หน้าแรก การเมือง ‘ไอติม’ จี้หน...

‘ไอติม’ จี้หนัก กองทัพ แผนปรับลดงบกำลังพล ‘สมชัย’ บี้แจง เช่าเบนซ์หรู 36 นายทหารใหญ่

18.07.22 | 12:10 น.

‘ไอติม’ ถามกองทัพ แผนปรับลด ‘งบกำลังพล’ จี้แจง ‘งบลับ’ 496 ล้านบาท ด้าน ‘ส.ส.ลพบุรี’ เพื่อไทย ชงเพิ่มกำลังพลรักษาพยาบาล ใน รพ.ทหาร ‘สมชัย’ จี้กองทัพ แจง เช่ารถเบนซ์หรูให้ 36 นายทหารใหญ่

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อพิจารณางบของกระทรวงกลาโหม วงเงิน 197,292,732,000 ล้านบาท โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งหมดเข้าร่วม ได้แก่ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตติแก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เข้าร่วมชี้แจงภาพรวมงบประมาณของหน่วยงานภายใต้กำกับดูแล และงบของเหล่าทัพต่างๆ

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า เมื่อเทียบกองทัพไทยกับจำนวนประชากรที่มีในประเทศถือว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่ในอาเซียน และเมื่อพิจารณาในรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณพบว่ามากกว่าครึ่ง เป็นงบประมาณที่ใช้จ่ายประจำเรื่องเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และค่าใช้จ่ายบุคลากร จึงอยากทราบแผนงานกองทัพในการที่จะปรับลดจำนวนกำลังพลอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันหากพิจารณาไปถึงการเกณฑ์ทหารของกองทัพบก ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายบุคลากรจำนวนมากเช่นกัน เพราะในปีหนึ่งจะมีจำนวนทหารกองประจำการ หรือทหารเกณฑ์ประมาณ 1 แสนคน แม้จะมีนโยบายเปิดรับสมัคร แต่เมื่อพิจารณาจำนวนก็จะพบว่ามีไม่ถึงครึ่งที่เข้ามาสมัครเอง ดังนั้นมากกว่าครึ่งจึงยังเป็นการบังคับเกณฑ์ ซึ่งการบังคับเกณฑ์นี้ทำให้เกิดความเสียโอกาสของบุคคล เช่น ขาดโอกาสในการทำงานในขณะที่ประเทศกำลังต้องการแรงงาน เพราะกำลังเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัย จึงอยากทราบแนวทางของกองทัพอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับนโยบายการเกณฑ์ทหารว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคต นอกจากนี้ยังอยากทราบถึงงบลับ จำนวน 469,955,000 บาท ที่อยู่ในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทย ว่าจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้หรือไม่

ด้าน นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะ กมธ. ระบุว่า กราบขอบคุณกองทัพ ที่ทำให้งบประมาณประจำปีลดน้อยลง ยอมรับว่า จ.ลพบุรีของตน มีกำลังพลมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ที่ผ่านมาเห็นผ้าคลุมศพทหารอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้มีการเพิ่มงบประมาณ การบูรณาการงบประมาณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จากประสบการณ์การไปดูถ่ายโอนภารกิจ พบว่ากำลังพลมีการเสี่ยงตายจำนวนมาก ตนอยากให้มีการสับเปลี่ยนกำลังพล เนื่องจากกังวลถึงขวัญกำลังใจของพลทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดน และกำลังพลที่อยู่ว่าง ทั้งนี้ อยากให้หน่วยงานได้ส่งเสริมให้กำลังพลได้ไปศึกษาต่อ เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ นอกจากนี้ ปัจจุบันโรงพยาบาลทหารขนาดใหญ่ทั้งในพื้นที่ จ.ลพบุรี หรือแม้แต่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ใน กทม. ไม่ได้รักษาหรือให้บริการเฉพาะบุคลากรของกองทัพเท่านั้น แต่ยังให้บริการประชาชนทั่วไปด้วย ดังนั้นส่วนตัว อยากให้เพิ่มอัตรากำลังพลในการพยาบาล

Advertisement

ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะ กมธ. สัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายพุ่งเป้าไปที่ ค่าใช้จ่ายของนายทหารระดับสูงโดยขอทราบรายละเอียดเงินตอบแทนพิเศษทหารระดับพันเอก (พิเศษ) ขึ้นไป จนถึงระดับนายพล ว่ามีอัตราการจ่ายอย่างไร และจ่ายอยู่จำนวนกี่นาย รวมงบประมาณเท่าใด ขณะเดียวกันนายสมชัย ยังอ้างว่าได้รับจดหมายจากกำลังพลส่งมาให้และขออ่านสอบถามเพื่อให้เหล่าทัพต่างๆ ชี้แจง ระบุว่าได้รับการแจ้งจากคนในกองทัพว่า ปัจจุบันทุกเหล่าทัพมีการเช่ารถยนต์ให้ผู้บริหารระดับสูง รวม 36 คน เช่น ปลัดกระทรวงกลาโหม รองปลัดฯ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และที่ปรึกษากองทัพ โดยรถที่เช่า เป็นรถเบนซ์ S500 และ S400 ซึ่งในจดหมายดังกล่าวตั้งข้อสังเกตว่าการเช่ารถให้ผู้บริหารกองทัพมีหลักเกณฑ์เหมือนหน่วยราชการอื่นทั่วไปหรือไม่ที่จะมีการกำหนดวงเงิน ค่าเช่า และจำนวนซีซีของรถยนต์ เทียบกับตำแหน่งต่างๆ ซึ่งตนอยากได้รับคำชี้แจงจากกองทัพ