สไลด์ของบางพรรค ทั้งนี้ หากไม่ใช้ ส.ส.พึงมีจะถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 ดังนั้นการคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องนำ ส.ส.พึงมีมาหารด้วย ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่แก้ไขมาให้มีบัตรสองใบระบุว่า การคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อมีความจำเป็นต้องมีหลักเกณ์ที่เป็นธรรมต่อพรรคการเมือง และต้องเคารพ 1 สิทธิ 1 เสียงของประชาชนด้วย

ดังนั้น การใช้ 100 หารเป็นธรรมกับพรรคเล็กหรือไม่ สรุปแล้วเห็นว่าการใช้ 500 หารน่าจะมีความเท่าเทียม และยุติธรรมมากกว่า

Advertisement

ต่อมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พท. อภิปรายว่า ในรายงานนี้มีความผิดปกติ ไม่มีความเห็นของ กมธ.เสียงข้างมากปรากฏอยู่เลย ทั้งๆ ที่มีผู้แปรญัตติ กมธ.เห็นว่าเรื่องนี้ขัดรัฐธรรมนูญขัดหลักการ อย่างไรก็ตาม กมธ.ต้องมีความเห็น เพื่อให้ปรากฏในรายงาน แล้วส่งให้สภาวินิจฉัยว่าตรงนี้สงวนคำแปรญัตติ สงวนความเห็นได้หรือไม่ ก่อนที่จะลงมติว่าทำได้หรือไม่ ต้องมีการลงมติ 2 ครั้ง ครั้งแรกลงมติว่า กมธ.เสียงข้างน้อย ที่สงวนความเห็นที่ขัดกับหลักการเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมาตรา 91 ชัดเจน สภาจะรับหรือไม่ ถ้ารับ ก็ถือว่าเป็นมติสภา จึงเข้าสู่การพิจารณาเป็นรายประเด็นว่าจะเห็นชอบคำแปรญัตติหรือไม่ แต่ในรายงานนี้ไม่สมบูรณ์ ดังนั้น กมธ.เสียงข้างมากจึงไม่มีความเห็นต่างเพื่อให้สภาตัดสิน ถือว่าขัดกับหลักการของการตรากฎหมาย

จากนั้นที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายแสดงความคิดเห็น โดย กมธ.เสียงข้างน้อยหลายคนอภิปรายสนับสนุนให้ใช้สูตร 500 หาร คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยืนยันไม่ขัดหลักการและไม่ขัดรัฐธรรมนูญ กรณีที่เกิดปัญหาขึ้นถือเป็นความผิดของทุกฝ่าย ที่ละเลยไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 83, 86 และ 91 ไปด้วย หากจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญในอนาคต คงไม่มีใครขัดข้อง ทั้งนี้ ส.ส.พรรค พท. อาทิ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี คอยประท้วงตลอดเวลาว่า ไม่สามารถแปรญัตติในสิ่งที่ขัดกับหลักการของร่างกฎหมายได้ ทำให้การประชุมดำเนินไปอย่างไม่ต่อเนื่อง จนนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ต้องคอยไกล่เกลี่ยและชี้แจง ควบคุมการประชุมให้ดำเนินการต่อไปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 21.15 น. เกิดความวุ่นวายเมื่อสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว.ขอเวลาเพื่ออภิปรายในมาตรา 23 โดยเกิดข้อถกเถียงกันมาก จนนายพรเพชร ไม่สามารถควบคุมการประชุมได้ ทำให้นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ขอเสียงสนับสนุนจากที่ประชุมให้เปลี่ยนประธาน เมื่อนายมงคลกิตต์พูดจบ สมาชิกในห้องต่างปรบมือ ขณะที่นายพรเพชรยืนยันจะให้ นพ.ชลน่าน ได้อภิปรายเพิ่มเติมในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกคนอื่นว่าให้อภิสิทธิ์กับผู้นำฝ่ายค้าน ทั้งที่ทุกคนเป็นสมาชิกรัฐสภาเหมือนกัน ก่อนที่นายมงคลกิตต์จะถอนคำพูด

เมื่อสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น ที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วย 392 ต่อ 160 เสียง เห็นด้วยกับมติของ กมธ.เสียงข้างน้อย จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติอีกครั้งโดยเสียงข้างมาก 354 เสียง ไม่เห็นด้วย 162 เสียง งดออกเสียง 37 เสียง ไม่ลงคะแนน 4 เสียง เห็นด้วยกับคำสงวนคำแปรญัติของ นพ.ระวี คือให้ใช้สูตรคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 คน

จากนั้นเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 24 โดยไม่มีการแก้ไข และสมาชิกไม่ติดใจ นายชวนจึงสั่งปิดการประชุมในเวลา 22.17 น.