ฝ่ายค้านรุมซักฟอก ‘บิ๊กตู่’ หวั่นซ้ำศรีลังกา-ถลก ‘อัครา’

22.07.22 | 09:11 น.

หมายเหตุส่วนหนึ่งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ของ ส.ส.จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่อาคารรัฐสภา เมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 20 และวันที่ 21 กรกฎาคม

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.)

อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ในประเด็นความล้มเหลวด้านการบริหารงานเศรษฐกิจ ท่านปล่อยปละละเลย ไม่สามารถสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่านเป็นต้นตอทำให้ปัญหาเศรษฐกิจที่มียิ่งขยายวงกว้างรุนแรง ทำให้ไทยที่เคยมีศักยภาพในการแข่งขันไม่เหลือ ท่านสร้างความเดือดร้อน ทำร้าย ทำลายชีวิตคนไทยทั้ง 70 ล้านคน การมีท่านเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เป็นการวางกับดักเศรษฐกิจไปถึงอนาคตข้างหน้า ท่านคือตุ้มถ่วงฉุดรั้งประเทศ ฉุดรั้งชีวิตคนไทยให้จมอยู่ในกองทุกข์ มีนายกฯที่รู้จักแต่กู้ๆ หากไม่นับเศรษฐีที่รัฐบาลอุ้มชู คนไทยมีแต่จนลงๆ

8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น 8 ปีที่สูญหาย ไทยสูญเสียโอกาสทุกด้านพล.อ.ประยุทธ์เปลี่ยนโอกาสเป็นวิกฤตทุกด้าน เป็น 8 ปีมหาวิกฤตของคนไทย ทั้งปัญหานี้สิน เงินเฟ้อ รายได้ไม่เพียงพอรายจ่าย เอสเอ็มอีล้มหายตายจาก หลายประเทศที่มีวิกฤตโควิด หลายประเทศสะดุดติดขัดแต่เราล้มไม่เป็นท่า ทำไมความสามารถในการแข่งขันของเราลดต่ำลงทุกปี ทำไมคนไทยลำบากขึ้นทุกวัน เป็นคำถามสำคัญ ลองถามคนไทย 70 ล้านคน เชื่อว่าทุกคนชี้นิ้วมาที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปัญหาคือวิกฤตผู้นำ ซึ่งผู้นำต้องมีวิชั่นเพื่อคว้าโอกาส แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีวิชั่น ไม่เท่าทันโลก ไม่ทันปัญหา ท่านเป็นน้ำเต็มแก้ว ใครแนะนำอะไร ข้ารู้ข้าเก่ง พูดน้ำไหลไฟดับแต่ฟังไม่รู้เรื่อง

Advertisement

ท่านคือคอมพิวเตอร์ตกรุ่น ไม่สามารถคำนวณแก้ไขปัญหาใหม่ได้แล้ว ไม่ต่างอะไรกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ จะทิ้งยังมีแต่คนรังเกียจ ต้องคิดว่าหาวิธีกำจัด สังคมเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ชัชชาติ เทียบกับคอมพิวเตอร์เพื่อไทยที่มีวิสัยทัศน์ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องเปลี่ยนเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่

ท่านสร้างหนี้สาธารณะพุ่งเกือบ 10 ล้านล้านบาท ยังไม่รวมหนี้ที่ซุกไว้อีก 1 ล้านล้านบาท ท่านหาเงินไม่เป็น แต่ใช้เงินมือเติบ นายกฯก่อนท่าน 28 คน รวมกัน 80 กว่าปีก่อหนี้ไม่เท่าที่ท่านใช้เวลา 8 ปี ท่านเป็นบุคคลล้มละลายทางความเชื่อถือ ท่านจะกู้เงินอีก 100 ล้านล้านก็ทำได้หากท่านอยู่ต่อ แต่ไม่สามารถกู้ศรัทธาประชาชนได้ ใครก็ตามที่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปต่อ ท่านต้องรับผิดชอบกับความพังพินาศทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในไทย ที่ท่านแถลงเรื่องแก้ความยากจนได้ 92% เป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เพราะ 60% ของคนไทยมีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย อีก 33% มีรายได้ประคองรายจ่าย ทุกคนมีสถานะพิงฝา ค่าครองชีพที่สูงกระทบคนยากจนที่สุด

