‘พิจารณ์’ แฉ ‘ประยุทธ์’ สั่งซื้อ 3 สปายแวร์ระดับโลก สอดแนม ปชช. อ้างเป็นภัยต่อความมั่นคง

21.07.22 | 18:22 น.

‘พิจารณ์’ แฉ ‘ประยุทธ์’ สั่งซื้อ 3 สปายแวร์ระดับโลก สอดแนม ปชช. อ้างเป็นภัยต่อความมั่นคง พบนักวิชาการ-นักการเมืองโดนเพียบ ‘สฤณี-พวงทอง-ประจักษ์-ปิยบุตร-ช่อ พรรณิการ์-ชัยธวัช-ส.ส.เบญจา’

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เวลา 15.50 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าไม่เพียงแค่ความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ พล.อ.ประยุทธ์จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขาดจิตสำนึกในการเป็นประชาธิปไตย ไร้ความเคารพซึ่งสิทธิเสรีภาพของประชาชน จงใจละเมิดและคุกคามสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายกาจที่สุด ซึ่งการกระทำดังกล่าวใช้ทรัพยากรของแผ่นดินและงบประมาณจากภาษีของประชาชน เพื่อให้ตนเองอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด

นายพิจารณ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังใช้เทคโนโลยีที่แพงที่สุด สปายแวร์ชั้นนำของโลกที่ชื่อว่าเพกาซัส ซึ่งถือว่าเป็นอาวุธสงครามทางไซเบอร์ที่ทรงอานุภาพและร้ายกาจมากที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้เงินทั้งหมดของประชาชน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ ร่วมกับ Digital Reach และ Citizen Lab ออกมาร่วมกันเปิดเผยว่ามีการใช้เพกาซัสของรัฐบาลในการโจมตีสอดแนมประชาชนอย่างน้อย 30 คน ทั้งนักวิชาการ นักกิจกรรม และนักเอ็นจีโอ ซึ่งการกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำผิดกฎหมาย โดยทั้ง 30 คนนี้ไม่ได้อยู่ในข่ายที่รัฐบาลจะมีอำนาจใดๆ ที่จะไปสอดแนมหรือคุกคามด้วยอาวุธไซเบอร์ ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เพกาซัสน่ากลัวกว่าทุกสปายแวร์ที่มีอยู่ ได้แก่ ป้องกันไม่ได้, ไม่รู้ตัว, ฝังอยู่ตลอดไปยกเว้นเปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนเบอร์ และแม้การเปลี่ยนเบอร์ก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะอาจจะโดนแฮกอีก อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปิดโปงว่ารัฐบาลในหลายประเทศใช้เพกาซัสในการโจมตีพลเมืองทั้งที่เป็นนักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว นักสิทธิมนุษยชนผู้เห็นต่างกับรัฐบาล จนมีการขนานนามว่าภัยอันตรายต่อประชาธิปไตยทั่วโลก

ในช่วงหนึ่งของการอภิปรายนายพิจารณ์ได้อธิบายว่าเพกาซัสคืออะไร และได้ยกตัวอย่างว่ารัฐบาลในประเทศต่างๆ ใช้เพกาซัสในการโจมตีพลเมืองของประเทศนั้นๆ อย่างไรบ้าง ทำให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมทักท้วงว่าพยายามหลีกเลี่ยงไม่เอ่ยถึงบุคคลที่ 3 ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลต่างประเทศ

จากนั้นนายพิจารณ์อภิปรายต่อว่า จากการที่บุคคลสำคัญทั่วโลกและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสหภาพยุโรปหลายคนถูกโจมตีโดยเพกาซัส ทำให้ในเดือนมีนาคม รัฐสภาแห่งสหภาพยุโรปตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญขึ้นเพื่อสอบสวนเรื่องเพกาซัส และระบบสอดแนมอื่นๆ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าเพกาซัสมีอยู่จริงและถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ในหลายประเทศ ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่านี่ไม่ใช่เหตุผลที่ประชาชนบางส่วนอาจจะสนับสนุนรัฐบาลนี้ และอาจจะบอกว่าประเทศไหนๆ ก็ทำกัน พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ผิดอะไร ซึ่งเหตุผลนี้ใช้ไม่ได้ เพราะการโจมตีสอดแนมคนที่เห็นต่างเช่นนี้อย่างไรก็เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่สากลโลกยอมรับไม่ได้ ทั้งนี้ ประเทศไทยที่มีผู้นำประเทศมาจากรัฐประหาร มีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด รัฐบาลอิสราเอลเขาไม่ขายให้ แม้จะไม่ได้รับการขายให้รัฐบาลไทย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่หยุดใช้ เนื่องจากไม่มีผลย้อนหลัง สามารถใช้งานต่อได้ เพียงแต่จะอัพเกรดและซื้อใหม่ไม่ได้

