“รัฐสภา” ถกเข้มกม.พรรคการเมือง ปมแก้คุณสมบัติสมาชิกพรรค “ส.ส.ก้าวไกล” ไม่เห็นด้วยตัดสิทธิ์ คนพ้นโทษจำคุกไม่ถึง 10 ปี “ธีรัจชัย” ข้องใจ ทำไมพระเป็นสมาชิกพรรคไม่ได้ ขณะที่ “ส.ว.” เสนอปลดล็อค “ส.ว.-อดีตส.ว.” เป็นสมาชิกพรรคไม่สำเร็จ
เมื่อเวลา 12.33 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ.… ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว มีทั้งหมด 12 มาตรา ในวาระ 2 โดยเป็นการพิจารณาเรียงลำดับรายมาตรา ซึ่งในมาตรา 4/1 แก้ไขมาตรา 24 ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะร่วมเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง ซึ่งกมธ.พิจารณาเพิ่มบทบัญญัติขึ้นใหม่และมีกมธ.เสียงข้างน้อย รวมถึงสมาชิกรัฐสภาติดใจขอแปรญัตติ โดยเฉพาะประเด็นที่ขอสิทธิให้บุคคลที่ต้องโทษจำคุก, ผู้ที่เคยจำคุกและพ้นโทษมาแล้ว 5 ปี รวมถึง ส.ว. หรือบุคคลที่พ้นตำแหน่งส.ว. ไม่ครบ 2 ปี สามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองสามารถมีสมาชิกพรรคการเมืองเพิ่มขึ้นได้
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า คนที่จะมาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้น ต้องไม่เคยรับโทษจำคุก โดยโทษจำคุกนั้นเมื่อพ้นออกมายังไม่ถึง 10 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง ควรตัดออกไปก่อน สิ่งที่เป็นคุณสมบัติพื้นฐานขอคนที่เป็นพลเมืองคือ พลเมืองทุกคนในประเทศนี้มีสิทธิเท่าเทียมกัน ซึ่งตนไม่สนใจว่า จะต้องโทษมาหรือไม่ หรือพ้นมาแล้วกี่ปี แต่หากจะตัดสิทธิในการเป็นกรรมการบริหารพรรค ตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตัดสิทธิความเป็นรัฐมนตรี ด้วยเงื่อนไขลักษณะเฉพาะบางประการ เช่น หากมีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ก็ว่ากันไป เพราะวันนี้ยังมีคดีที่ค้างอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องคุณสมบัติของส.ส.อีกหลายคน ที่เคยต้องคำพิพากษาหรือต้องโทษจำคุกมายังไม่สิ้นสุด ซึ่งคนควรจะรู้คุณสมบัติขั้นพื้นฐานต้องแต่ต้น ซึ่งเห็นว่าเมื่อพ้นโทษมาแล้วก็มีสิทธิ์เต็มที่ ไม่ควรมีกฎหมายจำกัดสิทธิ์ เราสามารถปลดล็อคให้เขามีที่ยืนได้ ดังนั้น ควรให้นักโทษจำคุกทุกคนเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้
ขณะที่ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า พรรคการเมืองเป็นสถานบันที่จำเป็นต้องมีสมาชิกหลากหลายจำนวนมาก คนที่เคยล้มละลายมา ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เขามีแนวคิดทางการเมืองดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องไปตัดสิทธิ์เขา และคนที่กระทำความผิดแบบที่กฎหมายกำหนดก็สามารถกลับตัวได้ แล้วจะตัดสิทธิ์ไม่ให้เขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองได้อย่างไร ร่างของกมธ.เสียงข้างมาก บอกเลยว่ากีดกันคนล้มละลาย ทั้งที่เป็นเรื่องส่วนตัว หรือบอกว่าพ้นโทษไม่ถึง 10 ปี ไม่ให้เป็นสมาชิกพรรค ทั้งที่เป็นเรื่องส่วนตัว และที่สำคัญเป็นบุคคลลักษณะต้องห้ามไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งตามมาตรา 98 อนุ 1 คือ เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช ในศาสนาพุทธ ไม่สามารถที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือตั้งพรรคการเมืองได้ ทำไมนักพรต นักบวชในศาสนาอื่น ที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธ มีสิทธิ์เป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ มีสิทธิ์ก่อตั้งพรรคการเมืองได้
“ร่างของกมธ.เสียงข้างมากเป็นการจำกัดสิทธิ์อย่างมากมาย เราใช้แนวคิดเสรีนิยมมาใช้ไม่ได้หรือ ทำไมต้องใช้แนวคิดเผด็จการ เราหาคนดีไม่ได้ หรือคนดีคือคนที่มีบุญคุณกับท่าน ดังนั้น การเปิดโอกาสให้คนทุกเพศทุกวัย ทุกชาติ ทุกศาสนา คนทำผิดซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวมีสิทธิ์ชอบธรรมในการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง จึงเห็นว่า ควรตัดมาตรานี้ออกไป แต่ควรจะเปิดเสรี เชื่อว่าจะทำให้พรรคการเมืองเติบโตเข้มแข็ง เติบโตจากประชาชนไม่ใช่เติบโตจากฝ่ายเผด็จการบางคน หรือลูกน้องเผด็จการบางคนที่ออกกฎหมายมาบีบให้พรรคการเมืองไม่เติบโตหรือแคระแกรน” นายธีรัจชัย กล่าว
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า เรื่องนี้ต้องคิดอย่างรอบครอบ ความเห็นต่างของตนคือพรรคการเมืองไม่ใช่ของผู้ก่อตั้งพรรค ผู้บริหารพรรค และไม่ใช่ของสมาชิกพรรคการเมือง แต่พรรคการเมืองทุกพรรคเป็นของประชาชน จึงเห็นว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนจะไปเป็นสมาชิกพรรคใดก็ได้ และควรมีข้อจำกัดเท่าที่จำเป็น คนที่เคยเป็น ส.ว. ส.ส. หรือคนที่เคยทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ เมื่อพ้นตำแหน่งไปแล้ว ถูกห้ามไม่ให้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองทั้งที่ก็เป็นพลเมือไทยเหมือนกัน
“เห็นด้วยจำกัดสิทธิแต่ต้องมีเหตุผลและต้องพิจารณาความจำเป็น เพื่อจำกัดคนไม่ดี ไม่ควรให้สมัครเป็นส.ส. หากลอกมาทั้งหมดห้ามคนที่ไม่ควรเป็นส.ส. ห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเยอะเกินไป ทั้งนี้ผมไม่เห็นด้วยที่จะห้าม อดีตส.ว.เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ที่บอกว่าจะไปเอื้อประโยชน์ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น ถูกห้ามไว้แล้วในกฎหมายอื่น ถูกห้ามเป็นตลอดชีพ ทั้งรัฐมนตรี ผู้บริหาร องค์กรอิสระ ตุลาการ ดังนั้นการห้ามไม่ให้อดีตส.ว.เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเยอะเกินไป” นายดิเรกฤทธิ์ กล่าว
ภายหลังจากที่ที่ประชุมอภิปรายแล้วเสร็จได้ลงมติ ที่ประชุมลงมติ 262 ต่อ 51 เสียง เห็นชอบกับเนื้อหาที่กมธ.เพิ่มขึ้นใหม่ งดออกเสียง 126 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง

