สถานีคิดเลขที่ 12 : อยากฟัง-ซักฟอก
ที่ประชุมวิปมีข้อสรุปแล้วสำหรับวันเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ บวกกับ 10 รัฐมนตรี
ผู้ที่ต้องทำการบ้านตอบข้อซักถามของพรรคฝ่ายค้านประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ที่ประชุมวิปสรุปวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ เริ่มวันที่ 19-22 กรกฎาคม รวม 4 วัน แล้วรุ่งขึ้นจึงลงมติ
ให้ฝ่ายค้านจะได้อภิปราย 45 ชั่วโมง อีก 18 ชั่วโมงเป็นของ ครม. พรรครัฐบาล และประธานที่ประชุม โดยการประชุมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 19-22 กรกฎาคม
สำหรับพรรคฝ่ายค้านกำหนดกรอบการอภิปราย โดย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า มี 3 ระบบ
หนึ่ง คือ อภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล
หนึ่ง คือ อภิปรายพ่วง 2 คนโดยมีเป้าหลักและเป้ารอง
อีกหนึ่ง คือ อภิปรายพ่วง 3 คน โดยผู้อภิปราย 1 คนสามารถอภิปรายรัฐมนตรีได้หลายคนและหลายรอบ แต่สามารถอภิปรายรัฐมนตรีคนนั้นๆ ได้แค่ครั้งเดียว
ข้อตกลงเช่นนี้พรรคฝ่ายค้านพอใจ และถือว่าพรรคฝ่ายรัฐบาลใจกว้าง ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณว่าฝ่ายรัฐบาลมั่นใจว่าจะผ่านพ้นไปได้
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้งล้วนน่าฟัง ครั้งก็มีสิ่งที่อยากฟัง
1.อยากฟัง พรรคฝ่ายค้านระบุเหตุผลของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งในญัตติที่เสนอมีข้อกล่าวหาไว้แล้ว แต่ก็อยากรู้ข้อมูลประกอบการกล่าวหานั้นด้วย
ยกตัวอย่างข้อกล่าวหาซักฟอกนายกรัฐมนตรี ฝ่ายค้านระบุเอาไว้สาหัส
บริหารงานผิดพลาดล้มเหลว แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจไม่ได้ ไม่สามารถทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
บริหารประเทศแล้ว ยังมีปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง อาชญากรรม ยาเสพติด การทุจริต ประชาชนแตกแยกขึ้นกว่าเดิม
กล่าวหาว่า ปล่อยให้พวกพ้องหาประโยชน์ ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพิกเฉยต่อการทุจริตภาครัฐ
ไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ขาดจิตสำนึกประชาธิปไตย ไร้การเคารพสิทธิเสรีภาพประชาชน มุ่งใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือการเมือง ละเมิดสิทธิมนุษยชน ใช้งบประมาณจัดซื้ออาวุธที่ไม่จำเป็นในภาวะที่ประเทศมีปัญหา
2.อยากเห็น หลักฐานเพื่อตอกย้ำว่าข้อกล่าวหามีมูลความจริง
3.อยากได้ยินนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหา ตอบโต้ด้วยข้อมูลและหลักฐาน
เมื่อฝ่ายค้านโชว์ตัวเลขประเทศฟุบ รัฐมนตรีต้องมีตัวเลขยืนยันว่าประเทศเจริญ
เมื่อฝ่ายค้านกล่าวหาเรื่องทุจริต รัฐมนตรีต้องโต้แย้ง และโชว์ความสุจริต
4.อยากให้สภาตอบโต้กันด้วยข้อมูลข้อกล่าวหาที่เป็นจริง พูดจากระชับให้ผู้ฟังได้ใจความ
ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เสริมด้วยลีล่าการซักฟอกที่เป็นสีสัน
หากเป็นเช่นนี้เชื่อว่า การซักฟอกจะมีประโยชน์
ประโยชน์ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และที่สำคัญคือ ประโยชน์ต่อประชาชน
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

