พลิกแฟ้มถอดถอนปม ‘ที่มาส.ว.’ ผลงาน250สนช. ก่อนชี้ชะตา’นริศร-อุดมเดช’พรุ่งนี้!

3.11.16 | 14:53 น.

พลิกแฟ้มถอดถอนปม”ที่มาส.ว.” 4 พ.ย. 250 สนช.ชี้ชะตา”นริศร-อุดมเดช”

สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นัดประชุม สนช.ในวันที่ 4 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น. เพื่อพิจารณาถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยผู้ถูกกล่าวหา คือ นายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กรณีเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน และนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กรณีแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.โดยมิชอบ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้กล่าวหา

ทั้งนี้ หากจะเปิดแฟ้มการดำเนินการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ สนช.ชุดที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธาน สนช. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เป็นรองประธานคนที่ 1 และนายพีระศักดิ์ พอจิต เป็นรองประธานคนที่ 2 โดยเฉพาะคำร้องการถอดถอนกรณีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.โดยมิชอบ

ไล่เรียงได้ ดังนี้

เริ่มที่คดีแรก สำนวนถอดถอน “ขุนค้อน” สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกจากตำแหน่ง กรณีจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ในการควบคุมการประชุม ระหว่างการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 เกี่ยวกับประเด็นที่มา ส.ว.

Advertisement

คดีที่ 2 นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ออกจากตำแหน่ง กรณีจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ในการควบคุมการประชุม ระหว่างการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 เกี่ยวกับประเด็นที่มา ส.ว.

ซึ่งที่ประชุม สนช.มีมติไม่ถอดถอนนายสมศักดิ์ด้วยคะแนน 100 ต่อ 115 คะแนน และงดออกเสียง 4 คะแนน ขณะเดียวกันที่ประชุมยังมีมติไม่ถอดถอนนายนิคมด้วยคะแนน 95 ต่อ 120 คะแนน และงดออกเสียง 4 คะแนน ในข้อกล่าวหาเดียวกันด้วย

คดีที่ 3 สำนวนถอดถอนอดีต ส.ว.จำนวน 38 คน จากกรณีจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หลังร่วมกันลงชื่อและลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ประเด็นที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ซึ่งที่ประชุม สนช.ลงมติเป็นรายบุคคล ที่สุดภายหลังจากการนับคะแนน ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติไม่ถอดถอนอดีต ส.ว.ทั้ง 38 คน

คดีที่ 4 สำนวนถอดถอนอดีต ส.ส.จำนวน 250 คน ประกอบด้วยอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล และพรรคประชาธิปไตย ออกจากตำแหน่งกรณีจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หลังร่วมกันลงชื่อและลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ประเด็นที่มา ส.ว.โดยมิชอบ

ซึ่งที่ประชุม สนช.ลงมติเป็นรายบุคคล ที่สุดภายหลังจากการนับคะแนน ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติไม่ถอดถอนอดีต ส.ส.ทั้ง 250 คน

แต่สำหรับคดีการถอดถอนนายนริศรกับนายอุดมเดช ของ สนช.ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนั้น จะมีผลออกมาในทิศทางใด คงต้องอยู่ที่ดุลพินิจของ สนช.ทั้ง 250 คน

โดยเสียงที่ใช้ในการถอดถอนจะต้องมีไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิก สนช.ทั้งหมด หรือ 150 คนจากสมาชิก สนช.ทั้งหมด 250 คน ผลของการถอดถอนจะทำให้บุคคลนั้นถูกตัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งใดในทางการเมือง หรือในหน่วยงานของรัฐ หรือการรับราชการ เป็นเวลา 5 ปี