ค่าไฟฟ้าที่ขึ้นราคาโดย พล.อ.ประยุทธ์ อยู่บ้านหลวง ไม่ต้องจ่าย ปลายปีก่อนปรับค่าเอฟทีขึ้น 10% เป็นความผิดของรัฐบาลที่ให้อภัยไม่ได้ เพราะไฟฟ้าเป็นของรัฐ เป็นสวัสดิการที่รัฐต้องจัดสรร แต่กลับมาเพิ่มภาระให้ประชาชน และไตรมาสสุดท้ายของสิ้นปีนี้ ท่านเตรียมปรับขึ้นค่าไฟขึ้นยูนิตละ 5 บาทกว่า เป็นการสร้างวิกฤตซ้อนวิกฤต ท่านต้องหยุดความคิดโง่ๆ นี้ ขอฟ้องประชาชน ที่ค่าไฟขึ้นเพราะความล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ จากสัญญาการโอนสัมปทานก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยใช่หรือไม่ เลยเป็นปัญหาในการผลิตไฟฟ้า และนโยบายการปล่อยใบอนุญาตการทำโรงไฟฟ้าอย่างพร่ำเพรื่อ ไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเกินความจำเป็นถึง 50% ทำให้คนไทยต้องจ่ายค่าความพร้อมฟรีๆ เดือนละ 8 พันล้านบาท นี่เป็นต้นทุนของค่าเอฟที

ท่านแก้เงินเฟ้อโดยใช้ สมช. ถามว่าผิดฝาผิดตัวหรือไม่ สภาพัฒน์ไม่ใช้กลับใช้ทหารนำ

สื่อบอกว่าที่ท่านใช้ทหารมานำเศรษฐกิจ เพราะท่านกลัวว่าปัญหาราคาพลังงาน ราคาอาหารจะขยายผลเป็นวิกฤตการชุมนุม ท่านห่วงตัวเองกลัวม็อบออกมาขับไล่ นอกจากนี้ยังทำให้ไทยเกิดวิกฤตด้านเหลื่อมล้ำความมั่งคั่งสูงที่สุดในโลก พล.อ.ประยุทธ์ไม่แก้แต่ยังเอื้อนายทุนใหญ่ ขอมอบสโลแกนให้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ หัวใจคือนายทุน และที่ท่านออกมาแถลงเรื่อง 3 แกนพัฒนาประเทศขอเวลาอีก 2 ปี เป็นคำพูดประจานตัวเอง ปลอม กลวง ไม่มีความรู้ ท่านอยู่มา 8 ปีเพิ่งตื่นเหรอ หรือความจำเสื่อม งบประมาณผ่านมา 30 ล้านล้านบาทไม่ทำอะไรเลย ใช้งบเพื่อรักษาอำนาจ ไม่ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอะไรเลย ต้นทุนด้านความฉลาดท่านไม่มาก เวลาจะพูดอะไรต้องศึกษาดีๆ อย่าปล่อยไก่ ท่านหมดความน่าเชื่อถือ บอกได้คำเดียวว่าพอเถอะ ประเทศกำลังนับถอยหลังเหมือนศรีลังกา เงินเฟ้อพุ่งสูงเรื่อยๆ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงในเวลาอันสั้นถึง 1 ล้านล้านบาท ที่เหมือนที่สุดคือผู้นำอยู่ในตำแหน่งยาวนาน เสพติดอำนาจ ขี้โมโห แต่ของเขาดีหน่อยที่ไม่ขว้างปาของโซเชียลตั้งคำถามว่าท่านจะออกไปดีๆ หรือไปแบบศรีลังกา

