จาตุรนต์ แนะวิธีแก้ปัญหาค่าครองชีพ เพียง ‘ประยุทธ์’ ฟังประชาชนบ้าง ตรึง-ลดค่าไฟ ไม่ขึ้นค่าโดยสาร
จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนและปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 ซึ่งมีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 90-100 สตางค์ต่อหน่วย อาจทำให้ค่าไฟฟ้าต้องปรับเพิ่มสูงถึงเกือบ 5 บาทต่อหน่วยในช่วงดังกล่าวนั้น
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า ค่าไฟต้องลด ไม่ใช่เพิ่ม ตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะปรับขึ้นค่าเอฟที จนทำให้ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มเป็น 5 บาทต่อหน่วย โดยที่รัฐบาลไม่มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนแต่อย่างใดนั้น แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้นอกจากไม่รับรู้ถึงความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว ยังไม่เข้าใจยุทธศาสตร์ในการรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อ ของแพง และค่าครองชีพสูง ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ในปัจจุบันขณะนี้
“ปัญหาเงินเฟ้อ ของแพง ค่าครองชีพสูง เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อกันและกัน ถ้าค่าครองชีพสูงมากอัตราเงินเฟ้อก็ยิ่งสูง และเมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงมาก การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็จะยิ่งทำได้ยากขึ้น
“ภาวะเงินเฟ้อในประเทศไทยเกิดจากการที่ต้นทุน โดยเฉพาะน้ำมันและพลังงานที่ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาสูงขึ้น การจะประคองราคาน้ำมันและก๊าซไว้นานๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าใช้มาตรการทางภาษีก็อาจจะพอทำต่อไปได้เพราะรัฐบาลไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา แต่ถ้าใช้ระบบกองทุนน้ำมัน รัฐบาลก็ต้องไปกู้มาชดใช้หนี้ของกองทุนน้ำมันที่นับวันจะเป็นภาระมากขึ้น
“เมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้ บางประเทศก็จะใช้วิธีช่วยเหลือกลุ่มบุคคลที่มีความเดือดร้อนมากที่สุดก่อน ซึ่งประเทศไทยยังไม่ค่อยได้ทำ และกลับทำสวนทางกับสิ่งที่ควรจะเป็น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ผวาค่าไฟพุ่ง 5 บ.ซ้ำเติมธุรกิจ สินค้าขึ้นพรวดอีกระลอก
“ก่อนหน้านี้ก็แก้ปัญหารถโดยสารประจำทางลดเที่ยววิ่งด้วยการให้ขึ้นค่าโดยสาร ตอนนี้กำลังจะขึ้นค่าไฟอีก ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ควรจะตรึงราคาค่าไฟไว้ หรือกระทั่งลดค่าไฟสำหรับสำหรับคนยากคนจนโดยอาจจะลดค่าไฟในยูนิตแรกๆ แล้วค่อยๆ ไต่บันไดสูงขึ้นมาจนเท่าค่าไฟตามปกติ
“ส่วนรถโดยสารทั่วประเทศนั้น ไม่ควรให้ประชาชนต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่มขึ้น จะใช้วิธีช่วยผู้ประกอบการ หรือช่วยตรงไปที่ผู้โดยสารผ่านระบบเป๋าตังก็ได้ การทำให้ค่าโดยสารรถประจำทางและรถเมล์ถูก จะทำให้มีคนใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้นและใช้รถยนต์ส่วนตัวน้อยลง เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งของประชาชนแต่ละคนและของระบบเศรษฐกิจโดยรวมได้ด้วย การตรึงค่าโดยสารในระบบขนส่งสาธารณะยังควรใช้กับรถไฟทั่วประเทศด้วย
“อย่างน้อยก็ไม่ควรให้มีการขึ้นค่าตั๋วและถ้าถึงจุดที่ประชาชนเดือดร้อนมากๆ ก็อาจจะต้องยอมลดค่าตั๋ว หรือให้คนยากจนใช้รถไฟฟรี นอกจากนี้ ในส่วนของกรุงเทพฯ รัฐบาลควรจะหาทางส่งเสริมให้มีคนใช้รถบีทีเอส หรือเอ็มอาร์ที (รถไฟใต้ดิน) มากขึ้น โดยเก็บค่าโดยสารเท่าเดิม หรือถูกลง เช่น อาจจะทำความตกลงกับผู้ประกอบการลดค่าโดยสารในช่วงที่ไม่ใช่ชั่วโมงเร่งรีบ (rush hours) ลงบ้าง เพื่อจูงใจให้คนมาใช้รถไฟฟ้าจะทำให้สามารถลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและประหยัดค่าใช้จ่ายของประชาชนได้ด้วย
“พล.อ.ประยุทธ์ควรทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า ขณะที่ประชาชนกำลังเจอกับปัญหาเงินเฟ้อของแพงค่าครองชีพสูงอยู่นี้ รัฐบาลยังไม่มีมาตรการอะไรที่บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้เลย 8 มาตรการที่ออกมาก่อนหน้านี้ก็ช่วยเหลือประชาชนได้น้อยมาก
“ส่วนโครงการใหญ่ที่เป็นสามแกนหลักก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาในขณะนี้แต่อย่างใดเลย มิหนำซ้ำรัฐบาลยังปล่อยให้ค่าครองชีพต่างๆ สูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งๆ ที่มีวิธีที่จะแก้ปัญหาได้
“หาก พล.อ.ประยุทธ์เลิกอ่านโพยที่ฝ่ายความมั่นคงเขียนให้ แล้วหันมาปรึกษาหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจและภาคเอกชนกับรับฟังประชาชนบ้าง ก็จะมองเห็นยุทธศาสตร์ในการรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อของแพงค่าของชีพสูงได้ดีกว่านี้”

