เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นายณพลเดช มณีลังกา ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการพิจารณาและสรุปการพิจารณางบประมาณ หลังจากที่ได้มีการประชุมไป 13 ครั้ง โดยเริ่มประชุมตั้งแต่วันพุธที่ 28 มิถุนายน 2565 ถึงวันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2565โดยพิจารณารายละเอียดรวมทั้งสิ้น 22 กระทรวง โดยจำแนกเป็น ส่วนราชการ 117 หน่วยงาน องค์การมหาชน จำนวน 8 หน่วยงานและส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี จำนวน 6 หน่วยงานสรุปผลการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยได้ปรับลดงบประมาณในชั้นอนุกรรมาธิการฯ จำนวน 269.33 ล้านบาท
นายณพลเดช กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการสรุปงานของคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตและให้แนวทางพิจารณา เพื่อให้หน่วยงานนำไปพิจารณาในการของบประมาณในปีต่อๆ ไปในมิติต่างๆ สำหรับตน ยังเห็นว่ายังมีช่องโหว่ในการนำงบประมาณนำไปใช้ในหน่วยงานราชการ อันเป็นช่องทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชัน อย่างไรก็ดีตนได้เสนออีกมิติในการแก้ปัญหาคนล้นคุกสำหรับสำนักงานศาลยุติธรรมว่าควรนำระบบปัญญาประดิษฐ์- (AI) มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ดังในประเทศจีน เพื่อทำให้กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและมีความถูกต้องแม่นยำ และทำให้ลดงบประมาณ

นายณพเดช กล่าวต่อไปว่า ก่อนปี 2559 ประเทศจีนมิได้มีฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันเช่นในเมืองไทย แต่นักพัฒนาระบบ Ai พัฒนาระบบให้ AI สามารถอ่านอักขระจีนให้เข้าใจภาษา เรียนรู้กฎหมาย และเทียบกับคดีในฎีกาก่อนๆ ทำให้ AI มีความสามารถตัดสินคดีด้วยการ วิเคราะห์ เพิ่มการเรียนรู้ ได้ถึงวันละ 1 แสนคดี การทำงานเป็นการทำงานร่วมกันกับผู้พิพากษา หากผู้พิพากษาไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของ AI จะต้องทำบันทึกความคิดเห็นที่แย้งกับระบบ Ai เพื่อทำการตรวจสอบ สำหรับการพัฒนาระบบ AI นี้ ในช่วงปีพ.ศ.2559 – 2561 เพียงเวลา 2 ปี สามารถช่วยลดงานของผู้พิพากษาได้ลงมากถึง 1 ใน 3 และลดเวลาลง 1,700 ล้านชั่วโมง ประหยัดเงินได้ 3แสนล้านหยวน สำหรับประเทศไทยเรามีปัญหาคนล้นคุก มีผู้ต้องคดีอาญาและถูกจองจำในคุกติดอันดับ 1 ของอาเซียน และเป็นอันดับ 6 ของโลก ดังนั้นการนำเอา Ai มาช่วยพิจารณาคดี ในภาษาไทยที่เป็นภาษาที่อ่านเข้าใจง่ายความหมายชัดเจนในตัว จะช่วยลดคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและเพิ่มการตัดสินให้รวดเร็ว เพื่อปิดช่องโหว่ตามภาษิตกฎหมาย ที่ว่า “ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)”