เสียงฝ่ายค้านของพวกผมอาจไม่เพียงพอถอดถอน พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากตำแหน่งได้ แต่กระแสความโกรธแค้นชิงชังของประชาชนสะสมเกือบถึงจุดที่จะระเบิดแล้ว ข้อหาตามญัตติคือบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดล้มเหลวมาจากวิกฤตผู้นำ พล.อ.ประยุทธ์พรากทุกสิ่งไปจากประชาชน ท่านเหมือนปีศาจที่ดูดกินชีวิตประชาชน พล.อ.ประยุทธ์เปรียบประเทศเป็นรถยนต์ที่ผุพัง แสดงว่าท่านทราบว่าการบริหารของท่านทำให้ไทยเสียหายไปมากมาย แต่ท่านกลับมีหน้ามาขอให้คนไทยช่วยกันเข็น ท่านใช้อะไรคิด ท่านขอให้คนในชาติช่วยรับผิดชอบได้อย่างไร ทั้งที่ท่านกินเงินเดือนพวกเขาทุกวัน และท่านไม่ใช่คนที่เขาเลือกมา ปล้นเขามา ทุกคนต้องทนทุกข์ทรมานกับความไร้ความสามารถของท่าน

วันนี้ประชาชนไม่มีอะไรเหลือ แต่เขายังมีความหวังว่าเหลือเวลาอีกไม่นาน พวกเขาจะได้เลือกตั้งใหม่ และความหวังครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นแล้ว พรรค พท.ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังว่าสมาชิกจะได้เห็นความพังพินาศภายใต้น้ำมือ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าหวังเพียงอำนาจ เงินทองทรัพย์สินเฉพาะหน้า กล้วยอาจจะซื้ออุดมการณ์บางคนได้ ท่านอาจเชื่อว่าเงินซื้อเสียงประชาชนได้ แต่ท่านจะร่ำรวย มีความสุขบนซากปรักหักพัง บนคราบน้ำตาประชาชนจริงๆ หรือ ขอให้คิดถึงอนาคตของลูกหลาน ร่วมกันลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ให้โอกาสประเทศไทยเดินหน้าอีกครั้ง

จิราพร สินธุไพร
ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย (พท.)

ในคดีเหมืองทองอัคราตามข้อกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดินใช้มาตรา 44 และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ออกคำสั่งระงับเหมืองแร่ทองคำจนผิดพลาดเสียหาย และยังมีพฤติการณ์จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมีพฤติกรรมเบี่ยงบังงบประมาณแผ่นดินและผืนแผ่นดินของประเทศไปแลกเปลี่ยนกับบริษัทเอกชนต่างชาติ เพื่อให้ตนเองพ้นผิดทางกฎหมายเข้าข่ายความผิดตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายการขัดกันต่อผลประโยชน์ทางตรงและทางอ้อม ทางการที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกคำสั่งที่72/2559 ถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และมาตรฐานทางจริยธรรม

จะใช้เอกสารลับด่วนที่สุดที่ได้นำมาอภิปรายในวันนี้เป็นตัวตั้งต้นในการดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเอกสารลับนี้ถูกร่างขึ้นโดยอัยการสูงสุด (อสส.) ความยาว 5 หน้ากระดาษเอสี่ โดยข้อความในเอกสารได้ถูกนำส่งไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรีในครั้งนั้นเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ไทยถูกฟ้องร้องจากการใช้มาตรา 44 ซึ่ง อสส.มีหน้าที่ต้องให้ความเห็นและว่าความให้กับรัฐบาลในฐานะทนายแผ่นดิน พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับฟังความเห็น ในเอกสารเป็นแนวทางในการแก้ข้อพิพาทที่ถูกบริษัทคิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ด โดยในเอกสารมีเนื้อหาบางตอนที่ระบุว่า การทำเหมืองแร่อัครายังไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน และการตรวจสอบสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าระดับโลหะหนักและสารเคมีที่ใช้จากการตรวจที่เกินจะอ้างอิงเกิดจากการปนเปื้อนของเหมืองทองคำของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)

ปรากฏว่าข้อเท็จจริงในเอกสารดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้รายงานข้อพิพาทของไทยกับบริษัทคิงส์เกตไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่ระบุว่าผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะสามารถนำไปใช้ต่อสู่คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการ นั่นแสดงว่าตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2558 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้ 4 กระทรวงตรวจสอบปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองของบริษัทอัคราถึงวันที่บริษัทคิงส์เกตตัดสินใจฟ้อง ผ่านไป 4 ปีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนการใช้มาตรา 44 แต่ที่น่าอดสูใจคือในหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อับจนหนทาง ถึงที่ว่ามีความคิดจะสร้างหลักฐานเท็จเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นมา ทำให้ฝ่ายกฎหมายของไทยเตือน

