แนวโน้ม การเมือง กระทบ อนุพงษ์ เผ่าจินดา แนวโน้ม ปรับครม.
มีกระแสกดดันในเรื่อง “ปรับ ครม.” เกือบทุกครั้งที่มีการยื่นและดำเนินญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ
จึงทั้ง “เกิดขึ้น” และ “ไม่” เกิดขึ้น
แต่น่าสังเกตว่า กระแสกดดันซึ่งกระหึ่มขึ้นเพียง 2 วันของการอภิปรายทั่วไปครั้งใหม่นี้มีแนวโน้มและความเป็นไปได้สูง
สูงอย่างไม่ธรรมดา หากแต่สูงอย่างสูงยิ่ง
ในนี้มีรายชื่อทั้งที่อยู่ใน “เป้าหมาย” และความเชื่อโดยพื้นฐาน และที่มีการหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์
อย่างหนัก
ท่ามกลาง “ข้อกล่าวหา” อันเป็น “จุดอ่อน”
ไม่ว่าจะเป็นชื่อของรัฐมนตรีอย่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ไม่ว่าจะเป็นชื่อของรัฐมนตรีอย่าง นายจุติ
ไกรฤกษ์
เด่นชัดยิ่งว่าเป็นกระแส “กดดัน” จาก “ภายใน”
ต้องยอมรับว่าชื่อของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เกิดขึ้นอย่างถี่ยิบเป็นพิเศษในชั้นหลัง ขณะที่ชื่อ
ของ นายจุติ ไกรฤกษ์ เพิ่งเป็นที่ปรากฏ
ปรากฏเมื่อมี “ปฏิกิริยา” จากใน “ประชาธิปัตย์”
เริ่มจาก นายไชยยศ จิรเมธากร ออกมาเปิดโปงว่า “อดีต” เลขาธิการพรรคคนหนึ่งขอยืมเงินของตนแล้วไม่คืน
จึงขอ “เอกสิทธิ์” ที่จะ “ฟรีโหวต”
ตามมาด้วยเนื้อหาการอภิปรายของ “พี่กาย” นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อันส่งผลให้ นายจุติ ไกรฤกษ์ ต้องขอเวลาในการหา “คำตอบ”
ปรากฏว่า เมื่อมาตอบกลับยิ่งสร้างความสงสัย
ชื่อของ นายจุติ ไกรฤกษ์ จึงร้อนแรงเป็นอย่างยิ่งและคาดหมายว่าอาจไม่ได้ความไว้วางใจแม้กระทั่งจากหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์
และที่น่าสนใจกลับเป็นชื่อ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ต้องยอมรับว่าชื่อของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องภายในพรรคพลังประชารัฐ
ตั้งแต่ยุค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ตรงที่ 1 ไม่ให้ความร่วมมือกับ ส.ส.อย่างเป็นมิตร 1 มีความจำเป็นต้องใช้กระทรวงมหาดไทยมาเป็นเครื่องมือ
เครื่องมืออำนวยผลต่อ “การเลือกตั้ง”
จำนวนเสียงข้างมากเห็นในความจำเป็นที่จะต้องหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับ พล.อ.ประวิตร
วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค
เพื่อกรุยทางไปสู่ “การเลือกตั้ง” ให้สะดวกโยธิน
ความต้องการนี้จึงเป็นความต้องการโดยพื้นฐานและมีความร้อนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อเหลือเพียง 8 เดือนก็จะต้องเลือกตั้ง
เป็นความต้องการจาก “พลังประชารัฐ”
คล้ายกับกรณี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จะมาจากพรรคพลังประชารัฐ นายจุติ ไกรฤกษ์ จะมาจากพรรคประชาธิปัตย์
จำเป็นต้องผ่านด่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กระนั้น หากมีการขยับ 1 หรือ 2 คนก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสถานการณ์ล้มระเนนเอนราบเหมือนกับ “โดมิโน”
ที่คิดว่า “ราบรื่น” ก็อาจจะเกิดความ “ไม่” เรียบร้อยตามมา

