ธุรกิจแนะ4ข้อ‘กก.เฉพาะกิจ’ แก้วิกฤต‘พลังงาน-เงินเฟ้อ’

23.07.22 | 12:33 น.

หมายเหตุความเห็นและข้อเสนอแนะภาคเอกชนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจทั้งพลังงานและสินค้าแพงนั้น

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา
รองประธานกรรมการหอการค้าไทย

มองว่าหากดึงตัวแทนภาคเอกชนหรือนักวิชาการ เข้าร่วมทีมด้วยก็เป็นเรื่องที่ดี แต่คาดว่าเมื่อตั้งคณะกรรมการฯเสร็จสมบูรณ์แล้ว เมื่อมีการประชุมหารือทางภาครัฐคงต้องมีการดึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่มาจากภาคเอกชน แต่เรื่องนั้นยังไม่ใช่ใจความสำคัญ

สิ่งสำคัญคือภาครัฐต้องได้ข้อมูลซัพพอร์ตอย่างรอบด้าน เพื่อจะได้รู้ว่าความจริงแล้วปัญหาที่มีเกิดจากอะไร ขึ้นตรงกับฝ่ายใดบ้างแล้วทางออกควรเป็นอย่างไร เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น

Advertisement

ส่วนการจัดตั้งคณะกรรมการฯชุดนี้ขึ้นมาจะแตกต่างกับคณะกรรมการชุดอื่นๆ ของรัฐบาลหรือไม่นั้น อยู่ที่ว่าคณะกรรมการฯชุดนี้ทำงานรูปแบบใด แม้จะเป็นคนทำงานชุดเดิม แต่หากวิธีการทำงานแตกต่างออกไปจากเดิม หรือมีการหาข้อมูลได้รอบด้านในการตัดสินใจ หาทางออกไว้หลากหลายช่องทาง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น ซึ่งความสำคัญอยู่ที่ตรงนี้

ส่วนเรื่องที่จะดึงภาคส่วนไหนไปเป็นกรรมการเพิ่มเติมก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องติดตาม แต่หากตัวกรรมการเองทำงานด้วยวิธีที่เปิดกว้างกับข้อมูลต่างๆ เพื่อมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ จะเป็นประโยชน์ที่สุด

อย่างไรก็ตาม มองว่าเรื่องแรกที่คณะกรรมการต้องเข้ามาแก้ไขปัญหา คือเรื่องเฉพาะหน้า และเรื่องระยะยาวเผื่อไว้ด้วย ซึ่งเรื่องเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งแก้ไข คือไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องเร่งแก้ไขเรื่องพลังงานและอาหารขาดแคลน เรื่องเหล่านี้ต้องจับตาดู เพราะเรื่องการผลิตไทยค่อนข้างมีความพร้อม

แต่สิ่งที่จะต้องติดตามคือแหล่งที่มาของวัตถุดิบ อาทิ น้ำมันดิบ ก๊าซ ปุ๋ย และวัตถุดิบที่นำมาประกอบการผลิตที่เราจำเป็นต้องนำเข้า สิ่งที่เป็นตัวบล็อกอยู่ อาทิ กำแพงภาษี ที่แต่ละประเทศมีความแตกต่างกันไป เพื่อนำมาเป็นตัวแปรในเรื่องของการแข่งขันทางการค้า ซึ่งการที่ไทยจะทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงจะต้องแก้ไขเรื่องพวกนี้ก่อน

ทั้งนี้ ถ้าดูเรื่องต้นทางได้ถูกต้องแล้ว ค่อยมาสนับสนุนการผลิตภายใน และทำให้ต้นทุนต่ำลงได้ นอกจากนี้ รัฐบาลต้องเร่งหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ ปัจจัยการผลิตด้านอาหาร รวมถึงการจัดหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ ด้วย ยิ่งมีช่องทางหลากหลายทำให้เกิดการแข่งขันที่มาก ไทยก็จะสามารถแข่งขันกับต่างประเทศในเรื่องของราคาได้ต่อไป

ส่วนในเรื่องของการแก้ไขหรือดูแลเรื่องอัตราเงินเฟ้อนั้น มองว่าคณะกรรมการชุดนี้ ต้องไปจัดหาข้อมูลว่าเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นและพุ่งสูงในปัจจุบันเกิดจากอะไรบ้าง บางเรื่องคณะกรรมการชุดนี้อาจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่หากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ก็ต้องส่งเรื่องให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ในเรื่องของนโยบายการเงิน และส่งต่อไปที่กระทรวงการคลัง ให้ช่วยดูเรื่องของการดูแลประชาชนให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น หลักๆ คือคณะกรรมการชุดนี้ ต้องดูความเป็นมาเป็นไปว่ามีคอขวดอยู่ตรงไหน และทำอย่างไรจึงจะสามารถเปลี่ยนกฎระเบียบในเวลาชั่วคราว เพื่อให้ต้นทุนด้านการผลิตต่ำลงได้