นายพิจารณ์กล่าวต่อว่า ในประเทศไทยพบว่าเพกาซัสถูกใช้งานครั้งแรกเมื่อปี 2557 นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ซื้อเพียงแค่เพกาซัสอย่างเดียว แต่ยังมีอีก 2 ตัวคือ 1.RCS จากบริษัท Hacking Team ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นคู่แข่งของเพกาซัส ซื้อในปี 2556 โดยกรมราชทัณฑ์ ในราคา 286,482 ยูโร หรือประมาณ 13.5 ล้านบาท บวกค่าธรรมเนียมการจัดการรายปีอีก 52,000 ยูโร หรือประมาณ 2 ล้านบาท และกองทัพบก ซื้อในปี 2557 ในราคา 360,000 ยูโร หรือประมาณ 14.4 ล้านบาท และ 2.Circles โดยจากรายงานของ Citizen Labs พบว่ามี 3 หน่วยงานในประเทศไทยที่ใช้งานสปายแวร์ Circles คือหน่วยข่าวกรองทหารบก, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ทั้งนี้ มีจำนวน 9 โครงการที่ถูกจ้างและพบอีก 10 โครงการที่เบิกจ่ายงบประมาณซื้อชุดอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์มือถือเช่นเดียวกัน แต่ไม่ระบุยี่ห้อว่าเป็น Circles มูลค่ากว่า 227 ล้านบาท ซึ่งจากข้อมูลโครงการทั้งหมดทั้งการจัดซื้อระบบ กรซ่อมบำรุง การเพิ่มประสิทธิภาพของตัวสปายแวร์ Circles ในระหว่างปี 2558-2564 ใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 300 ล้านบาท

Advertisement

“พล.อ.ประยุทธ์ใช้สปายแวร์เล่นงานคนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารในปี 2557 ซึ่งนี่คือท่าไม้ตาย ท่าคลาสสิกของเผด็จการทั่วโลก โดยท่า 1 คือไม่รู้ ไม่ได้ซื้อ ไม่มี ไม่ยอมรับ แต่พอจวนตัวและมีหลักฐาน ท่า 2 หากรับก็จะรับครึ่งหนึ่ง รับว่ามีแต่ไม่ได้ใช้ผิด ใช้ตามกฎหมาย ซึ่งหากมีหลักฐานว่าผิดก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วก็จะทิ้งไป และท่าไม้ตายสุดท้ายคือเป็นท่าไม้ตายเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ผมคิดว่าเผด็จการทั่วโลกคงไม่ใช้ ที่จะลุกมาตอบคำถามผมวันนี้ แต่ก็ไม่รู้จะมาหรือไม่ ก็อาจจะบอกว่าคนที่ถูกโจมตี ถูกสอดแนมเป็นภัยอันตรายต่อความมั่นคง สมควรต้องโดนอยู่แล้ว และป้ายสีว่าคนเหล่านี้ก้าวล่วงสถาบัน ซึ่งนี่เป็นผลงานตลอด 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยหยุดเอาสถาบันมาเป็นเกราะป้องกันตัว ปกปิดความผิดของตัวเองเพื่อให้ได้อยู่ในอำนาจให้ได้นานที่สุด” นายพิจารณ์กล่าว

นายพิจารณ์กล่าวต่อว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าการใช้สปายแวร์ระดับโลกที่สามารถแฮกเข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชนได้เพียงแค่รู้เบอร์โทรศัพท์ หรือ apple ID และสามารถล้วงข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของเหยื่อ รวมถึงเปลี่ยนโทรศัพท์เหยื่อเป็นกล้องและอุปกรณ์ดักฟังตลอด 24 ชั่วโมง หากใช้กับอาชญากรร้ายแรง ป้องกันการก่อการร้าย หรือตามจับพ่อค้ายาเสพติด ก็คงไม่เป็นปัญหา คุ้มค่ากับเงินหลักพันล้านที่ใช้ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าผู้ที่ถูกแฮกกลับกลายเป็นนักวิชาการ ไม่ว่าจะเป็น น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, นางพวงทอง ภวัครพันธุ์, นายประจักษ์ ก้องกีรติ รวมถึงนักการเมืองฝ่ายค้าน เช่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก.ก., น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก., นายปกรณ์ อารีกุล ผู้ช่วย ส.ส. นายรังสิมันต์ โรม ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่ได้เป็นอาชญากรร้ายแรงใดๆ เพียงแต่เป็นผู้ที่เป็นศัตรูของระบอบประยุทธ์เท่านั้น

“ในวันนี้ชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ใช้อาวุธสงครามร้ายแรงอย่างสปายแวร์เพกาซัสกับอริราชศัตรู แต่กลับใช้กับประชาชน โดยอ้างว่าใช้กับอาชญากร แต่แท้จริงตนเองต่างหากที่กำลังประพฤติตนเป็นอาชญากรไซเบอร์ หันอาวุธสงครามใส่ประชาชนเสียเอง และขอเตือนประชาชนว่าอย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว สปายแวร์นี้สามารถถูกใช้สอดแนมใครก็ได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่าเป็นภัยต่อตนเอง ไม่แน่ว่าโทรศัพท์มือถือของพี่น้องประชาชนทุกวันนี้อาจถูกแฮกโดยเพกาซัสแล้วก็เป็นได้” นายพิจารณ์กล่าว