‘สมศักดิ์’ ปูดสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 ส่อพลิกกลับใช้หาร 100 เผย ‘ภูมิใจไทย’ กระทบหนัก ‘วิษณุ’ เปิดทางหาก ‘กกต.’ ทวงสามารถแก้ได้
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 ว่า น่าจะอยู่ไม่ได้ และจะมีปัญหาตามมาทีหลัง เพราะย้อนแย้งกัน ทั้งนี้ ได้พูดคุยกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกพรรคก้าวไกลบางคน ซึ่งแต่ละคนเริ่มเห็นคล้อยตามกับที่ตนคิดไว้
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านจะไม่ได้ขัดกฎหมาย แต่สมมติว่าจำนวนส.ส.ที่จะได้ คือจำนวนที่เลือกบัญชีรายชื่อ และหารด้วย 500 จะได้ส.ส.พึงมี แต่ถ้าได้ส.ส.เขตมากกว่า ดังนั้น ส.ส.บัญชีรายชื่อจะไม่ได้ ยกตัวอย่าง สมมุติ พรรคภูมิใจไทย อาจจะได้ส.ส. 50 เขต แต่บัญชีรายชื่อได้ 5 ล้าน เท่ากับว่าส.ส.บัญชีรายชื่อจะไม่ได้เลย และถ้าเขาได้ส.ส.60 คน ก็คงไม่พอใจ เช่นเดียวกับพรรคพปชร.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยหรือไม่ว่าถ้าหาทางออกไม่ได้ สถานการณ์จะเป็นอย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทางแรกคือกลับมาใช้หารด้วย100 เพราะเรื่องยังไปไม่ไกล หรือ ยกเลิกทั้งหมด ซึ่งเสียงในสภาสามารถทำได้ แต่เรื่องนี้ต้องลองถามพรรคภูมิใจไทยดู
เมื่อถามย้ำว่าที่ระบุถึงพรรคภูมิใจไทย แสดงเป็นตัวแปรในเรื่องนี้ หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เขากระทบเยอะ โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อจะไม่ได้ ส่วนจะได้ด้วยวิธีอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งอาจจะมีทั้งที่ถูกหรือไม่ถูก
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะกลับมาใช้สูตรคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นหาร 100 ว่า จะกลับมาได้อย่างไร ตนนึกไม่ออก ทั้งนี้หากดำเนินการส่งไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้วกกต. สามารถท้วงได้ทุกมาตรา และเมื่อท้วงแล้วก็อยู่ที่รัฐสภาว่าจะเอาอย่างไร ถ้ารัฐสภาจะแก้ ก็แก้ตามกกต. แต่ถ้าไม่แก้ ก็ยืนยันกลับไป ก็จบเท่านั้น แต่ถ้าจะมีคนไม่จบ ก็ส่งเรื่องไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป เมื่อถามว่าหากกกต.ยืนหาร 100 มาจะทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ก็รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนั้นว่า เมื่อ เสร็จจากสภา ก็ต้องส่งไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กกต. แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ใช่เฉพาะกกต. ถ้าถามว่าส่งไปทำไมก็เพื่อให้เขาตอบกลับมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกกต. ส่งมาที่สภาแล้วถ้าต้องการจะแก้จะทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ที่ประชุมร่วมรัฐสภาต้องเป็นคนแก้

