‘บิ๊กตู่’ ยังย้ำ 3 กลยุทธ์ใหญ่ หวังปลุกเศรษฐกิจสู่ความมั่งคั่ง ดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นยุคทองแห่งความเจริญรุ่งเรือง บอกรัฐบาลเหยียบมิดคันเร่ง ส่งเสริมยานยนต์อุตสาหกรรมไฟฟ้า ขอธนาคารพาณิชย์เร่งนำระบบ AI ปล่อยกู้คนรุ่นใหม่ หวังกระตุ้นธุรกิจ SMEs
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม สำนักโฆษกฯ สำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่วีดิทัศน์นายกรัฐมนตรีตอกย้ำกลยุทธ์ภาพใหญ่ 3 แกน ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม 2565 ความยาว 6 นาที 41 วินาที โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เช้าวันนี้ตนได้ตอกย้ำกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าเราทุกคนได้ช่วยกันเร่งเครื่องตามกลยุทธ์ภาพใหญ่ และได้พูดกับประชาชนทุกคนไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมองไปข้างหน้าและคว้าอนาคตที่ดีให้ได้ อนาคตที่คนไทยจะมีความเจริญรุ่งเรืองได้มากกว่าเดิม และเป็นหนทางเดียวที่เราจะปกป้องตัวเองได้จากราคาข้าวของที่แพงขึ้น รายการ disruption ต่างๆ จากต่างประเทศเข้ามาส่งผลกระทบกับเราทุกปี ตนกำลังขับเคลื่อน 3 เรื่องใหญ่ที่จะทำให้คนไทยรุ่งเรืองมั่งคั่งขึ้น และขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จ
โดยเรื่องแรกคือโครงสร้างพื้นฐาน ถามว่าจะทำให้มั่งคั่งขึ้นได้อย่างไรนั้น คือหนทางที่จะทำให้ทุกคนซื้อข้าวของได้ถูกลง หาที่ค้าขายผลผลิตสินค้าได้เร็วขึ้น มีนักท่องเที่ยวใช้จ่ายสูงเข้ามามากขึ้น นี่เป็นวิธีที่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น สร้างรายได้ได้มากขึ้น สิ่งที่ตนทำวันนี้คือการขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย และขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จ และหากแล้วเสร็จก็จะเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ ส่งพลังสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นยุคทองของความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทย
เรื่องที่ 2 คือการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของโลกอนาคต สร้างงานใหม่ๆ ขึ้นมากมาย และโอกาสใหม่ๆ มหาศาล และสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับคนนับล้านๆ ตอนนี้ประเทศไทยต้องคว้าพื้นที่ของตัวเอง ในเทรนด์โลกนี้ให้ได้จะต้องจับจองพื้นที่ของตัวเองก่อนประเทศอื่น เพราะนี่จะเป็นการสร้างความมั่งคั่งได้มหาศาลที่สุดอย่างหนึ่งของโลก ในช่วง 10 ปีข้างหน้าวันนี้ตนเหยียบมิดคันเร่ง ว่าจะต้องทำให้ได้ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาตั้งโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้กับประเทศไทยให้ได้ เพราะหากได้เราจะยังได้บริษัทผลิตอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ของโลกตามมาอีกด้วย บริษัทซอฟต์แวร์และบริษัทในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอีกเป็น 10 อุตสาหกรรมก็จะตามมา กลายเป็นว่าประเทศไทยจะไม่ใช่มีความสำคัญแค่เป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ไฟฟ้า แต่ไทยจะเป็นประเทศที่สำคัญในเชิงเทคโนโลยีด้วย ขณะนี้พวกเราวิ่งมาได้ไกลมาก บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของโลกและหนึ่งในผู้ผลิต iPhone