คอลัมน์หน้า 3 : เส้นทาง ข่าวลือ จากโรงหนัง ถึงโซเชียล ยุค 100 กับ 500
คล้อยหลังการต่อสู้ในเรื่องสูตรหาร 100 กับ สูตรหาร 500 ผ่านไปไม่นาน กระบวนการ “ข่าวลือ” ก็เคลื่อนไหวอย่างหนัก
เป็น “ข่าวลือ” อันเกี่ยวกับ “การโหวต”
ไม่เพียงแต่ นายวัน อยู่บำรุง จะมีบทบาทอย่างสำคัญผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก “ใจถึง พึ่งได้” พร้อมกับการเสียงหัวร่อ
5 5 5
หากยังมีนักการเมืองระดับ “ที่ปรึกษา” และนักการเมืองระดับ “รองประธาน” เข้ามาร่วมแจมด้วยด้วยประโยคในแบบ “กำกวม”
เผยแพร่ผ่านช่องทาง “โซเชียล” คึกคักต่อเนื่อง
ก่อความงุนงง สงกาให้กับหลาย “สำนักข่าว” ทั้งที่เป็น “สื่อเก่า” และ “สื่อเก่า” อย่างพร้อมเพรียงกัน
บรรยากาศ “ร้องตะโกน” ใน “โรงหนัง” จึงหวนคืนมา
ต้องยอมรับว่าการร้องตะโกนในโรงหนังเกิดขึ้นในสถานการณ์เดือนมิถุนายน 2489 และสถานการณ์เดือนพฤศจิกายน 2490
กรณี “สวรรคต” กับกรณี “รัฐประหาร”
การร้องตะโกนใน “โรงหนัง” เป็นบทบาทที่นินทากันว่าเป็นปฏิบัติการจากคนของพรรคประชาธิปัตย์
การรัฐประหารเป็นเรื่องของ “ทหาร”
เป็นทหารอันมี พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ เป็นหัวหน้า โดยมี พ.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และพวกยกกำลังจากกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์มา
ปฏิบัติการ “ร้องตะโกน” จึงกลายเป็น “เอกลักษณ์”
เอกลักษณ์จากกรณี “สวรรคต” เมื่อเดือนมิถุนายน 2489 ต่อเนื่องมาจากกรณี “จำลองพาคนไปตาย” ในเดือนพฤษภาคม 2535
ไม่น่าเชื่อว่าจะมาเกิดในเดือนกรกฎาคม 2565 อีก
ความแตกต่างจากกรณี “ข่าวลือ” ในเดือนกรกฎาคม 2565 มิได้มาจากคนของพรรคประชาธิปัตย์
หากแต่มาจากคนของ “เพื่อไทย”
และก็มิได้เป็นการแพร่ “ข่าวลือ” ซึ่งแน่ชัดอย่างยิ่งว่าเป็น “เฟคนิวส์” ผ่านการร้องตะโกนใน “โรงหนัง”
หากแต่ผ่าน “เฟซบุ๊ก” และ “นางแบก”
และด้วยเวลาอันรวดเร็วเมื่อ นายวัน อยู่บำรุง ออกมายอมรับว่าเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อนปฏิบัติการนี้ก็ต้องสะดุด
ยิ่งเมื่อมี “ความจริง” จาก “รัฐสภา” ทุกอย่างก็น่าจะจบ
กระบวนการอันสืบทอดจากกลยุทธ์ “ร้องตะโกน” ในโรงหนังจึงค่อยๆ หมดบทบาทลงไปในเวลาอันรวดเร็ว
เนื่องจากเป็นยุค “ดิจิทัล” มิใช่ยุค “อะนาล็อก”
พลันที่มี “แถลงการณ์” ออกมาจากพรรคเพื่อไทย ประสานเข้ากับแถลงจาก “พรรคก้าวไกล” ก็เด่นชัดในความเป็นเอกภาพ
เพื่อไทย ก้าวไกล เป็นพันธมิตร
แม้จะมีความพยายาม “เสี้ยม” และขยาย “ความขัดแย้ง” จากบางภาคส่วน แต่เมื่อแนวทางใหญ่ยังเป็นเอกภาพ
ปราสาทอันปั้นขึ้นจาก “ทราย” ก็ล้มครืน

