‘บิ๊กตู่’ ลุกแจงฝ่ายค้าน ยันระวังการใช้ กม.กับผู้ชุมนุม แนะปมหนี้ กยศ.ต้องเรียนในสาขาที่ประเทศต้องการ ลั่นไม่รู้จัก ‘เพกาซัส’ ประชดไม่ฉลาด ไม่จำเป็นต้องรู้ ไล่เปิดโซเชียลดู รู้แน่ใครทำ
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน เป็นวันที่สาม ซึ่งเป็นการจะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
จากนั้นเวลา 12.43 น. พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า มีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรอบอำนาจหน้าที่ การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆ ได้มีการชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว ทั้งในวาระก่อนหน้านี้ วาระงบประมาณ วาระในกรรมาธิการ สรุปได้ว่า ถ้าให้เท่าไรตนก็ทำเท่านั้น หากไม่ผ่านก็ไม่ผ่าน หากผ่านก็ทำได้ เพราะฉะนั้น จะได้เป็นหลักการสักที สิ่งที่เขาชี้แจงมามีเหตุมีผลของเขาเองในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ อันไหนจำเป็นไม่จำเป็น เร่งด่วนไม่เร่งด่วน ถ้าท่านบอกว่าไม่เร่งด่วนทั้งหมดก็ไม่เป็นไร ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว ในเรื่องของสิ่งที่กล่าวว่า มีเรื่องไม่ถูกต้องในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งชาติ ก็ได้รับรายงานมามีข้อมูลในส่วนที่รับทราบอยู่แล้ว อะไรที่เป็นประโยชน์ก็จะนำเข้าสู่กระบวนการดำเนินการต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องของการชุมนุม การใช้อำนาจเพื่อป้องกันผู้เห็นต่าง ถามว่าที่ผิดกฎหมายนั้นคือกฎหมายปกติหรือไม่ เป็นกฎหมายที่เขียนมาใหม่หรือเปล่า เพราะฉะนั้น สิ่งต่างๆ เหล่านั้น ตนระมัดระวังอย่างที่สุดในการใช้กฎหมาย อะไรแจ้งเตือนได้ก็ไปแจ้งเตือน แต่เพราะมีกลุ่มเยาวชนซึ่งอาจจะได้รับคำชี้แจงที่ทำให้เข้าใจผิดเพี้ยนไป ก็ได้มีการไปพูดคุยถึงผู้ปกครอง เพื่อไม่ต้องการให้อยู่ท่ามกลางอันตรายและต้องถูกดำเนินคดี สำหรับการดำเนินคดีก็เป็นเรื่องของศาล ศาลยุติธรรม เยาวชนก็ต้องไปศาลเยาวชน ตนไม่เคยไปใช้อำนาจก้าวล่วงอำนาจศาลใดๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น กรุณาระวังด้วยที่จะไปละเมิดอำนาจศาล
“สิ่งที่ท่านพูดเรื่องสิทธิมนุษยชน ผมก็พยายามให้อย่างเต็มที่แล้ว ผมให้เกิน 100% ไปแล้ว กฎหมายหลายตัวก็มีอยู่ ผมพยายามผ่อนหนักผ่อนเบา ผ่อนสั้นผ่อนยาวมาให้โดยตลอด แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมการเคลื่อนไหวพวกนี้เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลานี้ที่มีรัฐบาลในช่วงนี้ และมีพรรคการเมืองบางพรรคที่เข้ามาอยู่ตรงนี้ เป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด ผมคิดว่าคนไทยทั้งประเทศก็คงมองออก ไม่ว่าการจะไปพูดจาในโรงเรียน มหาวิทยาลัย เพื่อทำลายล้างระบบของเราทั้งหมด เพื่อจะเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมด ผมคิดว่าคนไทยคงไม่ยอม เพราะฉะนั้น จะมาโทษเจ้าหน้าที่ว่าเป็นผู้ที่ทำโน่นนี่ไม่ได้เพราะท่านเป็นคนเริ่มทำเอง