‘เอนก’ การันตี ‘กระทรวง อว.’ ไร้ทุจริต ยันทำโครงการเพาะเห็ดแบบมีนวัตกรรม

21.07.22 | 22:51 น.
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

‘เอนก’ การันตี ‘กระทรวง อว.’ ไร้ทุจริต ยันทำโครงการเพาะเห็ดแบบมีนวัตกรรม เผยหากไม่มีการใช้งบต้องคืนสำนักงบฯทั้งหมด

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน เป็นวันที่สาม ซึ่งเป็นการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เวลา 20.54 น. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงข้อกล่าวหาของ นายประเสริฐ จันทรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในการใช้งบกลางไม่เหมาะสม ว่างบกลางเพื่อใช้แก้ปัญหาเร่งด่วน สามารถที่จะขอได้ทุกมหาวิทยาลัย ทุกสำนักของ อว. และหน่วยงานของทุกกระทรวงก็สามารถของบกลางได้ แต่ไม่ได้ทำแบบเป็นการประมูลงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการแข่งขัน ไม่ได้ใช้ความดีงาม ความถูกต้องมาพิจารณาว่าจะให้งบกลาง แต่จะต้องมีเกณฑ์ กติการะเบียบและถูกกฎหมาย ซึ่งไม่ได้ไปซ้อนกับงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าโครงการก็ไม่ได้เป็นนักเกษตรกรรม แต่เป็นแพทย์แผนไทย โดยทำสองเรื่องหลักคือกัญชาและสมุนไพร

นายเอนกกล่าวว่า ส่วนเรื่อง “เพาะเห็ด” ไม่ได้เพาะแบบที่เคยเพาะกัน แต่เป็นการเพาะเห็ดที่มีนวัตกรรม สามารถเก็บเห็ดได้อย่างต่อเนื่องในปริมาณมาก ไม่ใช่ใส่ถุงเล็กๆ เหมือนที่เคยทำกันมา ทั้งนี้ การของบกลางต้องเป็นปัญหาเร่งด่วน โดยมีสำนักงบประมาณเป็นผู้พิจารณา ซึ่งปัญหาเร่งด่วนคือสถานการณ์หลังโควิด-19 มีคนว่างงานจำนวนมากที่ต้องกลับไปอยู่บ้าน และการดำเนินการไม่ได้ทำอย่างลุกลี้ลุกลน มีการตรวจสอบเข้มข้นในแต่ละมหาวิทยาลัย

เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

นายเอนกกล่าวว่า ส่วนกรณีกล่าวหาว่าเป็นการรักชาติปากมัน และโครงการนี้มีการทุจริต 357 ล้านบาท จริงๆ แล้วตนคิดว่าเป็นเพียงข้อสันนิฐาน เพราะยังไม่ได้เกิด เนื่องจากนายประเสริฐเอาเรื่องของ 4 มหาวิทยาลัยมานับรวมกัน แล้วบอกว่ามีการทุจริตทั้ง 4 มหาวิทยาลัย ทั้งที่จริงๆ แล้ว 4 มหาวิทาลัย มีเพียงมหาวิทยาลัยราชมงคลเทคโนโลยีอีสานแห่งเดียวที่ดำเนินการโครงการไปแล้ว ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ส่วนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ยังไม่ได้เริ่มทำ เพราะฉะนั้น 560 ล้านบาท ไม่มีทุจริตแน่ เพราะยังไม่ได้เอาเงินไปใช้เงย

“ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โครงการ 408 ล้านบาท ก็เพิ่งจะเริ่มเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามก็เหมือนกัน และยังไม่มีการให้ปัจจัยการผลิตผู้อบรม เนื่องจากเพิ่งอบรมเพียง 8 พันคน ซึ่งจะอบรมทั้งหมด 3 หมื่นกว่าคน จึงยังไม่ถึงเวลาจ่ายปัจจัยการผลิตให้ผู้เข้ารับการอบรม จึงเป็นไปไม่ได้เรื่องทุจริต

Advertisement

“รวมถึงค่าอาหาร ค่าที่พักที่ระบุว่าไม่มีการพักจริงนั้น ถ้าไม่มีการใช้งบจริงก็ต้องคืนงบให้สำนักงบประมาณทั้งหมด เพราะถ้าไม่คืนก็ถือว่าทุจริต ซึ่งผมมองว่าเป็นความปรารถนาดีของนายประเสริฐ ก็จะเอาใจใส่เรื่องนี้ ไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น” นายเอนกกล่าว