‘โฆษก รบ.’ ชี้น่าผิดหวัง ฝ่ายค้านหยิบเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เหน็บข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง

19.07.22 | 14:50 น.

‘โฆษก รบ.’ ชี้น่าผิดหวัง ฝ่ายค้านหยิบเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เหน็บข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามยุทธการเด็ดหัวสอยนั่งร้านในช่วง 4 วันนี้ ถ้ารัฐมนตรีไม่ตายในสภา ก็ตายในสนามเลือกตั้ง ว่าตนรู้สึกผิดหวังอย่างมากกับการอภิปรายของนายชลน่าน เพราะไม่มีอะไรใหม่จริงๆ ยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องเก่าๆ เช่น การยึดอำนาจ การบริหารงานผิดพลาดล้มเหลว จงใจฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่อทุจริตเอื้อประโยชน์ หรือแม้แต่การก๊อบปี้คำพูดผู้นำต่างชาติก็เอามาพูดอีก เนื้อหาที่ฟังทั้งหมดจึงไม่ต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 ครั้งก่อน ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ที่เป็นการกล่าวหาโจมตีรัฐบาลแบบซ้ำไปซ้ำมา เลื่อนลอยไร้น้ำหนัก และขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่มีจุดเด่นคือการใช้วาทกรรมเสียดสีประชดประชัน สร้างความบันเทิงแบบซีรีส์เกาหลีตามสไตล์ที่ตัวเองถนัด ไม่สมราคาที่เคยคุยไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมีเรื่องเด็ดและตื่นเต้น ดังนั้น นายชลน่านอย่าเพิ่งมั่นใจหรือมโนไปก่อนว่าผลการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ดูอยู่ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน หรือที่จริงแล้วพรรค พท.อยากกลับมามีอำนาจอีกครั้ง จึงทำทุกวิถีทางเพื่อบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล

เช่นเดียวกับ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ประธานวิปฝ่ายค้าน ที่กล่าวว่า แม้พยัคฆ์ร้ายฆ่าไม่ตายแต่จะน่วม และมุ่งหวังสังหารรัฐมนตรีให้ตายคาที่ ตายโรงพยาบาล ตายที่บ้าน จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ก็เป็นเพียงฉากหน้าโหมโรงให้ดูตื่นเต้นหวือหวาเท่านั้น แต่พอเข้าบทก็ไม่มีอะไร เข้าทำนองข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง โดยตนเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกท่านจะสามารถชี้แจงและตอบคำถามได้ทุกประเด็น เพราะนอกจากฝ่ายค้านจะหยิบเรื่องเก่ามาเล่าใหม่แล้ว ในทางตรงกันข้ามรัฐบาลทำงานด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทและตรงไปตรงมา จึงอธิบายได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน

“ส่วนกรณีที่เครือข่ายราษฎรจัดกิจกรรมลงมติประชาชนไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ใน 34 จังหวัด และแคมป์ปิ้งฟังสภาจับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่บริเวณลานหน้ารัฐสภานั้น ถือเป็นสิทธิที่จะกระทำได้ แต่อยากให้สังคมช่วยกันพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะเท่ากับว่ากลไกสภาผู้แทนราษฎรตามระบอบประชาธิปไตยที่ถูกเรียกร้องมาโดยตลอดไร้ความหมาย อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายจะให้เสรีภาพไว้ก็ควรตระหนักว่าการจัดกิจกรรมต้องไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น และควรปฏิบัติตามระเบียบข้อกำหนดต่างๆ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ที่สำคัญควรเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยทั้งหมด เพียงแต่เขาไม่แสดงออก เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมเกิดความวุ่นวาย” นายธนกรกล่าว