กฎหมายทุกฉบับผมไม่ได้กำหนดขึ้นมาใหม่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เรื่องของการปกป้องประเทศในเรื่องของการดูแลชายแดน เรื่องน่านฟ้าต่างๆ ได้พูดไปหลายครั้งแล้ว แต่ท่านก็พยายามที่จะฟื้นขึ้นมาอีกให้ได้ ก็ยอมรับว่าจะทำให้ดีที่สุด ถ้าจะให้ถูกใจท่านทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่ทำงานด้วยระบบ ทำงานด้วยความร่วมมือ การสานสัมพันธ์กับต่างประเทศ ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรก็ตามแต่เขาก็เป็นเพื่อนบ้านเรา เรื่องกิจการการเมืองภายในเป็นเรื่องของเขา เรื่องของการต่อสู้ก็เป็นเรื่องของเขา เราคงไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายเรื่องสถานการณ์แบบนี้ในประเทศของเราเช่นกัน ก็ขอให้ระมัดระวังไว้ด้วยเรื่องการพูดจาต่างๆ และสิ่งที่เป็นภาพปรากฏที่เป็นจริงบ้างไม่จริงบ้างและทุกอย่างตนได้สอบถามแล้วว่ามีการดูแลจากหน่วยงานในพื้นที่กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย
“การที่บอกว่าทำไมเราไม่รับผู้ที่เดือดร้อนในต่างประเทศเข้ามา เราเคยนำเข้ามาแล้วหลายแสนคน เราใช้วิธีการหาพื้นที่ปลอดภัยให้เขา ดูแลเรื่องอาหาร ยารักษาต่างๆ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งท่านต้องเข้าใจว่าชายแดนของเรามันมีชายแดนที่ติดกันและไม่มีอะไรที่ชัดเจนนอกจากแนวที่ยึดถือกันไว้ตามธรรมชาติและอยู่ห่างกันระหว่างเราและกลุ่มต่อต้านไม่เกิน 500 เมตร เพราะฉะนั้น การที่จะมีการปะทะกันของฝ่ายตรงข้ามโอกาสที่จะเกิดปัญหาก็มีมากมายพอสมควร ซึ่งเราก็ได้มีการตักเตือนไปหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธกระสุนควันเตือนเมื่อมีกระสุนมาตกในฝั่งเรา และถ้าหากยังมีการฝ่าฝืนอยู่ก็ต้องใช้อาวุธจริง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในประเด็นที่มีการนำภาพของตนขณะไปต่างประเทศว่า ไม่ได้รับการต้อนรับ ภาพที่เห็นนั้นเป็นภาพที่ประกอบกันทั้งสิ้น ภาพที่ตนไม่ได้รับการทักทายพูดจา จับตนมายืนท่ามกลางคนที่กำลังคุยกันและให้ตนไปยืนเฉยๆ และหาว่าคนไม่คุยกับตน คิดว่าไม่ใช่ ไม่ต้องมาเถียงตน แต่ให้ไปขอข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศได้
“ถ้าท่านไม่เคยไป ท่านไม่เคยเป็น ท่านไม่เคยอยู่ ท่านอย่ามาว่าผม เอาให้ท่านเป็นเสียก่อน แล้วท่านค่อยทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ผมไม่ได้ว่าผมทำดีที่สุดอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ก็ไม่ได้ไปทำลายระบบ วันนี้ก็เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับคนที่ออกนอกระบบการศึกษา ให้กระทรวงศึกษาธิการไปนำกลับเข้ามาซึ่งวันนี้ก็อยู่ในกระบวนการตรงนี้ ในส่วนของหนี้ กยศ.นั้น ทำไมต้องสอนให้คนไม่รับผิดชอบ ที่ตนทำคือทำให้คนต้องรับผิดชอบ เมื่อกู้เงินต้องรับผิดชอบแต่ทำอย่างไรให้ไม่เป็นภาระในเรื่องของการส่งดอกเบี้ยต่างๆ แต่ท่านบอกให้นำเงินทั้งก้อนแจกไปให้หมดเลยแล้วจะเอาเงินจากที่ไหน มีหลายคนที่ตนไม่อยากเอ่ยชื่อ ได้เงินเดือนหลักแสนแต่ยังไม่จ่ายหนี้ กยศ. เพราะฉะนั้น สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือคนที่มีรายได้น้อย คนที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา
