‘จิรายุ’ เปิดมหากาพย์ ‘ประยุทธ์-ลูกน้อง’ สวาปาม “ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ” ตุนเสบียงก่อนการเลือกตั้ง ปูด ‘กระทรวงทรัพยากรฯ’ เร็วกว่ารถเมล์สาย 8 ทำโครงการล่วงหน้า ก่อนงบ 66 ผ่านสภาฯ
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 22 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน เป็นวันที่สี่
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า มหากาพย์การปล้นชาติกินเมืองแต่ พล.อ.ประยุทธ์ เพิกเฉย ปล่อยให้คนแวดล้อมทุจริตอย่างกว้างขวาง ตนจึงจะมาเปิดเผย มหากาพย์ วางแผนสวาปาม ดิน น้ำ ลม ไฟ ตุนเสบียงก่อนการเลือกตั้ง
ยกตัวอย่าง เรื่องการจัดการน้ำ นายกฯ ตั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้รับผิดชอบเรื่องน้ำ และกำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ทส.) เช่น ขุดบ่อน้ำบาดาล ส่วนเรื่องการทำน้ำขวดบาดาล ที่ใช้เงินกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ของกระทรวง ทส. ซึ่งมีการทำน้ำขวดบาดาล ไปลง จ.สุพรรณบุรี 1.4 ล้านขวด แต่ไปลงที่ จ.นครราชสีมา เพียง 2 แสนขวด เมื่อตนนำเรื่องนี้มาอภิปราย ก็ประกาศยกเลิกโครงการนี้ ทั้งที่สามารถนำเงินจากกองทุนนี้ ไปทำงานวิจัยได้มากกว่านี้ ไม่ใช่ไปทำน้ำแจก ที่ซื้อแค่ขวดเปล่า แล้วไปกรอกน้ำบาดาลซึ่งไม่รู้ว่าสะอาดหรือไม่
“เรื่องเล็กๆ เช่นนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส. และ พล.อ.ประวิตร ยังจะเอาอีกหรือ นอกจากนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยังใช้เงิน 33 ล้านบาท ใช้ซื้อขวดเปล่ามากรอกน้ำ เพื่อมาแจกให้หน่วยงานในสังกัด 12 เขต ทั้งที่ราคาขวดเปล่าในท้องตลาดอยู่ที่ 70 บาทต่อแกลลอน แต่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซื้อในราคา 181 บาทต่อแกลลอน”

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 พบว่า มีโครงการเกี่ยวกับการขุดเจาะน้ำบาดาลของกระทรวง ทส. ที่เริ่มทำโครงการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ด้วยงบ 1.8 พันล้านบาท รวม 10 โครงการ ทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.งบ 2566 จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 แบบนี้เรียกว่า ออกตัวเร็วกว่ารถเมล์สาย 8 ทั้ง 10 โครงการ เป็นโครงการขนาดใหญ่ และไม่จำเป็นเร่งด่วนเหมือนการซื้อวัคซีน จึงสงสัยว่าเป็นการเตรียมเงินไว้ทำอะไร เพราะช่วงนี้ก็ใกล้เลือกตั้งแล้ว
นายจิรายุ กล่าวว่า ต่อไปคือเรื่อง ลม และไฟ ที่เกิดปัญหา น้ำมัน และไฟฟ้าแพง เพราะมีคนบริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง แม้จะออกมาตรการลดค่าครองชีพ แต่กลับยังขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยการให้ใช้เตาเศรษฐี ที่สนับสนุนโดยกระทรวงพลังงาน พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าจะเจรจาลดค่าโรงกลั่น แต่ความจริงไม่เคยเจรจา จนทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น และพี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อน นอกจากนี้ ค่าไฟฟ้าจะแพงไม่หยุด เพราะเสียค่าโง่แท่นขุดก๊าซอ่าวไทย และเสียค่าทนายไปแล้ว 500 ล้านบาท ทำให้ต้องซื้อไฟฟ้าจากต่างชาติ ไม่เกี่ยวกับวิกฤตรัสเซียและยูเครนสักเท่าใด ดังนั้น จึงเป็นความห่วยแตกโหลยโท่ยของรัฐบาล ที่มีส่วนได้เสียกับเรื่องพลังงานอย่างชัดเจน
ทั้งนี้นายจิรายุ ได้นำเตาอั้งโล่ และพัดสาน มาประกอบการอภิปรายด้วย


