หน้าแรก การเมือง จตุพร-ทนายนกเ...

จตุพร-ทนายนกเขา บุกพาณิชย์ยื่นหนังสือ จี้ ‘จุรินทร์’ สอบต้นทุนราคาน้ำมันไทย

7.07.22 | 13:34 น.

‘จตุพร-ทนายนกเขา’ บุกพาณิชย์ยื่นหนังสือจี้ ‘จุรินทร์’ ใช้อำนาจสอบต้นทุนราคาสมมุติน้ำมันของไทย พร้อมเตรียมลุยหาข้อเท็จจริงจาก ‘กองทัพเรือ’ 8 ก.ค.นี้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่กระทรวงพาณิชย์ กลุ่มประเทศไทยต้องมาก่อน คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือ ถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อให้แก้ไขปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และราคาพลังงาน โดยมี นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มภารกิจ ด้านการค้าภายในประเทศ เป็นตัวแทนมารับหนังสือดังกล่าว

นายนิติธรกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีอำนาจจำกัดในการดูแลเรื่องค่าการกลั่น ดูแลได้แค่เรื่องการปิดป้ายแสดงราคาที่ปั๊มน้ำมัน มาตรวัดหัวจ่าย ส่วนน้ำมันเป็นสินค้าที่มีข้อกฎหมายเฉพาะเป็นหน้าที่ของ กพช.นั้น เป็นการโกหกประชาชน และทำให้ประชาชนหลงผิดว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นไม่ใช่ความรับผิดชอบ และหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ เป็นเจตนาจงใจปกปิดข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 หรือร่วมเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการที่ต้องการให้คงราคาสมมุติในการกลั่น การขนส่งพลังงานฯ หรือมีส่วนรับผลประโยชน์อื่นใดจากกิจการพลังงาน

นายนิติธรกล่าวว่า ทั้งนี้ อยากให้ กกร.ซึ่งมีนายจุรินทร์เป็นประธานใช้อำนาจตามกฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในราคาสินค่าบริการ ป้องกันมิให้มีการตั้งหรือเรียกเก็บราคาสินค้าและค่าบริการต่างๆ ได้ตามอำเภอใจและค้ากำไรเกินสมควร โดยจะต้องเร่งการกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยเฉพาะด้านราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ การกำหนดอัตรากำไรสูงสุด รวมไปถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการผลิต และการคิดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ เพราะปัจจุบันน้ำมันเชื้อเพลิงของไทย ใช้อ้างราคาสมมุติจากประเทศสิงคโปร์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

“โครงสร้างราคาพลังงานส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนเกินไป เนื่องจากโครงสร้างราคาพลังงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมีการอ้างราคาสมมุติจากการกลั่น การขนส่งฯ ประเทศสิงคโปร์ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก ที่ไม่อยู่ในสถานะที่เป็นทุนหรือเป็นรายได้ อยากให้กระทรวงพาณิชย์ใช้อำนาจตามตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว เชิญผู้เกี่ยวข้อง มาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย และส่งหลักฐานเกี่ยวกับปริมาณพลังงานนำเข้าที่แท้จริง ประเทศต้นทาง รูปแบบการขนส่ง รายละเอียดเส้นทางการเดินเรือ บริษัทเรือ สัญชาติเรือ วันและเวลาเดินเรือ ใบสั่งซื้อราคาพลังงาน สถานที่เก็บ กลั่น บัญชีต่างๆ เป็นต้น มาประกอบการพิจารณา เพื่อแก้ไขปัญหาการค้ากำไรเกินควร หากผู้ใดไม่ให้ความร่วมมือก็สามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย รวมทั้งให้ใช้อำนาจตามมาตร 31 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าฯดำเนินการกับโรงกลั่นข้อหาปฏิเสธการจำหน่าย หากมีการหยุดการให้บริการ จากกรณีถูกกดดันให้ปรับค่าการกลั่น” นายนิติธรกล่าว

Advertisement

ด้าน นายจตุพรกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ นำโดยนายจุรินทร์เป็นคนเดียวที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เพราะเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นนายจุรินทร์ย่อมรู้ว่าประชาชนมีความเดือดร้อน ตามหนังสือที่นำมายื่นในครั้งนี้เป็นทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อีกทั้งนายจุรินทร์ยังเป็นประธาน กกร. และ กพช. มีนำอาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ยอมรับว่าปัจจุบันเราหาที่พึ่งได้ลำบาก เพราะแต่ละฝ่ายก็ลอยตัว กระทรวงพาณิชย์อาจจะติดแม่น้ำเจ้าพระยา จึงลอยตัวได้ง่ายกว่าใครเพื่อน แต่ข้อเท็จจริงคือประชาชนเดือดร้อน จึงเป็นที่มาของการมายื่นหนังสือในครั้งนี้ เพื่อช่วยประคองชาติบ้านเมืองให้ไปรอด

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ขณะที่ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบโลกลดราคาลงมาประมาณ 10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ประเทศไทยไม่ได้ลดราคาลงตาม แต่ถ้าราคาน้ำมันดิบโลกกลับขึ้นราคาตาม อ้างขึ้นตามราคาน้ำมันดิบโลก และต้องนำเงินไปชดเชยให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะฉะนั้นนายจุรินทร์ในฐานะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ กพช.สามารถเข้าไปจัดการบริหารความเดือดร้อนในส่วนนี้ได้ แต่อย่างที่ทราบ คือทุนพลังงาน ที่มีอำนาจเหนือรัฐบาล จะเห็นได้จากการข่มขู่ในกรณีของการขอให้โรงงานลดค่ากลั่นน้ำมัน ถ้าขอลดก็ขู่จะปิดโรงงานฯซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นแนะนำให้ปลดโรงงานนั้นออกเลย หรือถ้าจัดการไม่ได้รัฐบาลก็ออกไปก็เท่านั้น

นายจตุพรกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00 น. กลุ่มประเทศไทยต้องมาก่อน คณะหลอมรวมประชาชน จะเดินทางไปที่กองทัพเรือ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทย หรือทะเลฝั่งอันดามัน กองทัพเรือมีหน้าที่ในการรับผิดชอบเพื่อต้องการหาคำตอบเรื่องราคาสมมุติจากสิงคโปร์ หรือราคาสมมุติก๊าซจากซาอุดีอาระเบีย หรือการนำเข้าน้ำมันดิบ เพื่อนำมาส่งให้กับโรงกลั่นในประเทศไทยทั้งหมด 6 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นของประทศไทย 4 แห่ง สหรัฐ 2 แห่ง ว่าความจริงแล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

“ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้มีการกลั่นน้ำมันจริงที่สิงคโปร์ แต่มีการคิดราคาค่าขนส่ง ภาษี และการตลาด สารพัด การกระทำดังกล่าวถือเป็นการปล้นประเทศ ดังนั้น หลักฐานที่กองทัพเรือจะเป็นหลักฐานที่มัดตัวรัฐบาลได้มากที่สุด” นายจตุพรกล่าว