“การศึกษาเป็นสิ่งที่ดี จะเรียนอะไรก็ดีทั้งนั้นแหละครับ แต่วันนี้สาขาที่เขาต้องการคืออะไรบ้าง ก็ฝากท่านไปช่วยแนะนำด้วยว่าเราควรเรียนในสาขาอะไรที่ประเทศต้องการ ที่ผู้ประกอบการต้องการ ถ้าจบมาในสาขาที่เขาไม่ต้องการเขาก็ไม่รับ มันก็ไม่มีงานทำ มันก็คือภาระของประเทศ เราก็ต้องดูแลกันต่อไปอีก ผมก็ทิ้งไม่ได้อยู่ดี และผมเคยบอกไปแล้วว่าการเรียนปริญญาบางครั้งมันมีปัญหา ใช้งบประมาณสูง รายได้ไม่เพียงพอ ผมก็บอกว่าขณะนี้โลกต้องการแรงงานที่เกิดจากในส่วนของอาชีวะ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย สร้างเสริมประสบการณ์และไปเรียนปริญญาต่อทีหลัง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงต่อว่า วันนี้สิ่งที่เราต้องทำคือร่วมมือกันให้อยู่รอดไปด้วยกัน ตนทำให้มันอยู่รอดและจะค่อยๆ ดีขึ้นเองในกรอบที่สามารถกระทำได้ที่เป็นไปตามกติกา คนเราต้องทำตามกติกา สิทธิมนุษยชนนั้น ตนก็มีของตนเอง ท่านก็มีของท่าน ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันหมด ตนอาจจะต้องรับผิดชอบมากหน่อยเพราะมีหน้าที่การงานมากหน่อย แต่ตนจะไปอ้างสิทธิมากกว่าคนอื่นไม่ได้อยู่แล้ว เพราะตนมีสิทธิเท่าท่านทุกคน แต่อย่าละเมิดซึ่งกันและกัน
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องเพกาซัส ตนไม่รู้จัก ท่านว่าตนไม่ฉลาดอยู่แล้ว ตนไม่มีความจำเป็นต้องมาตามเรื่องแบบนี้ เปิดดูในโซเชียลก็เห็นอยู่แล้วว่าใครเป็นคนทำ มาจากไหน ใช้งบประมาณกันเท่าไหร่ มีคณะทำงานอยู่ที่ไหนบ้าง ตนยังไม่ทำอะไรเลย เป็นเรื่องประชาชนต้องเรียนรู้กันเอง ตนไม่ให้ค่าคนเหล่านี้อยู่แล้ว คนที่เผยแพร่ต่อตนเห็นใจเพราะเขาไม่เข้าใจ แต่คนต้นเรื่องมีกระบวนการอยู่เป็นเรื่องของกฎหมายก็ว่ากันไป ทุกอย่างตนไม่แก้ตัว มีสาระสำคัญที่ต้องพูดให้เกิดประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้ ต่อประเทศชาติ ในเวลานี้ มากกว่าเรื่องที่มาตีกันไปมา ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ดีกว่า
“วันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกัน ไม่ต้องการทะเลาะกับใคร ขึ้นอยู่กับมติ ขึ้นอยู่กับประชาชน กับรัฐธรรมนูญ ตนไม่ใช่คนเขียนรัฐธรรมนูญ สั่งใครไม่ได้อยู่แล้ว การเอาคนนั้นมาพูด เอาหนังสือพิมพ์มาอ่าน ตนรับไม่ได้ หลายครั้งเตือนแล้ว อย่าละเมิดสิทธิมนุษยชนของตน ครอบครัวของตน ไม่อยากย้อนถึงความเสียหายต่างๆ ถ้าพูดเงินไม่พอเป็นหนี้เป็นสิน ทำไมไม่เติมเงินตรงนั้นตรงนี้ ไปเก็บเงินจากคนที่เอาไปใช้ประโยชน์ ที่เป็นหนี้อยู่ วันนี้ที่ตนใช้หนี้ให้อยู่กี่แสน ที่ยังไม่นับอยู่อีกหลายคดี เอามารวมตนจะให้ กยศ.เต็มจำนวนเลย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯชี้แจงแล้วเสร็จ เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย เมื่อฝ่ายค้านต่างลุกขึ้นประท้วงนายกฯ เพราะตอบไม่ตรงคำถาม และมีการกล่าวพาดพิง อาทิ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล (ก.ก.)

