สถานีคิดเลขที่ 12 : วุ่นๆ หลังซักฟอก

26.07.22 | 09:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : วุ่นๆ หลังซักฟอก เป็นเรื่องจนได้ ในวันที่มีการลงมติ

สถานีคิดเลขที่ 12 : วุ่นๆ หลังซักฟอก

เป็นเรื่องจนได้ ในวันที่มีการลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รวม 11 คน ได้ปรากฏไลน์โอนเงินให้ ส.ส.ในสภา

ไลน์ดังกล่าวมีเนื้อหาและภาพที่ระบุให้เห็นว่ามีรายชื่อ ส.ส.เซ็นรับเงินหลายคน และมีภาพหลักฐานการโอนเงินไปยังบุคคลปลายทาง โดยจากการสอบถามพบว่าเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท

ขณะที่มีไลน์ดังกล่าวโผล่ ก็มีกระแสข่าวจะเอาผิด ส.ส.ที่รับเงินเกิน 3,000 บาท เพราะผิดกฎหมาย

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ตามสัมภาษณ์ ส.ส.ที่มีชื่อเกี่ยวข้อง และกลายเป็นประเด็นใหญ่ยิ่งขึ้นเมื่อมีการอ้างอิงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และระบุสถานที่ว่าเป็นบ้านพักในมูลนิธิป่ารอยต่อ

Advertisement

คำชี้แจงจากการสัมภาษณ์บุคคลที่ถูกพาดพิง บางคนบอกว่าไปเซ็นเอกสารเข้าประชุมที่บ้านป่ารอยต่อฯ ซึ่ง ส.ส.หลายคนก็ทำกัน บางคนบอกว่าเงินในไลน์อาจเป็นเงินยืมเพื่อไปดำเนินการทางการเมือง บางคนบอกว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง

เมื่อเรื่องเกี่ยวพันกับ พล.อ.ประวิตร และเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่มี ส.ส.หลายกลุ่มเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องที่ต้องเคลียร์

เคลียร์ทางการเมือง และยังต้องเคลียร์ทางคดี

ทั้งนี้ เพราะนอกจากประเด็นรับเงินเกินกว่า 3,000 บาท ที่เป็นประเด็นแรกที่จุดขึ้นพร้อมกับไลน์โผล่แล้ว ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร จากพรรคเสรีรวมไทย ยังระบุข้อสงสัยในความผิดอื่น

นายสมชัยระบุว่า ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ เพียงพอที่จะยื่น กกต.แล้ว เทียบเคียงกรณีพรรคใหญ่ครอบงำพรรคเล็ก ที่มีการยุบพรรคไทยรักไทย หลังการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2549

ตอนนั้นพรรคใหญ่จ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อหนีกฎเกณฑ์เขตที่มีผู้สมัครรายเดียวได้คะแนนไม่ถึง 20% ของผู้มีสิทธิ ถือว่าไม่ได้รับเลือก

ส่วนกรณีไลน์หลุดที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสมชัยบอกว่า เสรีรวมไทยพร้อมเสิร์ฟ เสรีรวมไทยพร้อมตบ

เท่ากับว่านอกจากคดี ส.ส.รับเงินเกิน 3,000 บาท ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว อาจจะมีคดีพรรคใหญ่ครอบงำพรรคเล็กที่เป็นหน้าที่ของ กกต.ต้องพิจารณาอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวเช่นนี้ ส่งสัญญาณความวุ่นวายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นอกจากแรงผลักดันภายในพรรคพลังประชารัฐให้ปรับ ครม. โดยชู พล.อ.ประวิตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังมีเรื่องที่แต่ละพรรคต้องเคลียร์กันเองภายในว่าทำไมการลงคะแนนเสียงในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงมี “แตกแถว”

ไม่เพียงแต่การเคลียร์ภายในพรรค แม้แต่ภายในพรรคร่วมรัฐบาล ก็ยังต้องเคลียร์เสียงโหวตที่ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน รวมไปถึงบรรดารัฐมนตรีที่ต้องชี้แจง ป.ป.ช. เมื่อพรรคฝ่ายค้านรุกต่อ

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีอะไรวุ่นๆ มากกว่าที่คิด

ทุกความเคลื่อนไหวเป็นปัญหาการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องแก้ไข

หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลจะจัดการปัญหาการเมืองเหล่านี้ให้หมดไป เพื่อเอาเวลามาแก้ไขปัญหาให้คนในชาติ

โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบถึงปากท้องประชาชน

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]