ครม.อนุมัติ เพิ่มมาตรการภาษีสนุนการบริจาคด้าน สธ. ให้หักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาคเข้า “มูลนิธิชัยพัฒนา-เทคโนโลยีสารสนเทศฯ-รามาธิบดีฯ”
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งเป็นมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคด้านสาธารณสุข (เพิ่มเติม) มีสาระสำคัญเป็นการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยให้หักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาค สำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร ให้แก่มูลนิธิต่างๆ รวม 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา, มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สินหรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่มูลนิธิดังกล่าว ที่ได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ภาคประชาชนและภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการบริจาค ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนทั่วไปได้รับการรักษาพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งมีส่วนช่วยลดงบประมาณของภาครัฐด้านสาธารณสุขได้อีกทางหนึ่ง โดยกระทรวงการคลังได้ประมาณการการสูญเสียรายได้ คาดว่ามาตรการทางภาษีดังกล่าวจะทำให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีลดลงประมาณปีละ 290 ล้านบาท แต่จะเป็นการช่วยลดภาระการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในด้านสาธารณสุขเพื่อการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกทางหนึ่ง