เรื่องนี้เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์รู้อยู่แก่ใจว่า เมื่อเรื่องเข้าสู่ชั้นอนุญาโตตุลาการ ไทยต้องเป็นฝ่ายแพ้ อย่างไรก็ตาม เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่รับฟังคำคัดค้านของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะความเห็นของ อสส. จึงเกิดความเสียหาย แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศออกมาก็ตาม แต่ก็ได้มีใบเสร็จความเสียหายจากการใช้มาตรา 44 ใบเสร็จแรกเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับบริษัทคิงส์เกต ปีงบประมาณ 2560-2564 จำนวน 731,130,000 บาท ใบเสร็จความเสียหายที่ 2 ภาคหลวงที่เก็บจากการประกอบเหมืองแร่ทองคำที่หายไปในช่วงที่มีคำสั่งปิดเหมืองอัคราตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน ราวๆ 3 พันล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์สามารถต่อรองกับบริษัทคิงส์เกตได้ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้องในชั้นอนุญาโตตุลาการ แต่ตอนนั้น พล.อ.ประยุทธ์กลับปล่อยเวลาล่วงเลยจนไทยเสียหายและไปไม่เป็น จนต้องมาเจรจากับเขาเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะแพ้คดี ซึ่งในบางข้อเรียกร้องที่บริษัทคิงส์เกตเสนอมาก็ได้ให้ไปเรียบร้อยแล้ว และเมื่อบริษัทคิงส์เกตกำลังรู้ว่าไทยตกเป็นเบี้ยล่างก็ได้ขึ้นขี่คอรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทันที ทางทนายของคิงส์เกตได้มีหนังสือถึงอนุญาโตตุลาการเนื้อหาสาระสำคัญระบุว่า ได้ขอถอนการเคลมค่าเสียหายในข้อ 13 และข้อ 14 หลังจากที่ประเทศไทยได้เปิดทางให้นำผงทองคำมูลค่า 8.8 ล้านเหรียญสหรัฐไปขายได้ อย่างไรก็ดี การที่ประเทศไทยได้อนุญาตให้บริษัทอัคราได้สิทธิการสำรวจแร่บนเนื้อที่ทั้งหมด 44 แปลง ยังไม่ทำให้บริษัทคิงส์เกตพอใจจนถึงขั้นยกเลิกการเรียกร้องค่าเสียหายตามคำสั่งฟ้องทั้งหมด แม้ว่าจะให้สิทธิสำรวจ 44 แปลง แต่บริษัทอัคราก็ยังไม่สามารถประกอบกิจการได้ เพราะยังไม่ได้รับการต่ออายุบัตรประทานเหมือง ซึ่งจะทำให้เหมืองแร่ทองคำชาตรีที่ถูกปิดไปตั้งแต่ปี 2560 สามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง

หากเป็นเช่นนี้ก็เพราะยังขี่คอรัฐบาล ต่อมารัฐบาลไทยจึงต้องบัตรเหมืองแร่ 4 แปลงเพิ่มเมื่อเดือนมกราคม 2565 เพื่อเปิดทางให้บริษัทเหมืองทองอัครากลับมาเปิดเหมืองทองชาตรี ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องของบริษัทคิงส์เกต ขณะนี้ทราบว่าบริษัทอัคราได้จ้างบริษัทซ่อมบำรุงเครื่องจักรในเหมือง โดยมีค่าใช้จ่ายราว 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่าการกู้เงินนี้ก็เคยเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของบริษัทคิงส์เกต ดิฉันจึงไม่แน่ใจว่ารัฐบาลเองมีส่วนเปิดทางให้บริษัทคิงส์เกตเข้ากู้ยืมเงิน 500 ล้านบาทด้วยหรือไม่ สถานการณ์นี้ทำให้เห็นว่าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มองคิงส์เกตเป็นเหมือง ส่วนคิงส์เกตมองประยุทธ์เป็นหมู เพราะบริษัทคิงส์เกตกำลังไล่ต้อน พล.อ.ประยุทธ์ จะต่อรองอะไรก็ได้ทั้งหมด และการที่รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องก็เป็นการนำทรัพย์สินของประเทศไปชดใช้ค่าเสียหายโดยไม่จ่ายเป็นตัวเงินแลกกับการถอนฟ้อง เพื่อทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายในคดีนี้ การกระทำนี้เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญในเรื่องเข้าข่ายขัดผลประโยชน์