ที่ใหญ่ที่สุดของโลกยืนยันกับตนว่าจะจัดตั้งศูนย์ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งเป็นแห่งที่ 2 ในโลก ไม่ใช่แค่นั้นบริษัทที่ผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ของโลกยืนยันกับเราแล้วว่าเอาด้วย เช่น บริษัทโตโยต้า บริษัทผลิตรถยนต์รถกระบะ รถ SUV ที่ใหญ่ที่สุดของจีนก็ยืนยันแล้วเช่นกัน โดยตนตั้งเป้าล็อกให้จบให้ได้ภายใน 12 เดือนข้างหน้า หากทำได้ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นอกจากนี้ คือการพลิกโฉมภาคการธนาคาร เงินกู้จากธนาคารเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ทุกคนสร้างตัวเองได้ สร้างธุรกิจ สร้างรายได้ และสำหรับคนทั่วไปเงินกู้จากธนาคารยังช่วยให้รอดพ้นจากอุปสรรคชั่วคราวที่ต้องเจอเป็นปกติโดยไม่ล้ม ไม่ต้องหมดเนื้อหมดตัว ขณะเดียวกันเงินกู้ธนาคารจะช่วยเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่ฉลาดเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้ แต่ขณะนี้คนไทยเกือบครึ่งหนึ่งกู้เงินจากธนาคารไม่ได้ ทางผู้ประกอบการขนาดเล็ก ร้านค้าขาย หรือวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ ยากมากที่จะสามารถกู้ได้ หรืออาจจะกู้ไม่ได้เลยเนื่องจากไม่มีเอกสาร ไม่ได้ร่ำรวย ไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีทรัพย์สินค้ำประกัน สำหรับการประเมินเงินกู้ตามวิธีการแบบเดิมๆ ของธนาคารเราต้องแก้โจทย์นี้ให้ได้ ต้องส่งพลังให้กับคนเหล่านี้ ซึ่งมีนับล้านคนก็จะสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง และขับเคลื่อนประเทศได้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และ AI ที่กำลังเกิดขึ้น ช่วยทำให้ธนาคารประเมินความสามารถในการจ่ายคืนเงินกู้และประเมินความตั้งใจในการคืนเงินกู้ได้โดยไม่ต้องใช้เอกสาร หรือทรัพย์สินค้ำประกันแบบเดิม ซึ่งในยุโรปอเมริกาก็ทำกันแล้ว ธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีวันนี้ปล่อยเงินกู้ช่วยคุณเป็น 10 ล้านคน เป็นที่เรียบร้อย และคนที่ไม่เคยได้เงินกู้จากธนาคารแบบเดิมๆ วันนี้ช่วยให้สร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับตัวเองได้
“ขอเชิญชวนทุกธนาคารให้รีบนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้เพื่อให้ธนาคารของเราเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ และทำตัวเองให้เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ส่งเสริมให้คนไทย สามารถยกระดับชีวิตตัวเองไปสู่อนาคตที่ดีกว่าที่เขาควรจะมี เรามองการณ์ไกลไปข้างหน้า ขับเคลื่อนอย่างมีกลยุทธ์ โดยมีโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมไฟฟ้าที่นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ใน 3 เส้นทางเชื่อมโยงถึงกันเพื่อวิ่งไปสู่โอกาส เพื่อความมั่งคั่ง สำหรับคนไทยทุกคน นี่ถือวิธีการที่ดีที่สุดที่จะชนะปัญหาปากท้อง การทำมาหากิน การหารายได้ ได้สักที และอย่างยั่งยืน จึงขอให้ทั้งประเทศเร่งขับเคลื่อนและวิ่งไปข้างหน้าด้วยกันแบบสุดแรง ซึ่งเราเคยทำมาแล้วตอนที่เราสู้กับโควิด ซึ่งเราได้โชว์ให้ทั่วโลกเห็นแล้วว่าเราเป็นหนึ่งในประเทศที่จัดการโควิดที่ดีที่สุดของโลก มากกว่าประเทศร่ำรวยแทบจะทุกประเทศ วันนี้เราจะต้องจับมือกันอีกครั้งเพื่อสู้และวิ่งต่อไปไปสู่ความมั่งคั่ง ขอให้คนไทยทุกคน เราทำได้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

