‘กองทัพ’ แจง เบนซ์ S500 บิ๊กทหาร ไม่เรียกรถประจำตำแหน่ง เรียก ‘รถควบคุมสั่งการ’
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม จากกรณีที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะ กมธ. สัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายการเข้าชี้แจงการของบประมาณในส่วนกระทรวงกลาโหม ของเหล่าทัพ พุ่งเป้าไปที่ค่าใช้จ่ายของนายทหารระดับสูง โดยขอทราบรายละเอียดเงินตอบแทนพิเศษทหารระดับพันเอก (พิเศษ) ขึ้นไป จนถึงระดับนายพล ว่ามีอัตราการจ่ายอย่างไร และจ่ายอยู่จำนวนกี่นาย รวมงบประมาณเท่าใด ขณะเดียวกันนายสมชัย ยังอ้างว่าได้รับจดหมายจากกำลังพลส่งมาให้และขออ่านสอบถาม เพื่อให้เหล่าทัพต่างๆ ชี้แจง ระบุว่าได้รับการแจ้งจากคนในกองทัพว่า ปัจจุบันทุกเหล่าทัพมีการเช่ารถยนต์ให้ผู้บริหารระดับสูง รวม 36 คน เช่น ปลัดกระทรวงกลาโหม รองปลัดฯ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และที่ปรึกษากองทัพ โดยรถที่เช่า เป็นรถเบนซ์ S500 และ S400 ซึ่งในจดหมายดังกล่าวตั้งข้อสังเกตว่าการเช่ารถให้ผู้บริหารกองทัพมีหลักเกณฑ์เหมือนหน่วยราชการอื่นทั่วไปหรือไม่ที่จะมีการกำหนดวงเงิน ค่าเช่า และจำนวนซีซีของรถยนต์ เทียบกับตำแหน่งต่างๆ ซึ่งตนอยากได้รับคำชี้แจงจากกองทัพ
ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กมธ.งบประมาณปี 2566 โพสต์ข้อความกรณีการเข้าชี้แจงการของบประมาณในส่วนกระทรวงกลาโหม ของเหล่าทัพ โดยระบุว่า
- ‘ไอติม’ จี้หนัก กองทัพ แผนปรับลดงบกำลังพล ‘สมชัย’ บี้แจง เช่าเบนซ์หรู 36 นายทหารใหญ่
- กองทัพเลี่ยงตอบปมเช่าเบนซ์หรูนายพล-อ้าง ไม่คาดคิด เยอรมันไม่ขายเครื่องเรือดำน้ำให้จีน
คำตอบจากกองทัพ มีดังนี้
1.รถเบนซ์ S500 ที่นายทหารระดับสูงใช้ ไม่ใช่รถประจำตำแหน่ง แต่เรียกว่า “รถควบคุมการสั่งการ” เป็นรถสมรรถนะสูง ที่ใช้งบปกติจัดซื้อ โดยต้องทำการตกลงกับสำนักงบประมาณเป็นรายการไป
2.ส่วนอัตราค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนค่ารถประจำตำแหน่งของนายทหาร มีอัตราตามกฎเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง คือ พันเอกพิเศษ 25,400 บาท พลตรี 31,800 บาท พลโทขึ้นไป 41,000 บาท เป็นอัตราที่จ่ายตามปกติ ประเด็นอภิปรายต่อของผม คือ
1.แปลว่า นายทหารระดับสูงจะมีรถ 2 คัน คันหนึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งตาม spec. ราชการ อีกคันเป็นรถหรู เรียกว่า รถควบคุมการสั่งการ จึงขอให้ส่งจำนวนรถควบคุมสั่งการทั้งหมดที่มีว่ามีจำนวนเท่าใด และจัดซื้อโดยเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณใดบ้าง
2.แม้อัตราค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนรถประจำตำแหน่งจะเป็นไปตามระเบียบราชการ แต่การเทียบตำแหน่งของกองทัพกับพลเรือน ทำให้กองทัพมีจำนวนตำแหน่งที่ต้องจ่ายมากกว่ามาก เช่น กระทรวง มีปลัดกระทรวง ได้ 1 คน แต่กองทัพตีเทียบเท่าพลโท ขึ้นไป ดังนั้น เท่ากับกองทัพสามารถเบิกในอัตราปลัดกระทรวงได้ หลายร้อยคน ถือเป็นความเหลื่อมล้ำในราชการอย่างมาก
3.ขอเอกสาร กำลังพลในตำแหน่ง พลตรี พลโท พลเอก ที่มีในปัจจุบัน แยกเป็นที่มีหน่วยงานรองรับ และที่เป็นตำแหน่งลอย เช่น ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ว่ามีจำนวนเท่าไร เป็นเอกสารด้วย
สมชัย ศรีสุทธิยากร