หากทำได้ก็จะช่วยในเรื่องของเงินเฟ้อได้ อย่างไรก็ดี หากเป็นเรื่องนโยบายทางการเงินระหว่างประเทศ คณะกรรมการชุดนี้อาจรับมือไม่ไหว

ดังนั้น ต้องมีการส่งเรื่องให้กับแบงก์ชาติ และแบงก์ชาติก็ต้องโอนอ่อนตามความเปลี่ยนแปลงของโลกด้วยเช่นกัน เพราะไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจ เมื่อเจอประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ออกนโยบายมา มองว่าหลีกเลี่ยงยากที่เราจะไม่ปรับนโยบายตาม แต่ขอย้ำว่าในตอนนี้คณะกรรมการชุดดังกล่าว ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อน โดยเฉพาะเรื่องอัตราเงินเฟ้อ

โจทย์คือทำอย่างไรให้ระดับเงินเฟ้อไม่พุ่งสูงมากไปกว่านี้ และทยอยลดลงโดยเร็วต่อไป

ธนิต โสรัตน์
รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย)

การตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจด้านพลังงานและสินค้าราคาแพง โดยปกติรัฐมีการกำกับควบคุมราคาสินค้าที่เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว และมองว่าการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาอีกคงเป็นเพราะรัฐให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาด้านพลังงาน และสินค้าแพง

แต่ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น ภาษาทางการเรียกว่า “เงินเฟ้อ” มันเป็นวิกฤตระดับโลก ซึ่งไม่ใช่เงินเฟ้อที่เกิดจากการที่พ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่เป็นวิกฤตโลกที่เชื่อมโยงกับวิกฤตพลังงาน โดยมีต้นตอมาจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาด้านพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้แนวโน้มราคาพลังงานจะลดลง แต่ไม่ได้บ่งบอกว่าสงครามจะเกิดการยุติ

ดังนั้น ราคาพลังงานยังคงผันผวนโดยไม่มีทีท่าจะลดราคาต่ำลงได้ในช่วงระยะยาว

นอกจากนี้ พลังงาน หรือน้ำมัน ยังเป็นต้นทุนของสินค้าทุกประเภทที่นอกจากจะเป็นเชื้อเพลิงแล้ว มันยังอยู่ในเสื้อผ้า ของใช้ พลาสติก ซึ่งน้ำมันเกี่ยวข้องกับทุกส่วน และผลของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อมันเกิดจากการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานของโลก

โดยเฉพาะรัสเซียที่เป็นแหล่งผลิตธัญพืช อาหารสัตว์ เป็นตลาดหลัก ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดพบว่าราคาอาหารสัตว์ในประเทศสูงขึ้น ก็เป็นผลมาจากการนำเข้าอาหารสัตว์สูงขึ้นจนทำให้เกิดเงินเฟ้อ

ขณะที่เงินเฟ้อทำให้หลายประเทศต้องใช้มาตรการสกัดดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยรุนแรง ทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินบาทอ่อนลงตามทิศทางของเงินเหรียญสหรัฐ

จะเห็นได้ว่าเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นรอบนี้ ไม่สามารถจัดการมันได้ง่าย เนื่องจากเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นภายนอกประเทศ ดังนั้น การจะตั้งคณะกรรมการเข้ามาอีกกี่คณะยังเป็นเรื่องยากที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาสถานการณ์โลกได้

ถ้าเข้าใจปัญหาสถานการณ์โลก สำหรับการตั้งคณะกรรมการชุดนี้อาจมีผลทางจิตวิทยา และมองว่าจะมี
ผลทางการเมือง แต่หากจะมีผลทำให้ราคาสินค้าลดลง หรือราคาพลังงานลดลงต่อเนื่องหรือไม่ คำตอบอาจยังไม่ใช่เช่นนั้น เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยภายนอกประเทศและเหนือการควบคุม

อย่างไรก็ตาม รัฐยังคงมองปัญหาสินค้าแพงเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข เพราะขณะนี้เงินเฟ้อได้เข้าไปทำให้รายได้แท้จริงของประชาชน หรือผู้ใช้แรงงาน รวมถึงผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบหนักที่สุด

จากการประมาณหากคน 1 คนจะมีรายได้หายไป 10.3% เป็นความเดือดร้อนหนักต่อการดำเนินชีวิต และยังเป็นที่มาของการเรียกร้องค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้ไม่พอใช้จ่ายในภาคครัวเรือน

จึงมีข้อเสนอต่อคณะกรรมการเฉพาะกิจ ในอีกแง่มุมที่เป็นคำแนะนำของภาคเอกชนทั้งหมด 4 ข้อ สำหรับการแก้ปัญหา ประกอบด้วย