การเจรจาที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ มีความสงสัยว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอ้างว่า การเจรจาครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประนีประนอมให้ถอนฟ้องคำถามคือข้อเรียกร้องทั้งหมดของคิงส์เกตมีแต่คิงส์เกตได้ประโยชน์ แล้วไทยไปเจรจากับเขาได้ประโยชน์อะไรกับมา ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์บอกตลอดว่าเข้ามาตำแหน่งนี้เข้ามาเสียสละ ที่อยู่ในตอนนี้ก็ทำเพื่อประเทศชาติไม่ได้ทำเพื่อตนเองเลย ช่วยตอบด้วยว่าที่พยายามไปเจรจากับเขา ไทยได้ประโยชน์อะไร คนรักชาติอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ คำพูดขัดกันมาก เราเพิ่งเคยเห็นคนรักชาติที่ไปประชุมระดับนานาชาติแล้วหาธงชาติไม่เจอ คนที่บอกว่าทำเพื่อชาติ แต่เอาผลประโยชน์ของชาติไปเสนอให้กับต่างชาติ เพื่อให้ตนเองรอดจากความผิดพลาด ถ้าหลังการอภิปรายจบพล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาตอบโต้ว่าไม่ได้ทำผิด เพราะได้ทำไปเพื่อแก้ปัญหาที่รัฐบาลที่ผ่านมาทำเอาไว้ และการใช้มาตรา 44 สามารถแก้ปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้จริง ขอท้าให้ท่านไปแถลงข่าวในวันที่ 22 กรกฎาคม ว่าการใช้มาตรา 44 ปิดเหมืองทองคำเป็นผลงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และถ้าตนถามถึงค่าใช้จ่ายชดเชยพล.อ.ประยุทธ์อย่าตอบว่าใช้หนี้จำนำข้าวเหมือนครั้งที่แล้วอีก

วันนี้อยากฟังความจริงว่า เมื่อไหร่เราจะหลุดพ้นจากสถานการณ์การตกอยู่เป็นตัวประกัน เป็นลูกไก่ในกำมือของบริษัทต่างชาติสักที ดังนั้น เหมืองทองอัคราไม่ใช่เรื่องเก่าแต่เป็นเรื่องเดิมที่ไม่ได้รับการแก้ไข และความเสียหายมากขึ้น ดิฉันมั่นใจว่ากฎหมายบ้านเมืองมีขื่อมีแป ด้วยหลักฐานที่ดิฉันมีจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีออกคำสั่งที่ 72/2559 ตามมาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์และข้อมูลที่ดิฉันจะไปยื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ในครั้งนี้จะสามารถทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ย้ายจากบ้านหลวงที่อยู่ในค่ายทหารไปอยู่บ้านหลวงหลังใหม่ ไฟฟรี น้ำฟรีข้าวฟรี ที่เรียกว่าเรือนจำได้ ฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ว่าท้ายที่สุด ถ้า พล.อ.ประยุทธ์รอดจาการลงมติไม่ไว้วางใจได้ แต่จะไม่มีวันรอดพ้นจากการกระทำที่ทรยศชาติครั้งนี้ได้ และพรรคการเมืองไหนที่จะค้ำยันคนนี้อยู่ พวกท่านเข้าข่ายเป็นผู้ร่วมกระบวนการเอาเงินของประชาชนและทรัพย์สมบัติของประเทศชาติไปใช้เพื่อการส่วนตัว

ดังนั้น ดิฉันไม่อาจไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้