1.รัฐก็มีช่องทางโดยกระทรวงพาณิชย์ที่มีโครงการธงฟ้า แต่โครงการนี้ อยากให้นำไปคิดต่อว่าทำอย่างไรจะกระจายโครงการในพื้นที่ต่างๆ ได้มากขึ้น เช่น รัฐมีการไปเจรจาขอพื้นที่ห้างสรรพสินค้าให้ผู้ประกอบธุรกิจเข้ามาเปิดร้านขายโดยไม่เสียค่าเช่า หรือเสียค่าเช่าในอัตราไม่สูงมาก อีกทั้ง เปิดทางให้อุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าเข้ามาขายสินค้าในห้างสรรพสินค้าโดยตรงได้ขณะเดียวกันสำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่เป็นพื้นที่ของรัฐ เช่น หัวลำโพง ศาลาว่าการต่างๆ สนามกีฬา สามารถสร้างให้เป็นมาร์เก็ตเพลสที่สามารถเปิดให้ร้านค้าธงฟ้าเข้ามาขายมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือก หรือช่องทางการจำหน่ายสินค้าหลากหลายมากขึ้น โดยเป็นการจัดสถานที่ของรัฐเอง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้ขยายตลาดมากขึ้น และไม่ได้ทำลักษณะการวางบูธชั่วคราว ควรทำโครงการนี้สักระยะหนึ่ง หรือช่วงสั้นในเวลา 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ คาดว่าการทำตลาดลักษณะนี้จะสามารถลดการใช้จ่ายด้านต้นทุนมากขึ้น

2.การทำมาตรการของรัฐบางประการที่ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบธุรกิจต้องเสียเพิ่มเวลานำสินค้านำเข้าต่างๆ เข้าประเทศมีขั้นตอนเยอะมาก และต้องเสียเงินจำนวนหนึ่งในการนำเข้าสินค้าในกระบวนการยิบย่อยมากเกินไป เช่น การขนส่งทางเรือจะเข้าประเทศต้องไปขออนุญาต และหลังจากเรือเข้าฝั่งแล้วจะต้องไปแจ้งที่หน่วยงานรับทราบ มองว่าเป็นการใช้เวลาสิ้นเปลือง แต่หากไม่ทำตามจะถูกปรับเงินประมาณ 1 หมื่นบาท หรือขั้นตอนอื่นที่ไม่จำเป็นอาจมีการลด หรือผ่อนคลายได้บ้าง เพื่อลดต้นทุนให้น้อยลง

3.อยากให้รัฐเข้าไปตรวจสอบห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ว่าอาจมีการค้ากำไรเกินควรหรือไม่ โดยค่ามาร์จิ้นที่เก็บจากการนำสินค้ามาวางขายมีราคาสูงเกินไปหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ก็เป็นต้นทุนที่รวมอยู่ในราคาสินค้าเช่นกัน

และ 4.สำคัญที่สุดรัฐไม่ควรออกมาตรการที่ไปกดราคาสินค้าให้อยู่ราคาต่ำกว่าต้นทุน หรือในราคาที่ผู้ประกอบการไม่สามารถขายเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนได้ หากขายมากในราคาเดิมแต่ต้นทุนสูงก็ขาดทุนมาก เขาอาจจะเลิกขายและส่งผลให้สินค้าขาดหายไปจนเกิดการขาดแคลนสินค้าในประเทศ

ทั้งนี้ สำหรับการเข้าแก้ปัญหาราคาพลังงานมันอาจทำได้ยาก เนื่องจากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่นอกเหนือจากการควบคุม อีกทั้ง การใช้มาตรการของรัฐที่ใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนส่วนต่างราคาน้ำมันช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เงินกองทุนติดลบอยู่แสนล้านบาท ยังเป็นตัวเงินติดลบอยู่ในระดับสูงและยังไม่สามารถหาเงินมาเติมเพื่อลดทอนได้

อย่างไรก็ตาม มาตรการอื่นที่รัฐดำเนินการอยู่ก็หวังว่าจะเป็นส่วนช่วยให้ราคาน้ำมันลดลงได้ เนื่องจากราคาน้ำมันเป็นปัญหาคาบเกี่ยวกับราคาสินค้าแพงอีกทอดหนึ่ง

ดังนั้น การจัดตั้งคณะกรรมการจะกี่ชุดก็แล้วแต่ควรจะดำเนินงานให้ดีที่สุด เพราะจากปัญหาที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนอาจแบกรับภาระอีกต่อไปไม่ไหว การที่รัฐเข้ามาช่วย และสามารถแก้วิกฤตจนประสบความสำเร็จได้ สุดท้ายจะเป็นผลดีต่อประชาชน